"สยามพิวรรธน์" พร้อมต้อนรับผู้ร่วมประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026
09 Oct 2026

 

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้นำในการพัฒนาแลนด์มาร์กระดับโลกของประเทศไทย พร้อมร่วมเป็นส่วนสำคัญในการต้อนรับผู้เข้าร่วม การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ The IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งสำคัญระดับโลก ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 โดยเตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้แทนจาก 191 ประเทศทั่วโลก ตลอดเดือนตุลาคม 2569

 

ในฐานะผู้บุกเบิกการสร้าง Global Destination และผู้พัฒนาโครงการต้นแบบที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีสำคัญระดับนานาชาติที่จัดขึ้นในช่วงการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร

 

 

คุณชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เข้าร่วมงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok เวทีที่รวบรวมผู้นำและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของเมือง เศรษฐกิจ และบทบาทของประเทศไทยในบริบทโลก พร้อมนำเสนอมุมมอง ภายใต้แนวคิด “Cities That Win the Future” ว่าด้วยปัจจัยที่จะทำให้เมืองสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต เปลี่ยนศักยภาพของเมืองให้เป็นทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมสร้างเอกลักษณ์และแรงดึงดูดที่ทำให้เมืองเป็นที่จดจำในเวทีโลก

 

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ยังร่วมเป็น Partner ของงาน Future-ready Economy 2026: Designing Capital for the Future ณ NEXHALL สยามพารากอน จัดโดย BRANDi ซึ่งได้รับการจัดให้เป็น Official Affiliated Program of the 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings เพื่อร่วมขับเคลื่อนบทสนทนาเกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจ การลงทุน และการจัดสรรเงินทุนที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว พร้อมเตรียมกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษ ณ สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความประทับใจและแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

 

 

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์มุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ที่ก้าวข้ามขอบเขตของธุรกิจค้าปลีก ด้วยการพัฒนาโครงการระดับโลกที่สร้างคุณค่าร่วมแก่ทุกภาคส่วน พร้อมเป็นเวทีนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์สู่ผู้คนจากทั่วโลก ภายใต้แนวคิดการร่วมสร้าง (Co-Creation & Collaboration) กับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของโลก ในโอกาสการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม พร้อมให้การต้อนรับบุคคลสำคัญจากนานาประเทศ ทั้งด้านการเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย และการมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน

 

สยามพารากอน หนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร เตรียมจัดมหกรรม “The Art of Royal Craft : Explore Thai Heritage Experience” ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดประตูสู่การเรียนรู้และสัมผัสความงดงามของมรดกวัฒนธรรมไทยในมิติใหม่ ที่ผสานคุณค่าของภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ Luxury Global Destination ที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกเข้ากับเอกลักษณ์ไทยอันทรงคุณค่า

 

 

ในงานนี้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถร่วมชมนิทรรศการ "Thai Heritage and Artistry Exhibition" โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ณ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น 3 นิทรรศการนำเสนอความประณีตของงานศิลป์และหัตถศิลป์ไทย ผ่านเรื่องราว 50 ปีศิลปาชีพ, สถาบันสิริกิติ์ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน (Arts of the Kingdom Museum) จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ไทยชั้นสูง และผลงานจากช่างฝีมือระดับครู, อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงชุดไทยผลงานของคุณธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) พ.ศ. 2562

 

และยังได้รับเกียรติจากอาจารย์สุดสาคร ชายเสม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ – เครื่องประกอบฉาก) พ.ศ. 2566 ซึ่งสะท้อนความงดงามของงานช่างฝีมือไทยที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน นอกจากการชมนิทรรศการ ผู้ร่วมงานยังสามารถสัมผัสวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิดผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย เวิร์กชอปลงมือทำจริง ได้แก่ การสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าลายหน้ากากโขน การประดิษฐ์ตุ๊กตากระดาษแต่งกายไทย และการสร้างสรรค์กลิ่นหอมแบบไทยจากพรรณไม้และสมุนไพรไทย ผู้ร่วมงานจะได้นำผลงานของตนกลับไปเป็นที่ระลึก

 

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “Amazing Thailand Global Thai Silk Exhibition” หรือ “นิทรรศการไหมไทยสู่สากล” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย นำผ้าไหมไทยเชื่อมโยงงานออกแบบจากดีไซเนอร์นานาชาติ 5 ภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ ถ่ายทอดอัตลักษณ์และวัฒนธรรม และประเพณีของแต่ละประเทศผ่านผ้าไหมไทย เกิดเป็นผลงานแฟชั่นที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองของนักออกแบบจากทั่วโลกโดยจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 11-18 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 1 และชั้น 3 สยามพารากอน

 

พร้อมกันนี้ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ยังจัดงาน “Future Craft Experience: Craft to Impact: Ten Wisdoms, One Sustainable Future” นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มงานหัตถศิลป์ไทยที่สะท้อนพลังแห่งภูมิปัญญาไทยในการสร้างอาชีพ สร้างชุมชน และต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่าน workshop จักสาน โดยวัสดุธรรมชาติ พร้อมทั้งการจัดแสดงผลงานศิลปะจาก Eco material ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569

 

 

ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะมีการจัดเวิร์กชอประดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแขกผู้ลงทะเบียนพิเศษ โดยความร่วมมือกับแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก เพื่อนำเสนอแนวคิดด้าน Craftsmanship และความเป็นเลิศทางงานฝีมือ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ระดับโลกกับคุณค่าของมรดกไทยได้อย่างงดงาม

 

ขณะเดียวกัน ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมต้อนรับผู้ร่วมประชุมจากทั่วโลกภายใต้แนวคิด “Discover Thailand's Timeless Heritage at ICONSIAM” ผ่านการนำเสนอเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยบนทำเลอันเป็นหัวใจแห่งประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตไทย

 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ The Royal Barge Experience “นิทรรศการ สี สรรค์ สะท้อนศิลป์ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันนี้ – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ ไอคอนลักซ์ ชั้น M นิทรรศการที่ถ่ายทอดความงดงามและความยิ่งใหญ่ของพระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค การจัดแสดง “ริ้วขบวนเรือพระราชพิธีจำลอง” แสดงโมเดลเรือพระราชพิธี 52 ลำ ที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตงดงาม จัดเรียงในรูปแบบประเภทและหน้าที่ของเรือพระราชพิธี พร้อมเนื้อหาประวัติความเป็นมาของเรืออย่างละเอียดครบถ้วน และการจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของประเพณีอันทรงคุณค่านี้

 

โดยผู้ร่วมประชุมยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ Must Visit Experiences ภายในไอคอนสยาม ไม่ว่าจะเป็น ALANGKARN Waterfall น้ำตกอลังการ ความสูง 15 เมตร, SOOKSIAM เมืองสารพัดสุขสนุกแบบไทย ที่รวบรวมของดีและวัฒนธรรมจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย และ ICONCRAFT พื้นที่รวบรวมผลงานคราฟต์ร่วมสมัยจากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และ Soft Power ไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

 

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ไอคอนสยามยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กชอปและประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมสำหรับคู่สมรสของผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตาม อาทิ การสาธิตงานปักผ้าไทย การสานงานหัตถกรรม การเรียนรู้ศาสตร์แห่งความผ่อนคลายแบบไทย การสร้างสรรค์เทียนหอม และประสบการณ์ด้านอาหารไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมซึมซับความงดงามของวิถีไทยในรูปแบบที่เข้าถึงได้อย่างลึกซึ้งและร่วมสมัย

 

บทบาทของสยามพิวรรธน์ในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม The IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 สะท้อนวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้สร้างคุณค่าร่วมและแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลกอย่างสมศักดิ์ศรี ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ระดับโลกที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับมาตรฐานสากลอย่างลงตัว สยามพิวรรธน์มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้สัมผัสความงดงามของประเทศไทยในทุกมิติ ทั้งด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบริการ และการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลกสำหรับการท่องเที่ยว การลงทุน และการจัดงานระดับนานาชาติ พร้อมเป็น Grand Stage of The World

 

[อ่าน 58]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
AWC ผนึก Top Banks นำ AWR REIT IPO ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย สู่นักลงทุน เสริมพลังให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ดีเดย์บินตรง “กรุงเทพฯ–กัวลาลัมเปอร์” เที่ยวบินปฐมฤกษ์
เคทีซี ชวนมองสุขภาพในมิติใหม่ ผ่าน “โภชนจิตเวช” เมื่ออาหาร สุขภาพใจ และสภาพแวดล้อม กำหนดคุณภาพชีวิตกว่าที่คิด
HONOR 600S 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแบบ Exclusive เฉพาะที่ Jaymart ในราคา 13,999 บาท
"เดอะมอลล์ กรุ๊ป" ร่วมต้อนรับ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings
ฮอนด้า ประกาศใช้ชื่อ “Honda Hybrid” สำหรับระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved