
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองครบรอบ 4 ปี โครงการ “ท็อปส์ ท้องถิ่น” (TOPS TONGTIN) ภายใต้แนวคิด “LOCAL DISCOVERIES” ตอกย้ำความสำเร็จด้วยยอดขายสะสมเติบโตต่อเนื่อง ขยายฐานเครือข่ายผู้ประกอบการและสินค้าจาก SME ไทยในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ ผ่านช่องทางจำหน่ายของท็อปส์ทั่วประเทศ สะท้อนศักยภาพสินค้า Local ไทยที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ล่าสุดฉลองครบรอบ 4 ปี พร้อมเปิดตัว “TOPS TONGTIN SME Awards” เป็นครั้งแรกในงาน “ท็อปส์ ท้องถิ่น Open House” ครั้งที่ 4 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โดยความร่วมมือกับธนาคารออมสินและเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมอบ 12 รางวัลเชิดชูผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีผลงานโดดเด่น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพสินค้าไทย สร้างโอกาสทางธุรกิจ และผลักดันผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้าปิดปี 2569 ด้วยการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 180 ราย และสินค้ากว่า 1,000 รายการ พร้อมยอดขายเติบโตกว่า 30%

นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ผู้ประกอบการ SME ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างงานการกระจายรายได้ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern Trade มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับผู้บริโภคในวงกว้าง โดยข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี พบว่า ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3–3.5% ต่อปีในช่วงปี 2570–2571 สะท้อนศักยภาพของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยขยายตลาดและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญของผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงเป็นการพัฒนาสินค้าให้สามารถแข่งขันได้ เพื่อตอบรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเข้าถึงช่องทางจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
“สำหรับท็อปส์ เราเชื่อว่าธุรกิจค้าปลีกสามารถมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงช่องทางจำหน่ายสินค้า ด้วยเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกกว่า 6 ทศวรรษ เราจึงมุ่งใช้ศักยภาพเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ผ่านโครงการ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราได้สร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเข้าถึงตลาดและผู้บริโภค ไปจนถึงการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้า Local ไทยเติบโตเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพและแข่งขันได้ในระยะยาว”
นายธนวัตร กล่าวต่อว่า “โดยทิศทางใน 3–5 ปีข้างหน้า เรามุ่งยกระดับ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ สู่การเป็น Growth Partner แพลตฟอร์มสนับสนุนการเติบโตของ SME ไทยอย่างครบวงจร ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายโอกาสทางตลาด การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการร่วมพัฒนาสินค้าสูตรเฉพาะกับผู้ประกอบการเดิม การขยายสู่หมวดสินค้าใหม่ และการศึกษารูปแบบพื้นที่จำหน่ายสินค้า SME โดยเฉพาะทั้ง Standalone และ Hybrid Store หรือรูปแบบอื่นๆที่เหมาะสม และ การเชื่อมสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ด้วยเป้าหมายขยายตลาดต่างประเทศให้ครอบคลุมมากกว่า 12 ประเทศ และผลักดันสินค้าไทยอย่างน้อย 100 รายการเข้าสู่ตลาดส่งออก พร้อมสร้างคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง เราต้องการเห็นผู้ประกอบการไทยเติบโตจากธุรกิจท้องถิ่นสู่แบรนด์ที่สามารถแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ และแนวคิด ‘Small Acts Together’ ของท็อปส์”
ด้าน นายไบรอัน ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพันธมิตรระหว่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ สร้างยอดขายเติบโตระดับสองหลักอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2569 มีผลงานในด้านยอดขายรอบ 9 เดือนแรก (ม.ค. - ก.ย.) เติบโต 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผ่านเครือข่ายผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมโครงการกว่า 169 ราย จากกว่า 40 จังหวัด และสินค้าท้องถิ่นคุณภาพกว่า 940 รายการ วางจำหน่ายผ่านเครือข่ายท็อปส์ทั่วประเทศ ครอบคลุมท็อปส์ทุกฟอร์แมตกว่า 110 สาขา และท็อปส์ เดลี่กว่า 550 สาขา สะท้อนศักยภาพสินค้า Local ไทยในการสร้างการเติบโตและแข่งขันในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่
นายไบรอัน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการดำเนินโครงการและข้อมูลการจำหน่ายสินค้าในปี 2569 เรายังพบ 3 อินไซต์สำคัญที่สะท้อนเทรนด์สินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค และโอกาสการเติบโตของสินค้า Local ไทย ได้แก่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการฉลองครบรอบ 4 ปี คือการเปิดตัว “TOPS TONGTIN SME Awards” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีผลงานโดดเด่นทั้งด้านยอดขาย นวัตกรรม ศักยภาพการเติบโต และการสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการมอบรางวัลรวม 12 รางวัล ครอบคลุม 5 กลุ่มรางวัลสำคัญ ได้แก่
การมอบรางวัลครั้งนี้คือผลสำเร็จของโครงการในการยกระดับผู้ประกอบการ SME ไทยให้สามารถต่อยอดสินค้าและสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ “ป้อเจ้า” ที่สร้างยอดขายเติบโตระดับสองหลักต่อเนื่องทุกปี “แม่แอ๊ว” ที่ได้มีการต่อยอดพัฒนาสินค้าขนาดเล็กเพื่อขยายตลาดผ่านท็อปส์ เดลี่ “โกโก้วัลเลย์” แบรนด์ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกโกโก้กว่า 30% เพิ่มกำลังการผลิตกว่า 20% และมีส่วนช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่า 400 ครัวเรือน และ “จิน” ที่ต่อยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จนอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายตลาดสู่สหราชอาณาจักร โดยทั้งหมดนี้เป็นการตอกย้ำพันธกิจของท็อปส์ในการ ส่งเสริมศักยภาพ สนับสนุนโอกาสทางธุรกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้ผู้ประกอบการ SME ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและทัดเทียมแบรนด์ชั้นนำในตลาด
นอกจากนี้ ท็อปส์ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ประกอบการรายใหม่ผ่านกิจกรรม “ท็อปส์ ท้องถิ่น Open House” ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยความร่วมมือกับธนาคารออมสินและเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดโอกาสให้ SME นำเสนอสินค้าและจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับทีมผู้เชี่ยวชาญของท็อปส์ ท้องถิ่น โดยการจัดงาน 3 ครั้งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมกว่า 450 ราย ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการ Business Matching กว่า 300 ราย และอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าหรือเจรจาธุรกิจกว่า 100 ราย ล่าสุดจัดงานครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของปี ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ร่วมกับธนาคารออมสินและอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดโอกาสให้ SME ภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าร่วมนำเสนอสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่
“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์ ท้องถิ่น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ท็อปส์ ท้องถิ่น เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SME ได้อย่างแท้จริง เราเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ประกอบการ SME ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง สรรหาและพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเติม รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการฯ ทั้ง “ท็อปส์ ท้องถิ่น Open House” ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ และการเปิดตัว “TOPS TONGTIN SME Awards” ทำให้เรามั่นใจว่า ในปี 2569 นี้ เราจะสามารถผลักดันยอดขายทั้งปีให้เติบโตตามเป้าหมายที่ 30% พร้อมขยายเครือข่ายผู้ประกอบการครอบคลุมกว่า 180 ราย และเพิ่มจำนวนสินค้ามากขึ้นรวมกว่า 1,000 รายการ ตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ ท้องถิ่น ในการเป็นเวทีสร้างโอกาส ยกระดับศักยภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ” นายธนวัตร กล่าวสรุป
ท็อปส์ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับผู้ประกอบการที่มีสินค้าท้องถิ่นคุณภาพและมีศักยภาพในการเติบโต เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ท็อปส์ ท้องถิ่น” เพื่อร่วมพัฒนาสินค้าและขยายโอกาสสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ ติดตามรายละเอียดโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ https://topstongtin.tops.co.th และเฟซบุ๊ก TOPS ท้องถิ่น (TOPS TONGTIN)





