‘สิงห์ เอสเตท’ พร้อมรับการฟื้นตัวธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินหน้ารุกธุรกิจพลังงานไตรมาส 4
18 Aug 2020

สิงห์ เอสเตท ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 มีรายได้รวม 927 ล้านบาท ลดลง 61% สาเหตุจากการปิดโรงแรมในช่วงวิกฤตโควิด-19 การผ่อนปรนการโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าบางกลุ่ม และการให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าพื้นที่ค้าปลีกและสำนักงาน โดยมีกำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากรายได้ที่ลดลง ทั้งนี้บริษัทได้เตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวของธุรกิจอย่างรวดเร็วในครึ่งปีหลัง มั่นใจสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินตามแผนลงทุนเดิมและมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคต

 

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 มีรายได้ทั้งหมด 927 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจที่พักอาศัย (Residential development)  621 ล้านบาท, ธุรกิจอาคารสำนักงาน (Commercial) มีรายได้ 220 ล้านบาท, และธุรกิจโรงแรม (Hospitality) มีรายได้ 4 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมของบริษัทมีขาดทุนสุทธิ 946 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญมาจากการมาตรการ Lock down ของรัฐบาล, การปิดให้บริการโรงแรมทั่วโลกในช่วงวิกฤติโควิด-19 การผ่อนปรนให้ลูกค้าบางกลุ่มเลื่อนการโอนกรรมสิทธิ์ การให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าพื้นที่ค้าปลีกและสำนักงานที่ได้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส และถึงแม้จะระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย ก็ยังมีค่าใช้จ่ายคงที่บางรายการไม่สามารถตัดลดได้ รวมถึงต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดบันทึกต้นทุนการเงินโครงการ Crossroads ประเทศมัลดีฟส์ เป็นสินทรัพย์ หลังจากเปิดดำเนินการเมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว

 

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘S’ เปิดเผยว่า วิกฤติโควิด-19 และมาตรการ Lockdown ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท ในส่วนของธุรกิจที่พักอาศัย การขายบ้านและคอนโดมิเนียมลดลง 51% บริษัทมีการผ่อนปรนให้ลูกค้าชาวต่างชาติสามารถเลื่อนการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดออกไปเป็นภายในปีนี้ โดยสามารถเดินทางมาตรวจรับด้วยตนเอง แต่งตั้งตัวแทน หรือใช้เทคโนโลยี 360 องศา นอกจากนี้ ระดับสินค้าคงเหลืออยู่ในระดับที่เหมาะสมและบริหารจัดการได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องลดราคาเพื่อเร่งระบายสินค้าแต่อย่างใด

 

ด้านธุรกิจอาคารสำนักงาน บริษัทยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ในระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากการปรับลดงบประมาณค่าโฆษณาและกิจกรรมทางการตลาด เพื่อไปเป็นส่วนลดให้กับผู้เช่าพื้นที่ค้าปลีกและสำนักงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิดนี้

ในส่วนของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างมากจากการแพร่ระบาดของไวรัส บริษัทเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘SHR’ บริษัทในเครือของสิงห์ เอสเตท ประกาศหยุดให้บริการเชิงพาณิชย์โรงแรม 39 แห่งทั่วโลกเป็นการชั่วคราว ตามแนวนโยบายของแต่ละประเทศ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563


“บริษัทได้เผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ จากวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจท่องเที่ยว ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น บริษัทได้ปรับเปลี่ยนการทำงานและกลยุทธ์ให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อีกทั้งดูแลและบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพร้อมรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการลงทุนใหม่ๆ ที่น่าสนใจในอนาคต” นางฐิติมา กล่าว

 

 

ทั้งนี้ สิงห์ เอสเตท หวังว่าวิกฤตโควิด-19 จะผ่านพ้นไปในไม่ช้า บริษัทพร้อมที่จะเดินหน้าตามแผนลงทุนเดิม 5 ปี มุ่งขยายธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะพิจารณาลงทุนตามความเหมาะสมและมีเกณฑ์ที่เข้มงวดในการตัดสินใจลงทุน เพื่อให้ได้สินทรัพย์ที่มีคุณภาพและโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคต ปัจจุบัน บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและไม่มีปัญหาสภาพคล่อง โดยอัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนอยู่ในระดับต่ำ 0.97 เท่า

 

 

นางฐิติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ปรับตัวดีขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้มีการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ตลอดจนข้อจำกัดการเดินทางต่างๆ บริษัทจึงได้เตรียมกลยุทธ์และแผนการตลาด เพื่อให้แต่ละธุรกิจเดินหน้าต่อไป สำหรับธุรกิจโรงแรม SHR เริ่มทยอยเปิดให้บริการโรงแรมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา และนำโรงแรมในประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ”เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งได้การตอบรับเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าจะสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

 

หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย บริษัทเริ่มเห็นการปรับตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในทิศทางที่ดีขึ้น และมั่นใจว่าจะทำการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 (The ESSE Sukhumvit 36) ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับฮ่องกงแลนด์และมียอดขายสะสม 60% ได้ตามเป้าหมายในปลายไตรมาส 3 นี้ ซึ่งการรับรู้รายได้ของโครงการนี้จะทำแบบวิธิส่วนได้ส่วนเสีย (Equity Method) ส่วนแนวโน้มตลาดบ้านเดี่ยวราคาแพงเริ่มปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ซึ่งบริษัทสามารถปิดการขายบ้านในโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ได้อีก 1 หลัง และจะทำการทยอยรับรู้รายได้ เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตามความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน

 

ในส่วนของธุรกิจอาคารสำนักงาน บริษัทคาดว่าส่วนลดที่ให้กับผู้เช่าจะลดลงในไตรมาส 3 นี้ เนื่องจากกิจกรรมทางธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้ตามปกติหรือใกล้ปกติแล้ว นอกจากนี้ บริษัทได้ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการให้ผู้เช่าพื้นที่ค้าปลีก และยังคงมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อลดความเสื่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโควิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้มาติดต่อที่อาคาร

 

“ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง สิงห์ เอสเตท ยังคงเดินหน้าลงทุนตามแผนเดิม 5 ปี ที่วางไว้ และมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ คือ พลังงานแสงอาทิตย์ โดยโครงการแรกที่จะเริ่มในไตรมาส 4 นี้ อยู่ที่ประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ประจำ (recurring income) เพิ่มเติมให้กับบริษัท” นางฐิติมา กล่าวทิ้งท้าย

[อ่าน 1,693]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นิทรรศการย้อนวัยเยาว์สู่โลกแห่งความฝัน “WHERE IMAGINATION STAYS BY CHANATHIP CHUENBUMROONG”
WellEra Bangkok เปิดแผนลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้นเวลเนสคอมเพล็กซ์กลางกรุงฯ ดันไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก
“นครธน” ทรานส์ฟอร์มสู่ Healthcare Ecosystem เจาะตลาด Silver Economy เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต
AI ยิ่งเก่ง คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ เมื่อโลกไม่ได้แข่งกันรู้ แต่แข่งกันคิดให้ลึกกว่า
CPFTH เปิดขายหุ้นกู้ 4 รุ่น ดอกเบี้ยสูงสุด 4.08% จอง 23–25 มิ.ย. นี้
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ หนุนกรุงเทพฯ สู่ World Pride 2030 เปิดพื้นที่แห่งความหลากหลาย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved