เปิดแล้ว แอมไชน่าทาวน์ โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางเยาวราช
17 Nov 2019

I’m Chinatown (แอมไชน่าทาวน์) โครงการมิกซ์ยูส สไตล์ Modern Chinese แห่งใหม่ของย่านเยาวราช ที่รวมทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม และโรงแรมแนวคิดใหม่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายใต้การบริหารงานโดยเครือโรงแรมชั้นนำเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเชื่อมทุกชีวิตสู่ไชน่าทาวน์อย่างมีสีสันในหลากหลายมิติ เพื่อดึงดูดให้ผู้หลงใหลมนต์เสน่ห์แห่งเยาวราชได้สัมผัสประสบการณ์ย่านเยาวราชอย่างใกล้ชิดสร้างสีสันด้วยความแปลกใหม่จากตัวเลือกร้านค้าชั้นนำพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐานมากมาย โดยพร้อมเปิดเฟสแรกในส่วนของศูนย์การค้าเพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้า ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งแต่ 15/11/2019 ที่ผ่านมา

สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ กรรมการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด กล่าวว่า “ย่านเยาวราช หรือไชน่าทาวน์ เป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศไทย เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นศูนย์รวมการค้าขายของชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเฉพาะในเรื่องของการไหว้พระทำบุญ ศิลปวัฒนธรรม และสตรีทฟูด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางแลกเงินที่สำคัญ เป็นแหล่งซื้อขายทองคำ ศูนย์การค้าส่งเสื้อผ้า ของฝากของชำร่วย และศูนย์รวมการขายของแห้ง ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนในชุมชนนี้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทันสมัยของสังคม มีอาคารร้านค้าที่ทันสมัย โรงแรมบูติก หรือแม้แต่ร้านอาหารเก๋ๆ ที่เน้นงานดีไซน์ที่ผสมผสานศิลปะดั้งเดิมของตึกหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่อดีต เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หลั่งไหลเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในย่านนี้กันมากขึ้น”

“แต่ย่านไชน่าทาวน์มีข้อจำกัดในเรื่องที่ดิน ไม่สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ทำได้แค่เพียงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเดิม บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทมิกซ์ยูส เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกเพศทุกวัย และสามารถเพิ่มสีสันให้กับเยาวราชมากยิ่งขึ้น โครงการ I’m Chinatown มีพื้นที่ขนาด 40,000 ตารางเมตร จึงเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่สุดโครงการแรกที่มีการก่อสร้างในย่านนี้ภายในรอบ 30 ปี ซึ่งตั้งห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วัดมังกร เพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น”

โครงการ I’m Chinatown ประกอบไปด้วย 4 ส่วน ได้แก่

  1. โรงแรม ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างโรงแรม “อาศัย” (ASAI) เครือดุสิต ซึ่งเป็นโรงแรมเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างไป โดยเน้นการเข้าถึงวิถีชุมชน หรือ ‘Live Local’ มีจำนวนห้องทั้งสิ้น 224 ห้อง ให้บริการตั้งแต่ชั้น 4-8 ของศูนย์การค้าฯ จะเปิดรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยคาดว่า 40% จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน รองลงมาจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป และเรามั่นใจว่าจะมี occupancy rate มากกว่า 90% ตลอดทั้งปี
  2. อาคารจอดรถ ที่อำนวยความสะดวกกับผู้มาใช้บริการและประชาชนที่จะเดินทางมาไชน่าทาวน์ โครงการฯ เปิดให้บริการที่จอดรถ 300 คัน ซึ่งเป็นอาคารจอดรถขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในย่านไชน่าทาวน์
  3. เรสซิเดนซ์ ที่เป็นคอนโดมิเนียมแบบตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่ 8 ชั้นจำนวน 43 ยูนิตใช้ชื่อว่า I’m Chinatown Residence ซึ่งตอบสนองประชาชนที่พักอาศัยในย่านนี้ที่ไม่ต้องเดินทางออกไปชานเมือง และกลับมาตอนเช้า รวมถึงเจ้าของกิจการ และผู้ประกอบการที่มีธุรกิจในย่านนี้ ในส่วนคอนโดมิเนียมจะมีการใช้ระบบลิฟต์แยกตามชั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า-ออก โครงการด้วยระบบ คีย์การ์ด ซึ่งปัจจุบันได้ทำการปิดการขายโครงการทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  4. ศูนย์การค้า ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมของฝากและร้านอาหาร เป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวผู้มาจับจ่ายใช้สอย แหล่งรับประทานอาหารของประชาชนทั่วไปโดยสามารถแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้ 4 กลุ่ม ได้แก่
  • I’m Local - กลุ่มผู้อาศัยท้องถิ่นที่พำนักและดำรงชีวิตในชุมชนเยาวราชหรือย่านใกล้เคียงจากรุ่นสู่รุ่นมีความคุ้นเคยและรู้จักย่านนี้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย หรือชุมชนผู้อาศัยภายในย่านนี้
  • I’m Visitor - กลุ่มผู้เยี่ยมเยือนผู้สัญจรที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งเยาวราช มักหาเวลามาสำรวจเสาะหาประสบการณ์ภายในย่านนี้ ชอบสังสรรค์กับเพื่อนฝูงตามโอกาสพิเศษต่างๆ 
  • I’m Teen - นักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น ที่ชอบหาเวลาพบปะเพื่อนฝูง มองหาประสบการณ์แปลกใหม่ร่วมกัน และออกมาสนุกกับการหาของกินกับเพื่อนๆ ในย่านเยาวราชอยู่เป็นประจำ
  • I’m Tourist - นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่หลงใหลกับเสน่ห์ของเยาวราช และชอบแสวงหาประสบการณ์ยามราตรีในย่านเยาวราช ตลอดจนอาหารจีนและอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ได้สัมผัสชีวิต และไลฟ์สไตล์ของชุมชนจีนในเยาวราช

สุวรรณ กล่าวต่อว่า “บริษัทฯ เล็งเห็นว่าการจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่มได้นั้น โครงการฯ ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างมิติที่แปลกใหม่ทันสมัยให้กับย่านเยาวราช อีกทั้งยังต้องอนุรักษ์และร่วมมือกันกับร้านค้า ภัตตาคารจีนชั้นนำ รวมถึงสตรีทฟูดที่มีชื่อเสียงของย่านเยาวราช ตลอดจนชุมชนทุกคนภายในย่านนี้ เพื่อเชื่อมต่อความเป็นต้นแบบของชุมชนเยาวราชเข้ากับมิติใหม่ของโครงการฯ ในส่วนของศูนย์การค้า I’m Chinatown แม้จะเป็นศูนย์การค้าน้องใหม่ที่มีความทันสมัย แต่ให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับย่านเยาวราช ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบอาคาร สไตล์ Modern Chinese ที่เน้นงานออกแบบที่สร้างสมดุลในเรื่องความทันสมัยและคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของย่านเยาวราช เพราะยึดแนวทางในการอนุรักษ์คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมจีนของย่านนี้ที่มีมาแต่ดั้งเดิมในการออกแบบและดำเนินการ 

นอกจากนั้นการสรรหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับคนในย่านนี้ ก็เป็นอีกสีสันหนึ่งที่ต้องการสร้างให้กับไชน่าทาวน์ เพื่อเติมเต็มและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้คนในย่านนี้ ตลอดจนผู้หลงใหลเสน่ห์ ของเยาวราชทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกคนอีกด้วย โดยภายในศูนย์การค้าฯ จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ร้านค้ายอดฮิต แบรนด์ดังมากมาย และระบบการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน สถานที่จอดรถขนาดใหญ่”

สำหรับความน่าสนใจของภายในศูนย์การค้า I’m Chinatown นี้ ประกอบไปด้วยหลากหลายร้านค้าชั้นนำที่ครอบคลุมพื้นที่ตลอด 4 ชั้น โดยมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 80 ร้าน คิดเป็นพื้นที่พาณิชย์กว่า 10,000 ตารางเมตร เปิดให้บริการทุกวัน โดยร้านค้าทั่วไปเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 22.00 น.

การพัฒนาของยุคสมัยที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เยาวราชในปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมธุรกิจการค้าที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว บริษัทฯ ต้องการผลักดันให้ศูนย์การค้า I’m Chinatown เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้เยาวราช แข็งแกร่งและยั่งยืน เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และสร้างสีสันเพื่อให้ตอบโจทย์ทุกคนที่มาใช้บริการในบริเวณเยาวราชและพื้นที่โดยรอบ ทั้งยังมุ่งเน้นที่จะร่วมมือ ร่วมใจ และส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนภายในชุมชนมากยิ่งๆ ขึ้นไป

โดยสถานที่ตั้งของโครงการฯ อยู่บนถนนเจริญกรุง ด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วัดมังกร (ทางออก 1) ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวและผู้สัญจรขึ้นลงสถานีดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10,000 คนต่อวันโครงการ I’m Chinatown จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนประตูใหญ่สู่ใจกลางเยาราช”

 

“บริษัทฯ คาดการณ์ว่าจะสามารถทำรายได้จากการปล่อยเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าฯ อยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปีและจะเบรกอีเวนต์ภายใน 5 - 7 ปี ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะมีผู้มาใช้บริการต่อวันไม่น้อยกว่า 8,000 คน โดยในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์การค้า I’m Chinatown พร้อมเปิดให้บริการ โดยเบื้องต้นจะมีร้านค้าทยอยเปิดให้บริการราว 70% และจะเปิดบริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 2563” สุวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

[อ่าน 3,780]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
OPPO Enco Air5s และ OPPO Enco Air5 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่
True IDC ลงทุนกว่า 6 พันล้านบาท เปิดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 ในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ รองรับ Cloud และ AI
ธ.ก.ส. ชวนชมรายการหอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร สัมผัสมนต์เสน่ห์สกลนคร ผ้าย้อมคราม มรดกภูมิปัญญาสู่ระดับอินเตอร์
‘เนสกาแฟ รัน หาดใหญ่ 2026’ สร้างประสบการณ์ “เช้าดีๆ แค่มีเนสกาแฟเรดคัพ” เพื่อชาวหาดใหญ่
SENA เดินหน้าสู่ Green Lifestyle Platform จากผู้พัฒนาอสังหาฯ สู่พาร์ทเนอร์ที่ดูแลทุกช่วงชีวิตของลูกค้า
KFC ประเทศไทย เอาใจคนคลั่งซอส เสิร์ฟ “Sassy Dip” ซอสดิปมาโยสุดนัวใหม่ล่าสุด ถึง 30 มิ.ย. เท่านั้น
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved