การวางตัวเป็น ‘บ้านหลังที่ 3’ ของ Starbucks ยังมีมนต์ขลังอยู่เปล่า
02 Aug 2020

 

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วสำหรับสาวกเงือกเขียวว่า Starbucks มักจะพูดอยู่เสมอว่า ได้วางตัวเองให้เป็น ‘บ้านหลังที่ 3’ สำหรับลูกค้า หรือ The Third Place ต่อจากบ้านหลังแรกซึ่งเป็นบ้านที่ตัวเองนั้นอยู่อาศัย และบ้านหลังที่สองคือที่ทำงาน

เหตุผลที่ยกตัวเองเป็นบ้านหลังที่ 3 นั้น เพราะมีการออกแบบตัวร้านให้นั่งสบาย มีเก้ามีมากมายกระจายอยู่ทั่วบ้าน ทำให้ลูกค้าสามารถนั่งทำงานยาวนานถึง 6 ชั่วโมง โดยจิบกาแฟ ไปพร้อมกับมี Wi-Fi ในร้านที่ตั้งอยู่ทุกมุมเมือง

หลายคนถึงขนาดยกให้ Starbucks กลายเป็นสถานที่แฮงค์เอาท์ที่ใช้เวลามากกว่าบ้านหรือที่ทำงานเสียอีก

การวางตัวเป็น ‘บ้านหลังที่ 3’ ทำให้ Starbucks เป็นเหตุผลหลักที่เข้ามาสร้างการเติบโตชนิดฉุดไม่อยู่ ยอดขายของ Starbucks เพิ่มขึ้นจาก 1.64 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 5 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2014 เป็น 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7.4 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2019

ขณะเดียวกันจำนวนสาขาทั่วโลกได้เพิ่มจาก 21,000 แห่ง เป็นมากกว่า 31,000 แห่งและหุ้นของ Starbucks พุ่งทะยาน 504% ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา กลายเป็นหุ้นอันดับ 3 ของโลกที่เติบโตอย่างร้อนแรง

 

โควิด-19 ทำพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน

หากดูข้อมูลข้างต้นโมเดลดังกล่าวถือเป็นโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง และไม่น่าจะมีอะไรมาสั่นคลอนได้ แต่ความเป็นจริง การเกิดขึ้นของวิกฤติโควิด-19 ซึ่งลุกลามไปทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ได้เข้ามากระทบกับการเป็นบ้านหลังที่ 3 ของ Starbucks อย่างจัง

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ทีมผู้บริหารได้ออกมาบอกใบ้แก่นักลงทุนว่า แนวคิดที่เคยเป็นจุดเด่นของ Starbucks อาจไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากโรคระบาด

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ Starbucks ตัดสินใจที่จะปิดร้านกว่า 400 แห่งในสหรัฐช่วง 18 เดือนต่อจากนี้ แต่เดิมนี่แผนการที่ Starbucks วางไว้อยู่แล้วว่าจะต้องปิดร้านแบบดั่งเดิม และหันไปลุยร้านรูปแบบใหม่ๆ ด้วยลูกค้าสั่งซื้อกาแฟผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น แต่นั้นเป็นแผนที่วางไว้หลังจากนี้ 3-5 ปี แต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้แผนที่เคยวางไว้ล่วงหน้าต้องทำเร็วขึ้น

จากการสำรวจสถานการณ์ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ทำให้ Starbucks ตัดสินใจเลื่อนแผนการปรับเปลี่ยนหน้าร้านให้เร็วขึ้นเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยยังสามารถให้บริการอย่างปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า” เควิน จอห์นสัน CEO ของ Starbucks กล่าว

 

 

Pick-up Stores ความหวังใหม่ของ Starbucks

จำนวนสาขาที่ถูกปิดไป จะถูกแทนที่ด้วยการเปิดร้านเล็กแบบ Pickup Stores เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่ง ซึ่งไม่ได้อยากใช้วิธีนั่งจิบกาแฟในร้านอีกแล้ว แต่เลือกที่จะใช้วิธีการสั่งกาแฟผ่านสมาร์ทโฟนและแวะมารับกาแฟก่อนเดินทางไปที่อื่นต่อ

ในแถลงการณ์ของ Starbucks ได้ระบุว่า ในเมืองใหญ่ร้านของ Starbucks จะมีส่วนผสมระหว่างสาขาใหญ่รูปแบบปกติ และสาขารูปแบบ Pickupโดยสาขาทั้ง 2 รูปแบบจะต้องเดินถึงกัน เพื่อที่จะทำให้ลูกค้ามีทางเลือกว่าใช้ประสบการณ์กับ Starbucks ผ่านร้านแบบเดิม หรือ Pickup Stores

อย่างไรก็ตาม Starbucks ยอมรับว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดว่าจะมีผลกระทบในระดับ ‘เชิงลบปานกลาง’ ต่อการเติบโตของยอดขายของ Starbucks ในอเมริกาตลอดปีงบประมาณหน้า

โดยผลจากวิกฤติโควิด-19 ทำให้ Starbucks ปรับแผนการเปิดสาขาใหม่ในสหรัฐอเมริกาในปีงบประมาณ 2020 เดิมนั้นวางแผนที่จะเปิด 600 สาขาด้วยกัน แต่ล่าสุดได้ปรับลดลง 50% เหลือ 300 สาขาเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่า ในไตรมาสที่ 3 ผลประกอบการอาจจะออกมาในรูปของ ‘การขาดทุน’ โดยคาดว่าจะสูญเสียรายได้มากถึง 3.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 9.9 หมื่นล้านบาท ด้วยกัน

 

ยอดขายยังลดลงต่อเนื่อง

หลังจากกลับมาเปิดขายอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมโดยมีการปรับเปลี่ยนชั่วโมงและรูปแบบการดำเนินงานใหม่ Starbucks พบว่า ยอดขายสาขาเดิม หรือ same-store sales ในสหรัฐร่วงลง 43% โดยในช่วงท้ายเดือน ร้านค้าในสหรัฐอเมริกา 91% ได้เปิดให้บริการอีกครั้ง โดยพบว่า ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมยอดขายสาขาเดิมลดลง 32%

ตัวเลขปัจจุบันร้านค้าประมาณ 95% ของในสหรัฐอเมริกาจะเปิดอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว ส่วนสาขาที่ยังปิดอยู่ส่วนใหญ่อยู่ใน นิวยอร์กซิตี้

ด้านตัวเลขในจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ Starbucks พบว่า ยอดขายสาขาเดิมลดลง 21% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งน้อยกว่ายอดขายสาขาเดิมเดือนเมษายนที่ลดลงมากถึง 32% และในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมยอดขายสาขาเดิมลดลงเพียง 14% จากปีก่อน เรียกว่าทิศทางเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ โดยขณะนี้ร้าน 90% ที่ตั้งอยู่ในจีนได้กลับมาเปิดทำการเรียบร้อยแล้ว

[อ่าน 2,477]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved