
สังคมอายุยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นโจทย์ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ทั้งความต้องการความคุ้มครองระยะยาว การเตรียมความพร้อมทางการเงิน และความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้น บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จึงนำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาผนวกเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ พร้อมประกาศเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Global Compact: UN Global Compact
UN Global Compact เป็นโครงการภาคสมัครใจที่ส่งเสริมให้องค์กรปรับกลยุทธ์และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักสากล 10 ประการ ครอบคลุมสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDGs ผ่านการนำไปปฏิบัติและเปิดเผยข้อมูลการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงสร้างประชากรโลกและประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมอายุยืน หรือ Longevity Economy แต่การมีอายุขัยยาวขึ้นยังมาพร้อมช่องว่างระหว่างช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี หรือ Healthspan และช่วงชีวิตที่มีความมั่นคงทางการเงิน หรือ Wealthspan
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ทั้งจากเหตุการณ์เฉียบพลัน เช่น คลื่นความร้อนและอุทกภัย ตลอดจนความเสี่ยงระยะยาว เช่น มลพิษทางอากาศและโรคอุบัติใหม่
“บริษัทฯ จึงได้มีการบูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนผนวกเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็น ‘ผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพที่ยั่งยืน’ (Leading Sustainable Insurer) ที่พร้อมรับมือกับสังคมอายุยืน และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นายสาระกล่าว
ด้านสิ่งแวดล้อม เมืองไทยประกันชีวิตระบุในรายงานความยั่งยืนปี 2568 ว่า บริษัทตั้งเป้ามุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2573 พร้อมขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาคาร 66 Tower และศูนย์การเรียนรู้สรรค์สาระได้รับมาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม LEED ระดับ Gold
ด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน บริษัทให้ความสำคัญกับความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และคุณภาพชีวิตของบุคลากร โดยได้รับรางวัล Best Places to Work 2025 ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพและการเงินอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิด Democratizing Insurance
ส่วนด้านธรรมาภิบาล บริษัทมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมนำแนวทางความรับผิดชอบมาใช้ในบทบาทผู้ลงทุนและผู้ให้ความคุ้มครอง ผ่านการเข้าร่วมหลักการลงทุนที่รับผิดชอบซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ หรือ PRI และหลักการประกันภัยที่ยั่งยืนภายใต้ UNEP FI หรือ PSI
การเข้าร่วม UN Global Compact ครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวในการเชื่อมกรอบความยั่งยืนระดับสากลเข้ากับการดำเนินธุรกิจของเมืองไทยประกันชีวิต ตั้งแต่การดูแลบุคลากร การเพิ่มโอกาสเข้าถึงประกัน ไปจนถึงการบริหารผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในสังคมอายุยืน





