IT กับ OT ผลลัพธ์ที่ลงตัว ในยุคที่ต้องการความยืดหยุ่นทางธุรกิจ
21 Jan 2021

หนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความสำคัญของระบบงานที่ยืดหยุ่น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนกระบวนการสู่ดิจิทัล เป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เช่น การมีระบบมอนิเตอร์และการดำเนินงานจากระยะไกล การซ่อมบำรุงในเชิงคาดการณ์ และป้องกัน ที่นำไปสู่การสร้างความมั่นใจในเรื่องของผลิตผล เบื้องหลังของเทคโนโลยีเหล่านี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีระบบไอทีที่มีความเสถียรและพร้อมใช้ในทุกสถานการณ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เข้าใจถึงความท้าทายในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทในสายอุตสาหกรรม และบริษัทที่ทำการค้าต่างต้องเผชิญในการปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัล คำถามจึงไม่ใช่เรื่องที่ว่าเอดจ์คอมพิวติ้งเป็นจริงได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะนำเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้ และสนับสนุนธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างไร การผสานรวมทั้ง OT (Operational Technology) และ IT (Information Technology) ต้องอาศัยแมชชีน และระบบซัพพลายเชน การผลิต การดำเนินการในแบบบูรณาการเพื่อสร้างความฉลาดให้กับสภาพแวดล้อมทั้งหมดได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้การปรับสู่กระบวนการดิจิทัลช่วยเร่งการเก็บรวบรวมข้อมูลและเรื่องการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามองเห็นแนวทางแบบใหม่ในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ของทั้งคนทำงาน และสินทรัพย์ทางกายภาพ ซึ่งปัจจุบัน การผลักดันให้มีกระบวนการในระบบดิจิทัลยังดำเนินต่อไป เพื่อขยายผลลัพธ์ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่ส่วนงานการผลิต จนถึงส่วนที่ดูแลด้านการบริหารจัดการ แต่ถ้าจะติดตั้งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ลูกค้าต้องมีโซลูชันที่ช่วยจัดหาข้อมูลได้ตามต้องการ สร้างความโปร่งใสในการจับคู่กับกระบวนการที่เป็นองค์ความรู้ในเชิงลึก เพื่อเพิ่มปริมาณของผลผลิต

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ภูมิใจที่ได้ช่วยลูกค้าขับเคลื่อนผลิตผลผ่านระบบออโตเมชั่น วิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ามีบริษัทด้านการผลิตจำนวนมากที่ยังไม่เคยได้ประสบการณ์ในการปรับปรุงผลิตผลที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ที่มากกว่าเรื่องของสายงานการผลิต ลูกค้าระดับผู้บริหารหลายรายของเราเชื่อว่า Step function ในเรื่องผลิตผลสามารถสร้างผ่านกระบวนการทำงานในระบบดิจิทัล และกระบวนการเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่เคย

เครก เฮย์แมน ซีอีโอของ AVEVA ได้เคยกล่าวไว้ว่า บรรดาอุตสาหกรรมในปัจจุบันต่างต้องเผชิญความกดดันในการดำเนินงานให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น บ่อยครั้งที่ต้องอาศัยคนทำงานจากระยะไกล อย่างไรก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว หากเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงาน และลูกค้าต่างต้องการคำแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ซึ่งทั้งชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ AVEVA เป็นคู่ค้าที่ให้ความมุ่งมั่นในกระบวนการที่ว่านี้ และมองเห็นบทบาทในการนำเสนอมุมมองเชิงลึกให้กับลูกค้า รวมถึงข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการตรวจจับรูปแบบของข้อมูลได้อย่างล้ำหน้าซึ่งจะช่วยผลักดันให้ได้ผลผลิตที่ดี ด้วยเทคโนโลยีที่ทำงานในลักษณะของระบบเปิด

โดยที่ไม่ต้องรู้จักระบบ (system-agnostic technologies) และทางเลือกการสมัครใช้งานแบบ subscription ที่ให้ความยืดหยุ่น เราสามารถช่วยให้ลูกค้ามีวิธีการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการส่วนตัวและสร้างบนระบบออโตเมชันที่ลงทุนอยู่แล้ว เรื่องนี้จะช่วยให้ลูกค้าเร่งการคืนทุนและได้รับผลิตผลสูงสุดอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ปีเตอร์ เฮอร์เว็ค หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหาร และเป็นรองประธานบริหารฝ่าย Industrial Automation ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เคยเล่าถึงกรณีศึกษาของลูกค้าที่ปฏิรูปสู่ดิจิทัลว่า ได้เคยช่วยให้ผู้ประกอบการด้านอาหารปรับปรุงโรงงานผลิตน้ำตาลที่มีมานาน ให้มีความทันสมัยและใช้ระบบดิจิทัล จากการที่โรงงานใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัย และยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับราว 33 - 40 ครั้งตามช่วงเวลาเทศกาลในช่วง 39 สัปดาห์ และเรื่องนี้ทำให้เกิดดาวน์ไทม์ในการผลิต ส่งผลถึงผลผลิตของโรงงานรวมถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยพัฒนาโซลูชันที่ให้ความสามารถในการมองเห็นการดำเนินการของโรงงานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถลดการดาวน์ไทม์ลงได้ และทำให้ปริมาณงานเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์

จะเห็นได้ว่าการนำ OT มารวมกับ IT โดยการใช้อุปกรณ์ IOT เป็นตัวเชื่อมประสาน และส่งไปประมวลผลที่ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือเอดจ์ดาต้าเซ็นเตอร์ก็ตาม จะช่วยให้เราสามารถมองเห็นข้อมูลต่างๆ จากการดำเนินงาน นั่นหมายถึง เราจะเห็นข้อมูลไหลเวียนตลอดทั่วทั้งสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน รวมไปถึงห่วงโซ่คุณค่าในภาพรวมทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและนำมาวิเคราะห์ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ การทำแบบนี้ได้ต้องอาศัยระบบควบคุมและรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ยืดหยุ่นและคาดการณ์ได้แก่ธุรกิจ พร้อมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้

แม้แต่ในชไนเดอร์ อิเล็คทริคเอง ก็มีการปรับโรงงานผลิตกว่า 80 แห่งทั่วโลกสู่ระบบดิจิทัล เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานดีขึ้น มีความยืดหยุ่น จากเครื่องมืออัจฉริยะต่างๆ การบริหารจัดการพลังงานที่ดีขึ้น รวมถึงการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ สิ่งเหล่านี้คือการปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

                           

[อ่าน 1,912]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
KFC ประเทศไทย ฉีกกรอบตรุษจีน ไหว้เจ้าแบบใหม่ “ไก่กรอบทั้งตัว”
"ดอกไม้ไฟหลิวหยาง" ตระการตาเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืนของอาบูดาบี
การเคหะแห่งชาติ ชี้แจงกรณีเหตุโครงสร้างโดมพังถล่ม ภายในศูนย์ฝึกอบรม กฟน. เมืองใหม่บางพลี
เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน จัดแคมเปญรับตรุษจีน–วาเลนไทน์ ดันยอด EV พรีเมียม ทดลองขับ G6–X9 พร้อมข้อเสนอพิเศษ 14–18 ก.พ.นี้
กสิกรไทยสำรองเงินสด 23,600 ล้านบาท รับเทศกาลตรุษจีน 2569
Krungthai CIO ชี้ Big Tech ดันลงทุน AI เปิดโอกาสเซมิคอนดักเตอร์–ฮาร์ดแวร์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved