CEA เดินหน้าสร้าง IP Finance Ecosystem ดันธุรกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดโลก
19 Oct 2026

 

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในฐานะ Affiliated Program อย่างเป็นทางการของการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings เปิดเวที Policy Forum ในหัวข้อ “Building the Enabling Environment: Policy, Platforms and Incentives for a Competitive Creative Sector” ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ตั้งแต่การพัฒนาระบบการเงินที่ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกัน การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ไปจนถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลก

 

เวทีเสวนาครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยที่ต้องก้าวข้ามการมอง “ความคิดสร้างสรรค์” ในฐานะต้นทุนทางวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การพัฒนา “ทุนสร้างสรรค์” ไปสู่ Creative IP ให้เป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถดึงดูดเงินลงทุน สร้างงาน และขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ โดยงานเสวนาประกอบด้วย ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), คุณณัฐรีย์กร เสฏฐสุภัค นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน ระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), คุณศรีตลา สุตภาคย์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และคุณมนชนก ธนสันติ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP)

 

DIP เดินหน้า “IP Finance Ecosystem” เปิดทางใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นแหล่งทุน

คุณมนชนก ธนสันติ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กล่าวว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดทางธุรกิจได้ แต่ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์จำนวนไม่น้อยยังประสบข้อจำกัดในการเปลี่ยน IP ให้เป็นแหล่งเงินทุนหรือสภาพคล่องสำหรับนำไปพัฒนาธุรกิจ

 

DIP จึงร่วมมือกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (European Union Intellectual Property Office: EUIPO) เพื่อพัฒนา Thailand’s IP Finance Ecosystem โดยนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้กับระบบที่มีอยู่ของประเทศไทย พร้อมกำหนดกรอบและแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของไทย โดยคาดว่าจะจัดทำร่างกรอบการดำเนินงานแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้

คุณมนชนก ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นพัฒนาการของการสร้างช่องทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับธุรกิจสร้างสรรค์ เช่น กรณีตลาดทุนที่มีแนวทางสนับสนุนการระดมทุนผ่านโทเคนสำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ โดยมีกรณีศึกษาการระดมทุนสำหรับละครมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าวยังมีรายละเอียดที่ต้องศึกษาและหารือเพิ่มเติม โดยเฉพาะในมุมมองของสถาบันการเงินและการบริหารความเสี่ยง

 

BOI ชูมาตรการส่งเสริมการลงทุน เปิดทางทุนต่างชาติเข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

คุณณัฐรีย์กร เสฏฐสุภัค นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน ระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า BOI ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน รวมทั้งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ผ่านทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี

 

สำหรับธุรกิจสร้างสรรค์ มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ไม่ใช่ภาษีถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ เช่น การได้รับสิทธิในการถือครองที่ดินภายใต้เงื่อนไขของ BOI รวมถึงการจัดตั้งบริษัทโดยไม่จำเป็นต้องมีหุ้นส่วนชาวไทยในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขที่กำหนด

 

“BOI ไม่ใช่สถาบันการเงิน แต่เราทำหน้าที่เป็น Gateway สำหรับนักลงทุนต่างชาติ และอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ โดยมุ่งลดอุปสรรคที่อาจทำให้การลงทุนล่าช้า พร้อมส่งเสริมสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม” คุณณัฐรีย์กรกล่าว

 

World Bank ชี้ส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ไทยโต 2 เท่า โอกาสขยายรายได้จากตลาดโลก

ข้อมูลจาก World Bank Group ชี้ให้เห็นศักยภาพของสินค้าและบริการสร้างสรรค์ไทยในตลาดต่างประเทศ โดยการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ของไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากประมาณ 105,440 ล้านบาทในปี 2002 เป็น 270,000 ล้านบาทในปี 2024

 

การเติบโตดังกล่าวสะท้อนว่าสินค้าและผลงานสร้างสรรค์ของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดภายในประเทศ แต่ยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากต่างประเทศ และสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Global Value Chain ได้มากขึ้น

 

World Bank Group ยังเสนอแนวทางสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ได้แก่ การยกระดับการคุ้มครองและบังคับใช้ทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาตลาด Licensing และ IP การขยายการเข้าถึงเงินทุนและการลงทุนสำหรับนักสร้างสรรค์ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและความร่วมมือในตลาดโลก การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือการผลิตดิจิทัล ตลอดจนการสร้างแบรนด์ประเทศไทยในระดับสากล

 

CEA วาง Roadmap 3 ระยะ ดัน IP จากต้นน้ำสู่ธุรกิจระดับโลก

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า การผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในระยะต่อไปจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการสนับสนุนรายโครงการ ไปสู่การสร้างระบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโต ขยายตลาด และระดมทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดย CEA ให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก

  • Scale Creative Firms - ขยายขนาดธุรกิจสร้างสรรค์ มุ่งเปลี่ยนจากการสนับสนุนแบบรายโครงการไปสู่การสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ โดยพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่ใช้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนเป็นฐาน (Intangible-Asset-Backed Financing) ควบคู่กับการรับรองมาตรฐาน การช่วยเปิดตลาด การจับคู่กับผู้ซื้อ และการเชื่อมโยงกับแหล่งทุนเอกชน รวมถึงพัฒนากลไก Co-investment Fund เพื่อดึงดูดเงินทุนภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจสร้างสรรค์
  • Strengthen IP Monetization - เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้จาก IP การสร้าง IP เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างรายได้ในระยะยาว CEA จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารสิทธิและการบังคับใช้ลิขสิทธิ์การพัฒนา การเสริมศักยภาพองค์กรจัดเก็บและบริหารสิทธิ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น Blockchain และ Smart Contracts เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและจัดสรรรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ ตลอดจนพัฒนาระบบ One-Stop Service สำหรับการจดทะเบียน IP ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ
  • Close Skills & Digital Gaps - สนับสนุนด้านทักษะและเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนาบุคลากรที่เชื่อมโยงกับความต้องการของอุตสาหกรรมและตลาดส่งออก เช่น การสร้าง Talent Pipeline ร่วมกับสตูดิโอ ค่ายเพลง บริษัทเกมและแอนิเมชัน ตลอดจนการพัฒนา Micro-credentials ที่มีภาคเอกชนร่วมรับรอง

 

นอกจากนี้ CEA วางแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยเป็น 3 ระยะ เพื่อสร้างระบบที่ทำให้ Creative IP สามารถเติบโตจากผลงานสร้างสรรค์ไปสู่สินทรัพย์และธุรกิจที่สร้างมูลค่าได้

  • ระยะสั้น มุ่งผลักดันให้การสร้างและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จาก IP ถูกฝังอยู่ในทุกสาขาของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมพัฒนาตลาดและแพลตฟอร์มด้าน IP รวมถึงระบบการเงินสำหรับธุรกิจสร้างสรรค์ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรม
  • ระยะกลาง มุ่งสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SMEs สร้างสรรค์ ให้สามารถเชื่อมโยงกับทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก พร้อมส่งเสริมแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล
  • ระยะยาว มุ่งบูรณาการศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และธุรกิจเข้าด้วยกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

 

“แม้เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะมีมูลค่าสูง แต่ยังมีโอกาสอีกมากในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา ภาครัฐมีการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการจำนวนมาก แต่โจทย์ต่อไปคือการมีเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจ (Business Scaling) ไม่ใช่เฉพาะการสนับสนุนให้เกิดโครงการ รวมถึงการทำให้ IP สามารถเป็นแหล่งเงินทุน และการพัฒนาบุคลากรควบคู่กันไป” ดร. ชาคริต กล่าว

 

DITP ชี้คอนเทนต์ไทยได้รับการตอบรับในตลาดเอเชีย เร่งผู้ประกอบการสร้างรายได้จาก IP

คุณศรีตลา สุตภาคย์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คอนเทนต์ไทยได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น สะท้อนว่าทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภาครัฐกำลังเดินมาถูกทาง และตลาดต่างประเทศยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs ไทยไม่ใช่เพียงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือผลงานที่มีคุณภาพ แต่คือการเปลี่ยนผลงานเหล่านั้นให้สามารถสร้างรายได้และเติบโตเป็นธุรกิจได้จริง ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องศึกษาและเข้าใจตลาดเป้าหมาย เพื่อพัฒนารูปแบบธุรกิจ (Business Model) ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด

 

พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการควรมองไกลกว่าการจำหน่ายผลงานแต่ละชิ้น และให้ความสำคัญกับการพัฒนา ทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง เพื่อสร้างสินทรัพย์ที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ Licensing หรือธุรกิจรูปแบบใหม่ และสร้างรายได้ในระยะยาว

 

เวที “Building the Enabling Environment: Policy, Platforms and Incentives for a Competitive Creative Sector” จึงสะท้อนโจทย์สำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในระยะต่อไป เพื่อเปลี่ยน Creative IP ให้เป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและดึงดูดเงินลงทุน พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Creative Nation ที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

[อ่าน 51]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แสนสิริเปิด The Standard Residences หัวหิน บีชฟร้อนท์แห่งแรกของแบรนด์ระดับโลก มูลค่า 4,500 ล้านบาท
ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้! AIS โชว์นวัตกรรม AI สุดล้ำ ด้วยพลัง 5G-ADVANCED
ท็อปส์ เปิด “ท็อปส์ กรีนพาร์ค เชียงราย” จัดเต็มของสด–ของอร่อย–ของดี ครบทุกไลฟ์สไตล์
กรุงศรี–JCB เจาะตลาดคนรักญี่ปุ่น เปิดบัตรเครดิต Ultimate รับเทรนด์ ‘Jneration’ ตั้งเป้ายอดใช้จ่าย 1,500 ล้านบาท
"คาลเท็กซ์" ทุ่มงบ 500 ล้านบาท ยกระดับโครงสร้างด้านดิจิทัล แบบไร้รอยต่อครั้งยิ่งใหญ่
“KFC Fun Club” ชวนมาแชร์โมเมนต์ผ่านทุกแอ็คทีฟแพสชัน ไปกับ “Crispy Bucket” บักเก็ตไก่ไม่มีกระดูก
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved