ทีเอ็มบี แนะจัดพอร์ตสร้างผลตอบแทนเพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในระยะยาว
23 Feb 2021

 

ทีเอ็มบีเปิดมุมมองการลงทุนปี 2564 ฟันธงตลาดหุ้นโดยรวมเป็น “ขาขึ้น” สภาพคล่องล้นและดอกเบี้ยต่ำ หนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ชี้เป้าตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียรับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จับตาเอเชียเหนือ จีน และอินเดียเป็นพิเศษ ส่วนตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว มองครึ่งปีแรกหุ้นขนาดกลางและเล็กมีโอกาสเติบโตสูงรับประโยชน์จากเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ต้องรอคิวครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ ทีเอ็มบีแนะปรับการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เชียร์คัดหุ้นเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้าพอร์ต เชื่อราคายังไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับโอกาสในการเติบโต

 

นางสาวกิดาการ  ชัฏสุวรรณ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีมีมุมมองค่อนข้างชัดว่าภาวะตลาดหุ้นโดยรวมในปี 2564 มีทิศทางเป็น “ขาขึ้น” ซึ่งตลาดหุ้นเกิดใหม่โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชียจะเป็นจุดสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยตรงหลังจากที่เผชิญกับแรงกดดันจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนมาหลายปี แต่มองว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงไปมากกว่านี้ ภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ โดยจีนและอินเดียเป็นประเทศที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ รวมทั้งประเทศที่เน้นการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น เกาหลีใต้และไต้หวัน

 

สำหรับตลาดหุ้นไทยในปี 2564 มีแนวโน้มดีกว่าปีที่แล้ว ท่ามกลางภาพรวมของเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวเปราะบางนักท่องเที่ยวและการส่งออกยังไม่กลับมาเต็มร้อย ทางทีเอ็มบีมองว่าจีดีพีในปีนี้จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 2.40% และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังไม่ปรับขึ้นตลอดทั้งปี โดยมุมมองการลงทุนในหุ้นไทยแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงครึ่งแรกของปี 2564 หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีโอกาสเติบโตสูงจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ที่ต้องรอความชัดเจนเรื่องวัคซีน แต่หลังจากที่วัคซีนเริ่มเข้ามาในครึ่งปีหลัง หุ้นขนาดใหญ่จะมีโอกาสฟื้นตัวมากกว่า

 

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2564 ทางทีเอ็มบีมองว่าการจัดพอร์ตลงทุนต้องมีมุมมองใหม่ให้สอดคล้องกับโครงสร้างและรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนจาก New normal เป็น Now normal ทำให้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตคนมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดังนั้น ในส่วนหลักของพอร์ตจะเน้นการลงทุนในหุ้นดังกล่าวเป็นหลัก นอกจากนี้ พอร์ตของเราจะผสานด้วยหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งการมาของวัคซีนจะช่วยสนับสนุนให้ราคาของหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

 

“แม้ในปีที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงจนทำให้นักลงทุนกังวลว่าราคาหุ้นกลุ่มนี้แพงเกินไปซึ่งทีเอ็มบีมองว่ายังไม่แพงเกินไปที่จะลงทุนในตอนนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่เน้นนวัตกรรมสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตของผู้คน เนื่องจากการลงทุนในปัจจุบันนั้นนักลงทุนต้องการลงทุนในธุรกิจที่มี “การเจริญเติบโต” ในอนาคตอย่างยั่งยืน แม้ว่าราคาหุ้นอาจจะดูปรับตัวขึ้นมามากแต่ถ้าเป็นการปรับตัวขึ้นตามการเติบโตของบริษัทก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เป็นภาวะฟองสบู่ ซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำของFed เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนทั้งหลายในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งปล่อยสภาพคล่องผ่านการทำ QE Infinity ทำให้เม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดการเงินนั้นมีอยู่มหาศาล นักลงทุนจึงต้องมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีพร้อมทั้งมีความปลอดภัยจากการลงทุนในระดับหนึ่ง ซึ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี”

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาพคล่องที่มีอยู่มาก ผู้ลงทุนต้องระวังเรื่องความผันผวนที่อาจรุนแรงมากกว่าภาวะปกติเมื่อเกิดการเคลื่อนย้ายของเงินทุนอย่างฉับพลัน ดังนั้น การกระจายการลงทุนให้เหมาะสมจะทำให้พอร์ตไม่เสี่ยงมากเกินไป โดยหนึ่งในสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ตไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตก็คือ ทองคำ แม้ปีนี้ราคาทองคำอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นร้อนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา แต่หากครึ่งปีหลังเศรษฐกิจฟื้นและมาตรการกระตุ้นต่างๆ ที่ออกมาทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าก็เป็นโอกาสของทองคำได้เช่นกัน

 

หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ทีเอ็มบี กล่าวสรุปว่า ภาพรวมการลงทุนในปี 2564 ค่อนข้างสดใส มีปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ เรื่องการกระจายวัคซีน ซึ่งต้องดูว่าจะกระจายได้ครอบคลุมมากน้อยแค่ไหนเรื่องแนวโน้มการค้าโลกที่สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และเรื่องอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำไปอีกนาน ทำให้การลงทุนในหุ้นยังน่าสนใจกว่าพันธบัตรอยู่มาก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องอย่าลืมว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงอยู่เสมอและตลาดหุ้นอาจมีความผันผวนชั่วขณะได้ การซื้อขายทำกำไรจากกองทุนในระยะสั้นนั้นอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือพลาดจังหวะการลงทุนที่สำคัญไปได้เนื่องจากสภาพตลาดในปัจจุบันที่มีความผันผวนมากขึ้น ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนเน้นการลงทุนระยะยาวและจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละคนในการสร้างผลตอบแทนเพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในระยะยาว

[อ่าน 272]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เปิดตัว เฟนิเช่ 190 สนับสนุนการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในยุโรปและภาคเศรษฐกิจ
บราเดอร์ สะท้อน DNA แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำตัวจริงบริการหลังการขาย
'เอสซีจี' เปิด 3 เกมรุกสู่ 'ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน'
ORI คว้ากำไรปี'63 กว่า 2,662 ล้านบาทจ่ายปันผลอีกหุ้นละ 0.39 บาท หนุน Dividend Yield ทะลุ 7%
เนสเพรสโซจัด Virtual Coffee Workshop สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้า
‘JOOX’ ผนึก ‘โคคา-โคล่า’ ระเบิดแคมเปญ ‘เปิดจังหวะซ่าในตัวคุณ’ จัดเต็ม!
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved