สมุทรปราการ – กรมทางหลวง – เมกาบางนา เปิดสะพานกลับรถ กม. 7 เพิ่มความสะดวกให้คนกรุงเทพฯ
02 Feb 2021

 

ศูนย์การค้าเมกาบางนา โดย บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัดร่วมกับกรมทางหลวง และจังหวัดสมุทรปราการ ได้ดำเนินการเปิดสะพานกลับรถแห่งใหม่ ใกล้ทางเข้าศูนย์การค้าเมกาบางนา ในเขตทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา – ตราด ช่วงกิโลเมตรที่ 7 โดยได้เปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา 

 

นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีฝ่ายดำเนินงานกรมทางหลวง กล่าวว่า “กรมทางหลวงได้ทำการวางยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และเมืองหลักทั้งนี้เพราะเราคาดการณ์ไว้ว่าภายในปี 2563 การเดินทางและการขนส่งสาธารณะจะเพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านคน – เที่ยวต่อวัน (ทั้งประเทศ) อันสืบเนื่องจากการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนภาคบริการ (ท่องเที่ยว) แม้ว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวจะลดลงอันเนื่องมาจากภาวะโควิด-19 ก็ตามแต่ประชาชนก็ยังเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ ด้วยสาเหตุความต้องการการใช้ถนนสาธารณะบนสายหลักต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้ความเร็วเฉลี่ยของการเดินทางอยู่ที่ 13.64 กิโลเมตร/ชั่วโมง หมายถึงว่าการเดินทางเข้าพื้นที่กรุงเทพชั้นในต้องใช้เวลาบนถนนมากกว่า 2 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ส่งผลกระทบต่อปริมาณการจราจร โดยเฉพาะพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ปริมณฑล และถนนสายหลักที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค”

 

“การพัฒนาโครงข่ายตลอดจนการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการเป็นพันธกิจหลักของกรมทางหลวงเพราะถนนถือว่าเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดจนช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน และความร่วมมือระหว่างกรมฯ กับศูนย์การค้าเมกาบางนาในการสร้างสะพานกลับรถบริเวณ กม.7 นี้ จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรหนาแน่นบนเส้นทางดังกล่าว โดยจะช่วยให้ผู้สัญจรบนท้องถนนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น” นายอภิรัฐ กล่าวปิดท้าย

 

นางสาวปพิตชญา สุวรรณดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เอฟ ดิเวลอปเมนท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า “ศูนย์การค้าเมกาบางนายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืนพร้อมการพัฒนาและสนับสนุนชุมชนโดยรอบเสมอมา ตามแนวคิด “เดอะ เกรท มีทติ้ง เพลส” (The Great Meeting Place) ของกรุงเทพฯ ตะวันออก เราไม่ได้แค่มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจของเราแต่รวมไปถึงการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อชุมชนโดยรอบของเมกาบางนาด้วย การจราจรบนถนนบางนา-ตราดที่หนาแน่น ทำให้เราเห็นถึงความเดือดร้อนของคนที่อาศัยอยู่โดยรอบ ตลอดจนผู้ใช้รถใช้ถนน รวมไปถึงลูกค้าของเมกาบางนาที่ไม่ว่าจะขับรถมาเองหรือใช้บริการรถสาธารณะการจราจรติดขัดไม่เพียงส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของคนแต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเรื่องของปรากฏการณ์เรือนกระจกและภาวะโลกร้อนที่รุนแรงมากขึ้น ปัญหาเรื่องรถติดนับเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สร้างมลภาวะเป็นพิษในอากาศและทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอันเนื่องมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากรถยนต์ ที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไปในบรรยากาศ ซึ่งจากสถิติของสำนักนโยบายและแผนพลังงานของกระทรวงพลังงาน เราพบว่าภายใน 7 เดือนแรกของปี 2563 ประเทศไทยมีอัตราการใช้พลังงานจากเบนซินอยู่ที่ 30 ล้านลิตรต่อวัน และดีเซล 65 ล้านลิตรต่อวัน

โดยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคขนส่งทั้งหมดคิดเป็น 33.8 ล้านตัน CO2 และจากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพและองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นที่จัดทำคู่มือคลายร้อนให้โลก ทำให้เราทราบว่า การลดการเผาไหม้น้ำมันเบนซินทุกๆ 1 ลิตร จะทำให้เราสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ได้ถึง 2.1896 กก. หรือถ้าเป็นน้ำมันดีเซล จะลดได้ถึง 2.708 กก. ดังนั้นการบรรเทาการจราจรติดขัดจึงเป็นหนึ่งในหนทางแก้ปัญหาที่สำคัญ ที่จะช่วยลดทั้งปริมาณการสิ้นเปลืองพลังงานและส่งผลต่อการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งจะช่วยลดปริมาณมลพิษทางอากาศให้กับพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย”

 

“ศูนย์การค้าเมกาบางนาตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและอยากร่วมแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนบางนา– ตราด เราจึงยินดีให้ความร่วมมือกับกรมทางหลวงและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ศึกษาหาสาเหตุของการจราจรหนาแน่นบนถนนเส้นนี้ โดยพบว่าส่วนหนึ่งของรถติดสะสมบนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า อยู่บริเวณสะพานกลับรถช่วงกิโลเมตรที่ 4.5 โดยรถยนต์ส่วนมากใช้เพื่อกลับรถและมุ่งหน้าไปยังถนนวงแหวนตะวันออกที่เชื่อมต่อ ทั้งมอเตอร์เวย์ และไปยังชลบุรี รวมถึงเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกไปยังภาคใต้ ทั้งนี้จุดกลับรถดังกล่าวอยู่ห่างจากศูนย์การค้าฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ดังนั้นเพื่อสร้างโครงข่ายการเชื่อมต่อแบบบูรณาการและบรรเทาการจราจรหนาแน่นบริเวณจุดกลับเดิม

 

 

อีกทั้งยังช่วยลดอัตรารถติดสะสมบนถนน เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างมากที่จะร่วมมือกับกรมทางหลวงและให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสะพานกลับรถบริเวณกิโลเมต 7 หลังจากที่เปิดให้บริการพบว่าช่วยย่นระยะเวลาเดินทางได้มากถึง 10 นาที อีกทั้งยังลดอัตราการใช้น้ำมันและปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเกิดจากการเผาไหม้ และที่สำคัญช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนที่ใช้รถใช้ถนนดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น” 

 

“นอกเหนือจากการพัฒนาธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงแล้ว เรายังสนใจในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งภายในที่ของเราและพื้นที่โดยรอบ มีหลายโครงการที่เราได้ริเริ่มและทำจนสำเร็จซึ่งส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์เพื่อผลิตพลังงานสีเขียวป้อนให้กับระบบเครือข่ายไฟฟ้าของไทยขนาด 1 เมกะวัตต์ โครงการโรงบำบัดน้ำเสียที่จะช่วยบำบัดน้ำเสียได้มากถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศเพื่อการประหยัดพลังงาน การสร้างสวนสาธารณะให้เป็นปอดของชุมชนบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ และยังมีอีกหลายโครงการที่เราวางแผนไว้ในอนาคต โดยจุดประสงค์สำคัญคือการทำธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนของเรา เรามองว่าเราเป็นมากกว่าศูนย์การค้าทั่วๆ ไป แต่เราคือ มีทติ้งเพลส เป็นสถานที่ที่มอบแต่เรื่องราวดีดีให้กับทุกคน ไม่ว่าจะในฐานะองค์กรธุรกิจ ที่ส่งมอบการเติบโตแบบยั่งยืน หรือในฐานะศูนย์การค้าที่มอบสุดยอดประสบการณ์การ
ช้อปปิ้งให้กับลูกค้าของพวกเรา” นางสาวปพิตชญา กล่าวสรุป

 

โครงการสะพานกลับรถแห่งใหม่ในเขตทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา – ตราด ช่วงกิโลเมตรที่ 7 นี้ ดำเนินการก่อสร้างภายใต้การควบคุมและบริหารจัดการของ กรมทางหลวง พร้อมได้รับความร่วมมือในการเชื่อมโครงสร้างกับทางยกระดับบูรพาวิถีจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ได้มีการตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงสร้างจากผู้ชำนาญการเพื่อสร้างความมั่นใจและเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ใช้บริการสะพานแห่งนี้ด้วย ซึ่งสะพานกลับรถนี้ได้ถูกส่งมอบให้กับอยู่ในการดูแลของจังหวัดสมุทรปราการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นถาวรวัตถุสาธารณประโยชน์แก่ประชาชนได้ใช้ร่วมกัน ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรให้กับชุมชนโดยรอบ

[อ่าน 2,152]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
KFC ประเทศไทย ฉีกกรอบตรุษจีน ไหว้เจ้าแบบใหม่ “ไก่กรอบทั้งตัว”
"ดอกไม้ไฟหลิวหยาง" ตระการตาเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืนของอาบูดาบี
การเคหะแห่งชาติ ชี้แจงกรณีเหตุโครงสร้างโดมพังถล่ม ภายในศูนย์ฝึกอบรม กฟน. เมืองใหม่บางพลี
เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน จัดแคมเปญรับตรุษจีน–วาเลนไทน์ ดันยอด EV พรีเมียม ทดลองขับ G6–X9 พร้อมข้อเสนอพิเศษ 14–18 ก.พ.นี้
กสิกรไทยสำรองเงินสด 23,600 ล้านบาท รับเทศกาลตรุษจีน 2569
Krungthai CIO ชี้ Big Tech ดันลงทุน AI เปิดโอกาสเซมิคอนดักเตอร์–ฮาร์ดแวร์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved