ซัมซุงขยายเกม B2B จากเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ระบบบริหารอาคาร ชู HVAC–SmartThings Pro รับโจทย์พลังงานและต้นทุนธุรกิจ
15 Oct 2026

 

เมื่อโรงแรม สำนักงาน ร้านค้าปลีก และโครงการที่อยู่อาศัยต้องบริหารทั้งต้นทุนพลังงานและประสบการณ์ผู้ใช้งาน การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงขยับจากการพิจารณาประสิทธิภาพของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ไปสู่ความสามารถในการเชื่อมต่อและจัดการทั้งระบบ ซัมซุงเดินหน้าขยายโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย โดยระบุว่ายอดขายกลุ่ม B2B ในภูมิภาคเติบโตมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 


 

ซียู คิม (CU Kim) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ถ่ายทอดมุมมองผ่านบทความผู้บริหารว่า ความต้องการเทคโนโลยีอัจฉริยะกำลังขยายตัวจากบ้านพักอาศัยเข้าสู่พื้นที่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาคารชุด โรงแรม สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อ ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพการดำเนินงานมากขึ้น

ทิศทางดังกล่าวเป็นโอกาสให้ซัมซุงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่โซลูชัน B2B ที่ครอบคลุมระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และการปรับอากาศ หรือ HVAC เครื่องใช้ไฟฟ้า และแพลตฟอร์มบริหารจัดการอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายช่วยเจ้าของอาคารและผู้ประกอบการลดการใช้พลังงาน พร้อมบริหารต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


HVAC ขึ้นเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจองค์กร

การพัฒนาเมือง โครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงงานเทคโนโลยีขั้นสูง และศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มความต้องการระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพและรองรับการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องรักษาเสถียรภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ซียู คิม ระบุว่า ปัจจุบันยอดขายกลุ่ม B2B คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขาย HVAC ทั้งหมดของซัมซุง ขณะที่ธุรกิจกลุ่มนี้เติบโตขึ้นเกือบสองเท่าจากเมื่อ 5 ปีก่อน สะท้อนบทบาทของตลาดองค์กรที่มีต่อการขยายธุรกิจระบบปรับอากาศของบริษัท

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญคือการเข้าซื้อกิจการ FläktGroup เพื่อเสริมความเชี่ยวชาญด้าน HVAC และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับพื้นที่ที่มีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น ศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งต้องอาศัยระบบทำความเย็นและการระบายอากาศเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบโดยรวม

นอกจากนี้ ซัมซุงกำลังจัดตั้งสายการผลิต HVAC ของ FläktGroup แห่งใหม่ ณ โรงงานเมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อรองรับการผลิตโซลูชันทำความเย็นขั้นสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI

 



จากร้านค้าปลีกไทยสู่โครงการที่อยู่อาศัยในภูมิภาค

การขยายโซลูชัน HVAC ของซัมซุงครอบคลุมอาคารหลายประเภท โดยในประเทศไทย บริษัทได้ติดตั้งระบบในบางสาขาของไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม พร้อมเชื่อมต่อกับ SmartThings Pro เพื่อช่วยบริหารจัดการระบบและยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ WindFree ในห้องพักจำนวน 600 ห้อง ครอบคลุม 29 อาคารของโรงแรมเชอราตัน ภูเก็ต ในหาน บีช รีสอร์ต ตามข้อมูลที่บริษัทระบุในบทความ

ส่วนในเวียดนาม ซัมซุงกำลังส่งมอบเครื่องปรับอากาศ WindFree ประมาณ 3,000 เครื่องให้กับโครงการ Sycamore ของ CapitaLand และติดตั้งอีกกว่า 3,000 เครื่องในโครงการมิกซ์ยูส Starlake กรุงฮานอย ขณะที่ออสเตรเลียมีการนำระบบทำความเย็นไปใช้ในโครงการที่พักอาศัย Arncliffe Central และ AURA by Aqualand ในนครซิดนีย์

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นความต้องการที่หลากหลายของตลาดองค์กร ตั้งแต่การดูแลความสะดวกสบายภายในห้องพัก ไปจนถึงการบริหารระบบในอาคารและโครงการขนาดใหญ่



ต่อยอดเครื่องซักผ้าสู่โอกาสธุรกิจเชิงพาณิชย์

นอกจากระบบปรับอากาศ ซัมซุงยังขยายธุรกิจเครื่องซักผ้าและโซลูชันดูแลผ้าสำหรับผู้ประกอบการ โดยมองว่าการขยายตัวของเมือง วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง และความต้องการความสะดวกสบาย เป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์

บริษัทนำประสบการณ์จากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความจุหลากหลาย เพื่อรองรับตลาด B2B ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม พร้อมมีแผนขยายโซลูชันเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียภายในสิ้นปี 2569

หนึ่งในตัวอย่างคือ TiTi Laundry ในโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเป็นพันธมิตรกลุ่มแรกๆ ของซัมซุงในการขยายโมเดลร้านซักผ้าอัตโนมัติในเวียดนาม เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และใช้ระบบตรวจสอบและบริหารจัดการอุปกรณ์จากระยะไกล ช่วยให้ผู้ประกอบการดูแลการทำงานของอุปกรณ์ได้สะดวกขึ้น
 

เมื่อเจ้าของอาคารต้องการระบบที่ทำงานร่วมกัน

แกนสำคัญของตลาด B2B ที่ซัมซุงให้ความสำคัญ คือความต้องการของลูกค้าที่ขยับจากการซื้อผลิตภัณฑ์แยกชิ้น ไปสู่โซลูชันที่เชื่อมต่อกัน เพื่อลดความซับซ้อนในการดูแลอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ภายในโครงการ

แนวทางนี้ปรากฏในโครงการ Granz Forest Park เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งซัมซุงร่วมมือกับ DH Plus บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำเครื่องใช้ไฟฟ้า AI, SmartThings Pro และเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกันมาใช้ร่วมกัน ครอบคลุมพื้นที่พักอาศัย โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์

การขยายธุรกิจของซัมซุงจึงสะท้อนการแข่งขันในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบอาคารที่ให้ความสำคัญกับความสามารถในการบริหารจัดการมากขึ้น ทั้งการเชื่อมต่ออุปกรณ์ การดูแลระบบจากระยะไกล และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของอาคาร คุณค่าของเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่ที่การช่วยให้พื้นที่ทำงานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและรองรับการขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ซัมซุงวางไว้เป็นทิศทางการเติบโตของตลาด B2B ในภูมิภาค

[อ่าน 56]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
BAM ชู “The Missing Door” เปิดโอกาสครั้งที่สอง เชื่อมลูกหนี้ฟื้นตัวกลับสู่ระบบการเงิน
"ออมสิน" ขึ้นเวทีเศรษฐกิจโลก ชูบทบาทส่งเสริมเข้าถึงทุนเพื่อสร้างโอกาส ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
“โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท” ผนึก “Q-CHANG” เปิดตัวบริการทาสีบ้าน-ทาสีกันซึมครบวงจร
กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ตอบโจทย์สังคมอายุยืน
“ONE OKTOBERFEST” เฟสติวัลครั้งใหญ่ จัดเต็มเครื่องดื่ม อาหารนานาชาติ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ 28 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้
“BITETO (ไบท์โตะ)” จาก “ข้าวหอมมะลิไทย” สู่ Rice Snack ดีไซน์ใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved