เอสซีจี จับมือเครือข่ายธุรกิจอาเซียน ในงาน ASEAN Business & Investment Summit
04 Dec 2019

การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน (ASEAN Business & Investment Summitหรือ ABIS) ซึ่งเป็นเวทีของภาคธุรกิจที่จัดควบคู่กับการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) โดยสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council หรือ ASEAN-BAC) ในปี 2562 นี้ มีผู้นำจากภาคธุรกิจชั้นนำทั้งในอาเซียนและประเทศอื่นๆ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และระดมสมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในภูมิภาค ผ่านหัวข้อเสวนาที่น่าสนใจ คือ Sustainable ASEAN 4.0Circular Economy ซึ่งสอดคล้องกับยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้ภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)จึงกลายเป็นคำตอบของภาคธุรกิจที่มีการนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่า ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างประโยชน์อย่างสมดุล ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจีหนึ่งในองค์กรชั้นนำที่ร่วมขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง เริ่มต้นเล่าถึงความเป็นมาของเอสซีจีที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 106 ปีว่าเอสซีจีมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนอยู่ทั้งในแผนแม่บทและในทุกส่วนของการดำเนินธุรกิจ จนถือเป็นหนึ่งใน DNA ของพนักงานทุกคน อีกทั้งยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาธุรกิจโลก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (The World Business Council for Sustainable Development - WBCSD) และDown Jones Sustainability Index (DJSI) มาอย่างยาวนาน กระทั่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาบรรจุอยู่ในแผนแม่บทของกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเล็งเห็นว่า แนวคิดนี้จะเป็นทางออกที่ดีให้กับการแก้ไขปัญหาทรัพยากรของโลกที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนในเร็ววันได้ 

จากแนวปฏิบัติต้นแบบสู่ ขยะเป็นศูนย์

เอสซีจีมีโรงงานและสำนักงานกว่า 2,000แห่งกระจายทั่วโลกจึงต้องมีหลักปฏิบัติที่เป็นต้นแบบ (Best Practice) ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งในและนอกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ด้วยการนำทรัพยากรที่ผลิตเป็นสินค้าต่างๆ ให้ลูกค้าใช้งานแล้ว วนกลับมาใช้เป็นทรัพยากรในการผลิตใหม่ โดยอาศัยการวางแผนบริหารจัดการของเสียที่ดีและความร่วมมือที่เข้มแข็งกับพันธมิตรคู่ค้า ลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการเปลี่ยน ระบบการผลิตจากเส้นตรง (Make-Use-Disposeเป็น การหมุนเวียนกลับมาใช้ (Make-Use-Return)เช่น ความร่วมมือกับ ดาว ประเทศไทย ในการนำพลาสติกที่ใช้แล้ว เช่น ถุงพลาสติกและถุงใส่อาหารที่มาจากขยะในครัวเรือน มาบดผสมกับยางมะตอยเพื่อใช้ปูถนนในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีสัมมนา “SD Symposium2019” เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างแท้จริง โดยในการประชุมได้มีการร่วมกันระดมสมองเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารจัดการขยะในประเทศ และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อช่วยผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการเผยแพร่ความรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสู่ภาคประชาชนเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง 

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศคงไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานเดียวจึงต้องสร้างการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ภาคธุรกิจทั้งในและนอกอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ตลอดจนภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วย  

“การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นจะต้องมีการร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนภายใต้การสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win) ต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และร่วมมือกับภาครัฐในการกำกับดูแลเพื่อให้มาตรการต่าง ๆ มีผลบังคับใช้ได้ในชีวิตประวัน บนเป้าหมายที่จะทำให้ขยะในเมืองไทยเหลือ 0% (Zero Waste)”  

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวถึงการร่วมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนว่าองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นพันธมิตรกับเอสซีจีและองค์กรต่างๆ ในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการพัฒนายั่งยืนร่วมกันเช่นเดียวกับแนวทางของWBCSD(World Business Council for Sustainable Development) ที่มุ่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหาขยะที่ถือเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีขยะพลาสติกมากถึง 2ล้านตัน ติดอันดับ 6ของประเทศที่มีขยะพลาสติกในมหาสมุทรมากที่สุด แต่ในจำนวนนี้มีการนำขยะมารีไซเคิลได้เพียงร้อยละ 30จึงต้องมีการสร้างความร่วมมือเพื่อทำให้เกิดการขยายพลังที่มากขึ้น  

นำร่องเมืองอัจฉริยะ รักษ์โลกใน EEC 

ด้าน แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่าพื้นที่EECถือเป็นพื้นที่นำร่องและส่งเสริมด้านการบริหารจัดการให้สิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนาส่งเสริมนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยวางเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นต้นแบบการบริหารจัดการขยะและร่วมมือกับภาครัฐรวมถึงภาคธุรกิจในการบริหารจัดการขยะทั้งประเทศโดยมีโครงการนำร่องที่ทางภาครัฐให้การสนับสนุนที่บ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ จ.ระยอง ซึ่งในชุมชนมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการวางกฎระเบียบการจัดการขยะและนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม

ขับเคลื่อน ศก.หมุนเวียนทั่วภูมิภาค

เหงียน ฉวน วิงห์ เลขาธิการทั่วไป Vietnam Business Council for Sustainable Development (VBCSD) กล่าวว่าเวียดนามมีความตื่นตัวและร่วมมือกันในภาคธุรกิจ เพื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม เพราะอยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังเป็นแนวทางที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจอีกด้วย โดย VBCSD มีสมาชิกเครือข่ายภาคธุรกิจในเวียดนามหลายรายที่ได้ร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่นๆ ได้ อาทิ เอสซีจี  ดาว เคมิคอล และโคคา โคล่า 

ทั้งนี้ เหงียน ฉวน วิงห์ มองว่า การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพลิกธุรกิจที่มีรูปแบบการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่การเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยจะต้องเริ่มต้นนั้นจากการเปลี่ยน แปลงกระบวนการคิด (Mindset) ของทุกองค์กรให้มองเห็นภาพความสำเร็จของรูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่า จึงจะนำไปสู่การออกแบบรูปแบบธุรกิจ การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติกชีวภาพ อีกทั้งยังควรมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจอื่นๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความต้องการให้เกิดการบริโภค และควรสร้างกระบวนการหมุนเวียนทรัพยากรโดยอาศัยการสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการ ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับชุมชนบริเวณใกล้เคียง เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กว้างขวางมากขึ้น  

 

[อ่าน 1,909]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
5 ประเภทอีเวนต์ที่นิยมเช่าฉากสำเร็จรูป พร้อมเคล็ดลับการเลือก
เทคนิคเลือกซื้อเครื่องซักผ้าให้ตอบโจทย์ และถนอมผ้าได้ดี
รู้ทัน! สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในงานช่าง ก่อนสายเกินแก้
“มัณฑนา มาร์เก็ตติ้ง” ในเครือ “บีเจซี” จับมือ “สมุนไพรวังพรม” ร่วมลงนามเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าต่อเนื่อง
MFEC คว้ารางวัล Huawei Cloud Outstanding Partner of the Year 2025
เจาะลึกแนวคิด Responsible AI ของทรู เมื่อ “ความพิถีพิถัน” คือหัวใจของ Data Privacy
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved