"หลุยส์ วิตตอง" เปิดบทใหม่ Visionary Journeys เชื่อมงานฝีมือ–แฟชั่น–ศิลปะไทย
03 Nov 2026

 

LV The Place Bangkok ณ เกษรอัมรินทร์ ขยายประสบการณ์นิทรรศการ Visionary Journeys พาสำรวจมรดกและความคิดสร้างสรรค์ของหลุยส์ วิตตอง พร้อมร่วมมือกับ Bangkok Art Biennale เปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยถ่ายทอดมุมมองการเดินทางผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยหมุนเวียน

 

สำหรับแบรนด์ลักชัวรี นิทรรศการเป็นอีกช่องทางในการถ่ายทอดคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังสินค้า ทั้งประวัติศาสตร์ แนวคิดการออกแบบ และความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือ การปรับโฉม Visionary Journeys ครั้งนี้จึงน่าสนใจทั้งในฐานะพื้นที่เรียนรู้เรื่องราวของหลุยส์ วิตตอง และการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมแบรนด์เข้ากับผู้ชมผ่านศิลปะ

 

 

LV The Place Bangkok เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โดยรวมพื้นที่นิทรรศการ คาเฟ่ และร้านค้าไว้ในจุดหมายเดียวกัน ก่อนต่อยอดในเดือนตุลาคม 2569 ด้วยการขยายประสบการณ์ Visionary Journeys ซึ่งออกแบบพื้นที่จัดแสดงร่วมกับ โชเฮ ชิเงมัตสึ (Shohei Shigematsu) พาร์ตเนอร์แห่ง OMA พร้อมเพิ่มผลงานศิลปะร่วมสมัยและปรับเส้นทางเยี่ยมชมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

จากทรังก์ 96 ใบ สู่ประตูแห่งการเดินทาง

จุดเริ่มต้นของนิทรรศการอยู่ที่ Trunkscape ผลงานศิลปะจัดวางเชิงสถาปัตยกรรมที่ประกอบจากทรังก์ลายโมโนแกรม 96 ใบ เรียงตัวเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนประตูพาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งการเดินทางของหลุยส์ วิตตอง

 

ในบทใหม่นี้ Trunkscape ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองทางศิลปะ โดยนำเสนอผลงานวิดีทัศน์แบบอิมเมอร์ซิฟรอบโครงสร้างทรังก์ เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยร่วมตีความเรื่องราวการเดินทางผ่านภาษาสร้างสรรค์ของตนเอง

 

 

ศิลปินไทยร่วมตีความความทรงจำและจินตนาการ

หลุยส์ วิตตอง ร่วมมือกับ Bangkok Art Biennale ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์ พิรวุฒิ โปษยานนท์ และอดุลญา ฮุนตระกูล เชิญศิลปินไทย 3 คน ได้แก่ นักรบ มูลมานัส ณิชชา โตทอง และไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ สร้างสรรค์ผลงานสำหรับพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ

 

ผลงานนำเสนอภายใต้แนวคิด “อนาคตแห่งการเดินทาง — ระหว่างความทรงจำและจินตนาการ” เชื่อมแนวคิดศิลปะแห่งการเดินทางของหลุยส์ วิตตองเข้ากับมุมมองของแวดวงศิลปะร่วมสมัยไทย โดยศิลปินจะผลัดเปลี่ยนกันนำเสนอผลงาน เพื่อให้ผู้ชมกลับมาค้นพบประสบการณ์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

 

ผลงานแรกเป็นของ “นักรบ มูลมานัส” จัดแสดงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านศิลปะคอลลาจที่ผสานศิลปะตะวันตกแนวคลาสสิก วัฒนธรรมภาพของไทย และภาพทางประวัติศาสตร์ เข้าด้วยกันในรูปแบบวิดีทัศน์อิมเมอร์ซิฟ

 

 

สำรวจรากฐานงานฝีมือ ก่อนเชื่อมสู่แฟชั่นร่วมสมัย

จาก Trunkscape ผู้ชมจะเข้าสู่ห้อง Origins ซึ่งเล่าจุดเริ่มต้นของหลุยส์ วิตตอง ผ่านเอกสารจดหมายเหตุ ทรังก์เก่าแก่ และแคนวาสลวดลายสำคัญ สะท้อนพัฒนาการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรจุสัมภาระและการทำทรังก์ สู่แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

 

ชิ้นงานที่น่าสนใจ ได้แก่ Canteen Trunk ปี 1895 ทรังก์ทองแดงสำหรับบรรจุชุดช้อนส้อม Picnic Trunk ปี 1909 ที่ออกแบบสำหรับการพักผ่อนกลางแจ้ง และ Library Trunk ปี 1932 สำหรับจัดเก็บหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียน แต่ละชิ้นเผยให้เห็นการออกแบบที่ตอบรับวิถีชีวิตและความต้องการของนักเดินทางในแต่ละยุค

 

ห้อง Asnières ซึ่งนำเสนอเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ พาผู้ชมทำความรู้จักบ้านประจำตระกูลวิตตองและเวิร์กช็อปที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1859 ย่านชานกรุงปารีส สถานที่ซึ่งเป็นทั้งแหล่งสร้างสรรค์ผลงานและพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านงานฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น

 

ขณะที่ห้อง Workshop เปิดมุมมองเบื้องหลังการทำงาน ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาชิ้นงานจนถึงขั้นตอนอันละเอียดประณีต พร้อมการสาธิตที่เปิดให้ผู้ชมสัมผัสความเชี่ยวชาญของช่างฝีมืออย่างใกล้ชิด

 

 

บทสนทนาระหว่างศิลปะกับแฟชั่น

ห้อง Collaborations นำเสนอความร่วมมือกับศิลปินที่เข้ามาตีความเอกลักษณ์ของหลุยส์ วิตตองในมุมใหม่ อาทิ Stephen Sprouse, Takashi Murakami และ Yayoi Kusama ควบคู่กับการออกแบบพื้นที่จัดแสดงแบบดิจิทัลอิมเมอร์ซิฟ ถ่ายทอดการแลกเปลี่ยนระหว่างโลกศิลปะกับแฟชั่น

 

ส่วนห้อง Fashion รวบรวมเสื้อผ้า เครื่องหนัง รองเท้า และแอกเซสซอรี ผ่านวิสัยทัศน์ของนักออกแบบที่มีบทบาทต่อแบรนด์ เช่น Marc Jacobs, Nicolas Ghesquière, Virgil Abloh และ Pharrell Williams แสดงให้เห็นว่ามรดกของหลุยส์ วิตตองถูกนำมาตีความต่ออย่างไรในแฟชั่นร่วมสมัย

 

เส้นทางนิทรรศการปิดท้ายที่ห้อง Souvenirs พื้นที่อินเทอร์แอกทีฟซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมรับของที่ระลึก เพื่อเก็บความทรงจำจากการเดินทางครั้งนี้

 

 

เล่าเรื่องแบรนด์ผ่านประสบการณ์ที่กลับมาค้นพบได้

ในมุมการตลาด Visionary Journeys ช่วยทำให้ประวัติศาสตร์และความเชี่ยวชาญของแบรนด์เป็นเรื่องที่ผู้ชมสัมผัสได้ ผ่านชิ้นงานจริง กระบวนการทำงาน และการออกแบบพื้นที่ ขณะที่การเชิญศิลปินไทยร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ช่วยเชื่อมเรื่องราวระดับโลกเข้ากับบริบทของพื้นที่จัดแสดงในกรุงเทพฯ

 

การหมุนเวียนผลงานยังสร้างเหตุผลให้ผู้ชมกลับมาเยือน เมื่อรวมกับ Le Café Louis Vuitton และร้านค้าในพื้นที่เดียวกัน จึงเปิดโอกาสให้ผู้คนใช้เวลากับแบรนด์ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การชมศิลปะ เรียนรู้งานฝีมือ ไปจนถึงประสบการณ์อาหารและการเลือกซื้อสินค้า

 

บทใหม่ของ LV The Place Bangkok จึงสะท้อนการใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมเพื่อถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมผ่านเรื่องราวที่พัฒนาและค้นพบใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

ข้อมูลการเข้าชม

นิทรรศการ Visionary Journeys ตั้งอยู่ที่ LV The Place Bangkok ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ เปิดเวลา 10.00–20.00 น. สอบถามรายละเอียดและตรวจสอบการจองเข้าชม โทร. 1800-01-1112

 

 

[อ่าน 54]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
LAWSON 108 เปิดตัว “SMART EXCHANGE” จุดบริการแลกเงินอัตโนมัติ สาขาสุขุมวิท 22 รองรับ 10 ภาษา 12 สกุลเงิน
Levi’s® ชวน “Let’s Get Fuzzy” ต้อนรับฤดูสเวตเตอร์ของ Levi’s®
ไทยเปิดฉาก Interferry 2026 รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลกที่กรุงเทพฯ
"ทีเส็บ" เปิดตัวโครงการ “WOW CREATE” ท้าคนรุ่นใหม่พลิกไอเดีย สู่ธุรกิจสร้างสรรค์ระดับโลก
เปิดมุมมองผู้นำ “แสนสิริ – พลัสฯ” เดินหน้าเชิงรุก ยกระดับอสังหาฯ ไทยรับมือ Climate Change
"ไทยยูเนี่ยน" ไตรมาส 3 กวาดยอดขาย 35,679 ลบ. รับกำไรการดำเนินงาน 2,087 ลบ. บวก 16.2% หนุน EPS 9 เดือน โต 7.8%
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved