
1. พักสายตาด้วยสูตร 20-20-20
การจ้องหน้าจอติดต่อกันนานหลายชั่วโมงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำตาระเหยไว สำหรับคนทำงานออฟฟิศที่มักเจอปัญหาตาแห้งมีวิธีแก้ที่ทำได้ง่ายที่สุดในระหว่างวันคือการปรับพฤติกรรมด้วยกฎ 20-20-20 โดยทุก ๆ 20 นาที ให้ละสายตาจากการมองจอ แล้วมองออกไปที่วัตถุไกลอย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาผ่อนคลายและกระตุ้นการสร้างน้ำตาตามธรรมชาติ
2. ปรับแสงสว่างและตำแหน่งจอภาพให้เหมาะสม
แสงสะท้อนจากหน้าจอหรือแสงไฟที่สว่างเกินไปสามารถกระตุ้นให้ตาเกิดการระคายเคืองและสู้แสงไม่ได้ สำหรับผู้ที่มีภาวะตาสู้แสงไม่ได้ควบคู่กับอาการตาแห้งมีวิธีแก้ที่ช่วยลดภาระของดวงตาคือการปรับความสว่างหน้าจอให้อยู่ในระดับพอดี ไม่สว่างหรือมืดจนเกินไป พร้อมทั้งจัดวางตำแหน่งหน้าจอให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อยประมาณ 10-15 องศา เพื่อลดการเปิดกว้างของเปลือกตาและชะลอการระเหยของน้ำตา
3. เลือกใช้น้ำตาเทียมชนิดไร้สารกันเสีย
หากคุณกำลังมองหาทางออกอย่างเร่งด่วนเมื่อเกิดอาการตาแห้งมีวิธีแก้ด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นโดยใช้น้ำตาเทียมชนิดไร้สารกันเสีย ถือเป็นตัวช่วยที่ปลอดภัยและเห็นผลเร็ว น้ำตาเทียมชนิดรายวันจะช่วยหล่อลื่นดวงตา บรรเทาอาการแสบเคือง และลดอาการแพ้แสงได้ดี สามารถหยอดได้บ่อยตามต้องการโดยไม่สะสมสารเคมีในดวงตา
4. ตั้งใจกะพริบตาให้ถี่และสมบูรณ์ขึ้น
เมื่อเราจดจ่อกับการทำงานหรือเพ่งหน้าจอ อัตราการกะพริบตาจะลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้ชั้นน้ำตาแห้งระเหยเร็วขึ้น การฝึกกะพริบตาให้ถี่ขึ้นและปิดเปลือกตาให้สนิททุกครั้ง จะช่วยเกลี่ยน้ำตาให้เคลือบกระจกตาอย่างสม่ำเสมอ ช่วยบรรเทาความเคืองตาและฟื้นฟูความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. เพิ่มความชื้นในอากาศและหลีกเลี่ยงลมเป่าตรง
การนั่งทำงานในห้องแอร์เย็นจัด หรือการนั่งใต้ช่องปรับอากาศและพัดลมโดยตรง จะทำให้น้ำตาแห้งระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศแห้งซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะตาแห้งมีวิธีแก้ที่ตรงจุดอีกประการหนึ่งคือการใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ พร้อมทั้งเลี่ยงการให้ลมพัดเข้าใบหน้าโดยตรง เพื่อรักษาความชื้นรอบดวงตาให้คงที่
6. เพิ่มสารอาหารบำรุงสายตา โดยเฉพาะโอเมก้า 3
การดูแลจากภายในมีความสำคัญไม่แพ้กัน การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาทะเล เมล็ดแฟลกซ์ หรือถั่วต่าง ๆ จะช่วยปรับปรุงคุณภาพของน้ำมันที่ผลิตจากชั้นเปลือกตา ทำให้น้ำตาไม่ระเหยไวจนเกินไป รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอและลูทีนเพื่อบำรุงเซลล์รับแสงในดวงตา
7. สวมแว่นกันแดดหรือแว่นกรองแสงเมื่อต้องเผชิญแสงจ้า
สำหรับผู้ที่มีอาการตาสู้แสงไม่ได้ การออกแดดหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีแสงจ้าจะทำให้เกิดอาการปวดตาและแสบตาได้ง่าย การสวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UV หรือใช้แว่นตัดแสงสีฟ้า จะช่วยปกป้องดวงตาจากแสงที่เป็นอันตราย และลดการระคายเคืองจากลมและฝุ่นละอองภายนอกได้เป็นอย่างดี
การดูแลสุขภาพดวงตาต้องอาศัยทั้งการปรับพฤติกรรมและการดูแลสภาพแวดล้อมควบคู่กันไป หากลองทำตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วแต่ยังเผชิญกับอาการตาแห้งมีวิธีแก้ในขั้นถัดไปคือการเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อรักษาดวงตาคู่สำคัญให้อยู่กับเราไปอีกนาน





