เซ็นทรัล รีเทล ปั้น “Future-Ready Workforce” สร้าง “Specialist” สู่กำลังคนแห่งอนาคต
07 Oct 2026

 

เซ็นทรัล รีเทล เดินเกมพัฒนากำลังคนรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ เร่งปิดช่องว่างทักษะ หรือ Skill Gap ในอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่ง ผ่านการสร้าง “Specialist” ที่มีทักษะเฉพาะทางควบคู่ Digital Skill และ Service Skill เชื่อมภาคธุรกิจกับการศึกษา ตั้งแต่ทุนทวิภาคี Work-based Learning ไปจนถึงการ Upskill–Reskill บุคลากรในองค์กร หวังสร้าง Future-Ready Workforce รองรับเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยุคใหม่

สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็วทำให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะนวัตกรรมจะสร้างผลลัพธ์ได้จริงเมื่อคนสามารถเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับมัน เซ็นทรัล รีเทล จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทักษะเทคโนโลยี และทักษะบริการ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่ยังต้องอาศัย Human Touch ควบคู่กับเทคโนโลยี พร้อมใช้เครือข่ายธุรกิจในไทยและเวียดนามเป็นพื้นที่สร้างงานและเปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้ทักษะที่หลากหลาย

ภายใต้แนวคิด CRC Care ด้าน Care for the People เป้าหมายจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การพัฒนาคนภายในองค์กร แต่ต้องการสร้างบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม และช่วยยกระดับขีดความสามารถของตลาดค้าปลีก-ค้าส่งในภาพรวม

 

 

จาก “แรงงาน” สู่ “Specialist” โจทย์ใหม่ตลาดค้าปลีก

ปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดแรงงานในปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาจำนวนแรงงาน แต่เป็นโจทย์เรื่อง “ทักษะ” ที่ต้องสามารถตอบรับกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว เซ็นทรัล รีเทล จึงวางเป้าหมายสร้างบุคลากรในแต่ละสายงานให้เป็น “Specialist” ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และสามารถเติบโตตาม Career Path ของตัวเอง โดยเชื่อว่าความภูมิใจในงานและความเชี่ยวชาญจะถูกส่งต่อไปยังประสบการณ์ของลูกค้า

แนวทางดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านโครงการทุนทวิภาคีเซ็นทรัล ซึ่งใช้รูปแบบ Work-based Learning ให้ผู้เรียนเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานจริง พร้อมมี Mentor ดูแลตลอดกระบวนการ รวมถึงได้รับใบวัดมาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และมาตรฐานวิชาชีพรองรับ

จุดเด่นของโมเดลคือการให้แต่ละธุรกิจในเครือเข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตรตามทักษะที่ต้องใช้จริง เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเน้นระบบงานภายใน การบริการ และการจัดการสต็อกสินค้า ขณะที่ท็อปส์เน้นการบริหารอาหารสด เบเกอรี่ การจัดการร้านและทีมงาน ส่วนไทวัสดุพัฒนาทักษะด้านคลังสินค้า โลจิสติกส์ สินค้า และซัพพลายเชน ขณะที่ออโต้วันเน้นทักษะช่างซ่อมบำรุงเพื่อรองรับธุรกิจยานยนต์และบริการหลังการขาย

ผลลัพธ์ของโครงการสะท้อนผ่านตัวเลขที่ดำเนินงานต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีพันธมิตรด้านการศึกษามากกว่า 350 สถาบัน ใช้งบประมาณสนับสนุนการศึกษารวมกว่า 330 ล้านบาท ผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานสะสมกว่า 11,000 คน ในจำนวนนี้ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำในกลุ่มเซ็นทรัล รีเทลมากกว่า 5,000 คน และเกือบ 2,000 คน ได้เติบโตสู่ระดับหัวหน้างาน

 

 

เชื่อมมหาวิทยาลัยกับโจทย์ธุรกิจจริง

นอกจากระบบทุนทวิภาคี เซ็นทรัล รีเทลยังขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนฝึกอาชีพ ผ่าน University Partnership เพื่อให้หลักสูตรสามารถตอบโจทย์โลกการทำงานจริงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ท็อปส์ แคร์ ร่วมมือกับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพเภสัชกรรมและเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ฝึกงานจริง ขณะที่โก โฮลเซลล์ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถ่ายทอดทักษะด้านวัตถุดิบอาหาร โดยเฉพาะการทำความเข้าใจชนิดปลา การใช้มีด การแล่และตัดแต่ง ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะที่สามารถต่อยอดเข้าสู่อุตสาหกรรมได้โดยตรง ส่วนวีฟิกซ์ร่วมกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร พัฒนาหลักสูตรช่างระยะสั้นด้านงานติดตั้งและระบบปรับอากาศ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าสู่ตลาดงานได้หลังจบหลักสูตร

โมเดลนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของภาคธุรกิจจาก “ผู้จ้างงาน” ไปสู่ “ผู้ร่วมสร้างระบบการศึกษาและกำลังคน” โดยนำโจทย์จริงจากสถานประกอบการกลับไปเชื่อมกับการเรียนรู้ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

 

 

จากเด็กจบใหม่ สู่ Career Path ที่จับต้องได้

ดร.อรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย กล่าวว่า ความร่วมมือกับเซ็นทรัล รีเทลผ่าน Operations Trainee Program ของท็อปส์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติจริง มี Mentor ผู้จัดการสาขา และทีมงานช่วยประเมินผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และสร้างรายได้ระหว่างเรียน เป้าหมายสำคัญคือทำให้ผู้เรียนมองเห็น Career Path ตั้งแต่ยังอยู่ในระบบการศึกษา และสามารถเปลี่ยนทักษะจากห้องเรียนไปสู่การทำงานจริงได้ทันทีหลังจบการศึกษา

ด้านนายเดชาธร ดอนไชย Department Manager - Cashier & Service ของท็อปส์ ซึ่งเริ่มต้นจากโครงการทุนทวิภาคีเซ็นทรัล กล่าวว่า การเรียนควบคู่กับการปฏิบัติงานจริงทำให้ได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาหน้างาน พร้อมได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเข้าสู่การเป็นพนักงานประจำและเติบโตในองค์กรจนก้าวขึ้นสู่ระดับ Department Manager

เส้นทางดังกล่าวสะท้อนว่าการลงทุนด้านคนไม่ได้จบที่ “การให้ทุน” แต่ต้องต่อยอดไปถึงการมีงานทำ การสร้างทักษะ และการเติบโตในสายอาชีพ

 

 

สร้าง Learning Ecosystem รับโลกงานใหม่

ขณะเดียวกัน เซ็นทรัล รีเทลมองว่าการสร้าง Future-Ready Workforce ไม่สามารถทำได้ด้วยการปั้นคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาคนที่อยู่ในองค์กรควบคู่กัน จึงเดินหน้าสร้าง Learning Ecosystem ผ่าน Central Retail Academy เพื่อพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงผู้นำองค์กร

เนื้อหาการ Upskill และ Reskill ครอบคลุม Future Skills ที่จำเป็นต่อโลกธุรกิจ เช่น AI & Digital, Customer Centricity, Data-Driven Decision Making และ Leadership for Growth รวมถึงหลักสูตรเฉพาะทางอย่าง Fresh Food Academy ของโก โฮลเซลล์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพัฒนาทักษะ Butcher & Fishery, Business Mastery Program ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึง People Manager Program และ Management Development Program

ภาพรวมจึงเป็นการสร้างระบบพัฒนาคนตั้งแต่ “ก่อนเข้าสู่งาน” ไปจนถึง “เติบโตในองค์กร” โดยมีทั้งการศึกษา การฝึกปฏิบัติ การรับรองทักษะ การจ้างงาน และ Career Path เชื่อมต่อกัน

สำหรับเซ็นทรัล รีเทล การสร้างคนให้ทันโลกจึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้าน HR แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีก-ค้ส่ง เพราะในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว ความได้เปรียบขององค์กรไม่ได้อยู่ที่มีเทคโนโลยีมากเพียงใด แต่อยู่ที่มี “คน” ที่สามารถใช้เทคโนโลยีและนำทักษะใหม่มาสร้างคุณค่าได้มากแค่ไหน

จากทุนทวิภาคีที่ผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานกว่า 11,000 คน ไปจนถึงการสร้าง Learning Ecosystem สำหรับบุคลากรภายใน เซ็นทรัล รีเทลกำลังวางโครงสร้าง “ทักษะ–โอกาส–ทางเลือก” ให้เชื่อมต่อกันเป็นระบบ เพื่อสร้างกำลังคนที่พร้อมรับโลกการทำงานยุคใหม่

นี่จึงเป็นอีกบทบาทของธุรกิจค้าปลีก-ค้ส่งที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างสินค้าและบริการให้ผู้บริโภค แต่กำลังมีส่วนสร้าง “คน” ให้กับอุตสาหกรรม และสร้าง Future-Ready Workforce ให้กับเศรษฐกิจไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “Retail and Wholesale for All”

 

 

 

 

 

[อ่าน 47]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ลงนามข้อตกลงครั้งสำคัญกับฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น เตรียมเปิดโรงแรม 7 แห่งในประเทศไทย
กสิกรไทยจับมือ 3 พันธมิตร ส่ง “K PLUS ช่วยเปย์” สแกนจ่ายรับเงินคืนสูงสุด 80 บาท
AIS ปูพรม 5G-ADVANCED Uplink ครบ 100% ทั่วกรุงเทพฯ ปูทางไทยสู่ ASEAN AI Connectivity Hub
OMODA & JAECOO ตอกย้ำปรัชญา Customer-Centric ยกระดับการดูแลลูกค้ารอบด้าน
โปรแรงเปิดตัว Galaxy Tab S12 Series ขยายดีล e-Voucher พิเศษอีก 3 วัน 7-9 ต.ค. 69
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ–ทรูปลูกปัญญา เดินหน้ารณรงค์ “เต้า ต้อง ตรวจ” รับวันมะเร็งเต้านมโลก 7 ตุลาคม
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved