LPN คุมเข้มความปลอดภัยทุกโครงการ จากโควิด-19 ทุกบริษัทในเครือ
03 Mar 2020

 

LPN ประกาศยกระดับการป้องกันไวรัสโควิด-19 สูงสุด เข้มมาตรการคัดกรองผู้เข้า-ออกอาคาร การให้ความรู้ในการป้องกันตนเอง พร้อมเตรียมอุปกรณ์เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ บูรณาการการทำงานร่วมกันกับทุกบริษัทในเครือ และจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยไวรัสโควิด-19 เป็นการชั่วคราว

 

 

โอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)(LPN)  ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบเกือบ 150 โครงการ (รวมโครงการที่ LPP บริษัทในเครือได้ขยายงานบริหารจัดการไปยังโครงการภายนอกด้วย) โดยร่วมกับคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดทุกโครงการ ประกาศยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุด สั่งการทุกบริษัทในเครือ L.P.N.Development Group ทั้งบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ผู้บริหารจัดการหลังลูกค้าเข้าอยู่อาศัยในทุกโครงการที่พัฒนาและโครงการของบริษัทภายนอกด้วย รวมถึงบริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (LPC) ผู้บริหารจัดการด้านการดูแลรักษาความสะอาดในทุกโครงการ รวมถึงผู้ที่ดูแลสำนักงานขายทุกโครงการ ให้เข้มงวดและดำเนินมาตรการป้องกันสูงสุดทั้งการเฝ้าระวัง การป้องกัน และควบคุม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นตามที่กระทรวงสาธารณสุขและราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID)) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558

 

 

เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสจากคนสู่คนโดยเฉพาะคนในครอบครัว LPN มีความห่วงใยต่อเจ้าของร่วมและผู้พักอาศัยในโครงการ “ลุมพินี” ทุกท่าน จึงยกระดับการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีศูนย์เฝ้าระวังภัยไวรัสโควิด-19 ชั่วคราว ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่

 

  1. การให้ความรู้ โดยประสานข้อมูลกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิค-19 และวิธีป้องกันในทุกช่องทางสื่อสาร ทั้งป้ายบริเวณทางเข้า-ออกอาคาร บอร์ดประชาสัมพันธ์ในลิฟต์ รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook “Condo Lumpini”
  2. คัดกรองผู้ที่เข้ามาติดต่อนิติบุคคลอาคารชุดหรือผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานในอาคาร ด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีประจำในทุกสำนักงานนิติฯ
  3. อาคารสำนักงาน เช่น ลุมพินี ทาวเวอร์ ที่มีผู้เข้ามาติดต่อที่เข้า-ออกอาคารจำนวนมากในแต่ละวัน ได้จัดทำเส้นทางแยกผู้เข้า-ออกอาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรอง และเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่หลุดรอดจากการคัดกรองแน่นอน
  4. จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการรักษาความสะอาด เช่น สบู่ล้างมือภายในห้องน้ำส่วนกลางทุกห้อง และแอลกอฮอลล์แบบเจล บริเวณทางเข้า-ออก Lobby รวมถึงหน้าลิฟต์ และห้องสันทนาการต่างๆในอาคาร
  5. เข้มงวดด้านการรักษาความสะอาด โดยเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน เช่น มือจับประตู ปุ่มกดลิฟต์ ห้องสันทนาการ ห้องออกกำลังกาย และทุกจุดสัมผัสในส่วนสันทนาการ โดยทำความสะอาดทุก 2 ชั่วโมง
  6.  การฉีดพ่นทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและการเช็ดทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะในจุด in door ที่มีการใช้พื้นที่ร่วมกัน เช่น Lobby ห้องเอนกประสงค์ ลิฟต์ชั้น G ห้องเด็ก ห้องออกกำลังกาย หรือแม้แต่บริเวณพื้นที่เปิดโล่ง เช่น Sky Lounge รวมถึงภายในสำนักงานนิติบุคคลฯ ที่เจ้าของร่วมจะเข้ามาติดต่ออยู่เสมอ
  7. กำหนดให้เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยและเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน และหากพบมีอาการป่วย ไอ เป็นไข้ ให้หยุดปฏิบัติงานทันที โดยให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาจนกว่าจะหาย หรือกรณีเดินทางกลับจากต่างประเทศจะให้หยุดงานเพื่อเฝ้าระวัง 14 วัน
  8. เจ้าของร่วมและผู้พักอาศัยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เมื่อกลับเข้าพักอาศัยในอาคารชุด ขอความร่วมมือแจ้งฝ่ายจัดการทันที และเฝ้าระวังโดยสังเกตว่ามีอาการไอ จาม มีไข้หรือไม่ ในห้องชุดตลอด 14 วัน และต้องใช้หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกมาบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงพบแพทย์ทันทีที่มีอาการผิดปกติ (โดยติดต่อฝ่ายจัดการหรือกรมควบคุมโรค หมายเลข 1422)

 

 

นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการจะเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้เช่าพักอาศัย ผู้เข้า-ออกอาคารที่เป็นชาวต่างชาติ จะต้องแสดงเอกสารหรือหนังสือรับรองจากแพทย์หรือสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ว่ามีสุขภาพที่ปกติ ไม่เจ็บป่วย จึงจะเข้าพักอาศัยได้ และต้องยินยอมให้ฝ่ายจัดการตรวจวัดอุณหภูมิ หากสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่อนุญาตให้เข้าพักในอาคาร

“อย่างไรก็ตาม คนไทยทุกคนคงไม่อยากเห็นประเทศเข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3 เพราะธุรกิจทุกประเภทจะต้องหยุดชะงักลงทันที และอาจฉุดให้เศรษฐกิจไทยไม่มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นได้ จิตสาธารณะจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพียงดูแลป้องกันตนเองอย่างดีที่สุด ก็เท่ากับป้องกันคนที่คุณรัก สังคม และประเทศชาติโดยรวม” นายโอภาสกล่าวทิ้งท้าย

[อ่าน 2,240]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นิทรรศการย้อนวัยเยาว์สู่โลกแห่งความฝัน “WHERE IMAGINATION STAYS BY CHANATHIP CHUENBUMROONG”
WellEra Bangkok เปิดแผนลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้นเวลเนสคอมเพล็กซ์กลางกรุงฯ ดันไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก
“นครธน” ทรานส์ฟอร์มสู่ Healthcare Ecosystem เจาะตลาด Silver Economy เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต
AI ยิ่งเก่ง คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ เมื่อโลกไม่ได้แข่งกันรู้ แต่แข่งกันคิดให้ลึกกว่า
CPFTH เปิดขายหุ้นกู้ 4 รุ่น ดอกเบี้ยสูงสุด 4.08% จอง 23–25 มิ.ย. นี้
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ หนุนกรุงเทพฯ สู่ World Pride 2030 เปิดพื้นที่แห่งความหลากหลาย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved