
การสร้างเหตุผลให้ลูกค้าเดินเข้าห้างและกลับมาอีกครั้ง เป็นโจทย์ที่ธุรกิจค้าปลีกต้องตอบให้ได้มากกว่าการเพิ่มสินค้าใหม่หรือจัดโปรโมชัน โดยเฉพาะสินค้าที่มีจุดขายด้านดีไซน์และงานฝีมือ ซึ่งเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์สามารถช่วยให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่าของสินค้าได้มากขึ้น

“CENTRAL DOLCE ITALIA 2026” จึงเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่สะท้อนแนวทางของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในการนำสินค้าอิตาลีมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ เชื่อมแฟชั่น ความงาม ของใช้ในบ้าน อาหาร และวัฒนธรรม เพื่อพาความสนใจของลูกค้าไปสู่การค้นพบแบรนด์และการเลือกซื้อ
แคมเปญจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย หรือ Italian Trade Agency (ITA/ICE) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน–24 พฤศจิกายน 2569 รวม 57 วัน พร้อมตั้งเป้ายอดขายสินค้าอิตาลีเติบโต 23%

แฟชั่นครอง 70% ของยอดขาย สะท้อนฐานลูกค้าที่พร้อมต่อยอด
ข้อมูลลูกค้าของห้างเซ็นทรัลสะท้อนว่า แฟชั่นยังเป็นหมวดหลักของยอดขายสินค้าอิตาลี คิดเป็นประมาณ 70% ตามด้วยความงามและสินค้าสำหรับบ้าน ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายต่อใบเสร็จเพิ่มขึ้นในทุกหมวด โดยเฉพาะแฟชั่นที่เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อีกสัญญาณที่น่าสนใจคือ สัดส่วนลูกค้าต่างชาติในกลุ่มผู้ซื้อสินค้าแบรนด์อิตาลีเพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวกระจุกตัวในหมวดแฟชั่นเป็นหลัก
อินไซต์ดังกล่าวเปิดโอกาสให้เซ็นทรัลต่อยอดทั้งการคัดเลือกสินค้า บริการ และกิจกรรมสำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มองหาสินค้าดีไซน์และแบรนด์ระดับสากลระหว่างเดินทางมาไทย

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า สินค้าอิตาลียังมีโอกาสเติบโตในกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ลูกค้าต่างชาติ นักท่องเที่ยว ตลอดจนลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ ปีนี้จึงให้ความสำคัญกับการคัดสรรแบรนด์ใหม่และกิจกรรมที่ตอบความสนใจของลูกค้า เพื่อเปลี่ยนความสนใจในไลฟ์สไตล์อิตาเลียนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ

ใช้ดีไซน์เชื่อมสินค้า ให้การเดินห้างเป็นการค้นพบ
ปีนี้แคมเปญนำเสนอภายใต้แนวคิด “Architecture in Style” ถ่ายทอดเสน่ห์อิตาลีผ่านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ โดยเปลี่ยนพื้นที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมให้เป็นเสมือน “A Living Gallery” ที่นำสินค้าแต่ละแบรนด์มาเชื่อมเข้ากับบรรยากาศโดยรวม
ซุ้มโค้ง ลวดลาย และองค์ประกอบการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอิตาลี ทำหน้าที่เป็นภาษาร่วมในการนำเสนอสินค้า ตั้งแต่แฟชั่นและแว่นตา ไปจนถึงความงาม ของใช้ในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ช่วยให้ลูกค้าสัมผัสเอกลักษณ์ด้านดีไซน์และงานฝีมือผ่านบริบทที่ใกล้กับการใช้ชีวิตจริง

ธาพิดา นรพัลลภ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารสินค้าออมนิชาแนล ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่สะท้อนบทบาทของห้างเซ็นทรัลในฐานะจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ โดยนำสินค้าและวัฒนธรรมมาเชื่อมเป็นประสบการณ์เดียว เพื่อให้การค้นพบสินค้าใหม่ต่อยอดไปสู่การมีส่วนร่วมและการเลือกซื้อ พร้อมสร้างการเติบโตให้ธุรกิจและแบรนด์ไปด้วยกัน
ในมุมการตลาด การจัดวางสินค้าให้มีเรื่องราวร่วมกันเช่นนี้ ช่วยสร้างโอกาสให้ลูกค้าที่เริ่มต้นจากความสนใจในสินค้าหมวดหนึ่งได้ค้นพบสินค้าอีกหมวด ผ่านดีไซน์ บรรยากาศ และกิจกรรมภายในแคมเปญ

เติม 5 แบรนด์ใหม่ ขยายทางเลือกตั้งแต่แว่นตาถึงแฟชั่นเด็ก
นอกจากแบรนด์อิตาลีที่มีอยู่ในห้างเซ็นทรัล แคมเปญปีนี้ยังนำเสนอ 5 แบรนด์ใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้พอร์ตสินค้า ได้แก่
OKKIA แบรนด์แว่นตาจากเมือง Prato โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัย รูปทรงและสีสันหลากหลาย น้ำหนักเบา และมีจำหน่ายในกว่า 35 ประเทศ
GASSA D’AMANTE แบรนด์ชุดว่ายน้ำและแอ็กเซสซอรีชายหาดสำหรับผู้ชาย ที่ผสานดีไซน์อิตาเลียนกับการเลือกใช้ผ้า Recycled Polyester
INZU แบรนด์กระเป๋าที่นำแรงบันดาลใจจากศิลปะ ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรม มาสร้างรูปทรงประติมากรรมและเรขาคณิต ภายใต้แนวคิด “Wearable Architecture”
LORISTELLA แบรนด์กระเป๋าที่ให้ความสำคัญกับงานออกแบบ วัตถุดิบ และรายละเอียดของงานฝีมืออิตาเลียน
MARNI KIDS แฟชั่นเด็กจาก Marni ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านลวดลาย สีสัน และวัสดุในรูปแบบสนุกและสร้างสรรค์
การเพิ่มแบรนด์ครอบคลุมหลายกลุ่มสินค้า ช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าที่มีความสนใจแตกต่างกัน พร้อมสร้างความสดใหม่ให้ผู้ที่คุ้นเคยกับสินค้าอิตาลีอยู่แล้ว

กิจกรรมรายสัปดาห์ สร้างจังหวะให้ลูกค้ากลับมา
อีกกลไกสำคัญคือ Weekly Happenings ซึ่งกระจายกิจกรรมตลอดแคมเปญใน 4 มิติ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ความงาม งานฝีมือ ตลอดจนวัฒนธรรมและดนตรี
กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสไลฟ์สไตล์อิตาเลียนผ่านการลงมือทำและบริการ เช่น เวิร์กชอปงานฝีมือ บริการแต่งหน้า ประสบการณ์กาแฟ และการแสดงดนตรี ช่วยเพิ่มเหตุผลในการมาใช้เวลาภายในห้างตลอดช่วง 57 วัน
กิจกรรมที่เตรียมจัดต่อจากนี้ ได้แก่ Italian Embroidery Keychain Workshop วันที่ 24 ตุลาคม และ Rubber Stamp Workshop on Tote Bag วันที่ 14 พฤศจิกายน ณ ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม โดยผู้ซื้อสินค้าแบรนด์อิตาลีที่ร่วมรายการครบ 1,500 บาทขึ้นไป สามารถร่วมกิจกรรมตามเงื่อนไขและจำนวนสิทธิ์ที่กำหนด
วันที่ 21 พฤศจิกายน ยังมี Italian Music Performance by FIVERA ณ ชั้น G ห้างเซ็นทรัลชิดลม ขณะที่หมวดความงามมีบริการจาก Armani Beauty, Prada Beauty และ Valentino Beauty ตามตารางกิจกรรม โดยลูกค้าสามารถนัดหมายล่วงหน้าที่เคาน์เตอร์แบรนด์ที่ร่วมรายการ
ขยายสู่เมืองท่องเที่ยว เชื่อมประสบการณ์กับกำลังซื้อ
แคมเปญยังขยายการเข้าถึงลูกค้านอกกรุงเทพฯ ผ่านโรดโชว์ที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 10–16 ตุลาคม และห้างเซ็นทรัลภูเก็ต ระหว่างวันที่ 22–28 ตุลาคม 2569 ขณะที่โปรโมชันครอบคลุมทั้งเซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัลภูเก็ต ตลอดช่วงแคมเปญ
การเลือกสองเมืองท่องเที่ยวสำคัญสอดคล้องกับโอกาสจากลูกค้าต่างชาติที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ซื้อสินค้าอิตาลี และช่วยให้กิจกรรมเข้าถึงทั้งลูกค้าท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ด้านสิทธิประโยชน์ ลูกค้าที่ซื้อแบรนด์ร่วมรายการครบ 7,000 บาท รับ Italian Beach Towel มูลค่า 990 บาท และเมื่อซื้อครบ 10,000 บาท รับ Italian Scarf มูลค่า 1,490 บาท ซึ่งร่วมออกแบบกับ NABA หรือสถาบัน Nuova Accademia di Belle Arti โดยสิทธิ์มีจำนวนจำกัดและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
พร้อมกันนี้ เซ็นทรัลเชื่อมการเลือกซื้อผ่านช่องทางออมนิชาแนล ทั้ง Central App เว็บไซต์ central.co.th บริการ Central Chat & Shop ผ่าน LINE Official @centralofficial และ Central Personal Shopper โทร. 1425 รวมถึง CENNI ผู้ช่วยช้อป AI เพื่อให้ลูกค้าค้นหาและเลือกซื้อสินค้าได้ต่อเนื่องจากประสบการณ์ภายในห้าง
สำหรับ CENTRAL DOLCE ITALIA 2026 เป้าหมายยอดขายเติบโต 23% จึงมีทั้งสินค้าใหม่ การนำเสนอเรื่องราว และกิจกรรมเป็นกลไกสนับสนุน โดยโจทย์สำคัญคือการเปลี่ยนเสน่ห์ของดีไซน์และวัฒนธรรมอิตาลีให้เป็นคุณค่าที่ลูกค้าสัมผัสได้ และต่อยอดไปสู่การเลือกซื้อและการกลับมาใช้บริการในระยะยาว





