
เสน่ห์ของเชียงใหม่กระจายอยู่ทั้งในสถานที่สำคัญรอบคูเมือง งานศิลปะ วิถีชีวิต และชุมชน การเชื่อมพื้นที่เหล่านี้เข้าด้วยกันจึงมีความหมายมากกว่าความสะดวกในการเดินทาง เพราะยังเป็นโอกาสให้ผู้มาเยือนค้นพบเรื่องราวใหม่ ใช้เวลากับเมือง และเข้าถึงกิจการท้องถิ่นได้มากขึ้น

นี่คือมุมที่น่าจับตาของโครงการ Chiang Mai Tram by Lannatique ซึ่งบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC วางให้เป็นกลไกหนึ่งในการเชื่อมระบบนิเวศการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ภายใต้แนวทาง AWC Sustainable & Cultural Journey โดยนำการเดินทาง ศิลปะ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนมาอยู่ในเส้นทางเดียวกัน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 AWC ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ลงนามกรอบความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเมือง การท่องเที่ยว การคมนาคม สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์อัตลักษณ์ล้านนา เพื่อวางรากฐานการเติบโตของเมืองในระยะยาว
Chiang Mai Tram by Lannatique เป็นโครงการรถแทรมไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่มีเส้นทางครอบคลุม 15 สถานี เชื่อมสถานที่สำคัญรอบคูเมืองเชียงใหม่และแหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนาในมิติร่วมสมัย
ในมุมเศรษฐกิจ ความน่าสนใจอยู่ที่แนวทางเชื่อมโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว แหล่งพาณิชยกรรม และชุมชนเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงสินค้า บริการ และประสบการณ์ของผู้ประกอบการท้องถิ่นระหว่างการเดินทาง
เส้นทางจึงเป็นทั้งช่องทางเข้าถึงสถานที่และช่องทางสร้างการมองเห็นให้กับพื้นที่โดยรอบ ส่วนโอกาสดังกล่าวจะต่อยอดเป็นรายได้ให้ชุมชนได้มากเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับการเชื่อมกิจกรรมและบริการท้องถิ่นเข้ากับประสบการณ์เดินทางอย่างเป็นรูปธรรม
AWC ระบุว่า การดำเนินงานภายใต้ AWC Sustainable & Cultural Journey ยึดแนวคิด Social Enterprise มุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่
อีกแกนสำคัญของโครงการคือการนำเรื่องราวของเมืองมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว ผ่านแนวคิด “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” ที่เชื่อมศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชุมชนเข้ากับการเดินทาง

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า บริษัทต้องการร่วมสืบสานคุณค่าของเชียงใหม่ ทั้งมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา วิถีชีวิตของผู้คน และความงดงามของธรรมชาติ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและชุมชนในระยะยาว
โครงการรถแทรมจึงถูกวางให้ช่วยส่งต่อเสน่ห์ของเมือง และเชื่อมประสบการณ์จากโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว พื้นที่พาณิชยกรรม และชุมชน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลก
แนวทางนี้เปิดพื้นที่ให้วัฒนธรรมท้องถิ่นมีบทบาทในการสร้างประสบการณ์และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยมีการสืบสานเอกลักษณ์และมรดกของเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา
กรอบความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาเมืองและพื้นที่สาธารณะอย่างบูรณาการ การเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคมนาคมและการเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยี การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการสืบสานศิลปะ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ล้านนา
การมีทั้งหน่วยงานจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล หน่วยงานขนส่ง การท่องเที่ยว ตำรวจ ภาคธุรกิจ และชุมชนร่วมขับเคลื่อน สะท้อนว่าการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวต้องอาศัยการประสานงานหลายส่วน ทั้งการเข้าถึงพื้นที่ การจัดการเดินทาง และการดูแลบริบทของเมือง

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว คมนาคม และเทคโนโลยี ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ล้านนาและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพร้อมประสานและสนับสนุนการทำงานกับทุกภาคส่วนให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ก้าวต่อไปที่น่าติดตามคือการทำให้เส้นทาง 15 สถานีเชื่อมกับกิจกรรมและธุรกิจในพื้นที่ได้จริง ทั้งความสะดวกในการเดินทาง การเข้าถึงแหล่งวัฒนธรรม และโอกาสที่ชุมชนจะเข้ามามีส่วนร่วม
สำหรับเชียงใหม่ โครงการนี้จึงเป็นโจทย์ของการใช้การเดินทางเชื่อมคุณค่าที่เมืองมีอยู่แล้ว ให้ผู้มาเยือนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดทางให้ผู้ประกอบการและชุมชนร่วมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวจากเรื่องราวของตนเอง





