ฟิลิปส์ แนะคนไทยใส่ใจการนอนอย่างมีคุณภาพเนื่องในวันนอนหลับโลก
20 Mar 2021

 

รอยัล ฟิลิปส์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก เผยสถิติใหม่จากผลสำรวจประจำปีเกี่ยวกับการนอนหลับครั้งที่ 6 เนื่องในวันนอนหลับโลก ซึ่งตรงกับวันที่  19 มีนาคม ในหัวข้อ “Seeking Solutions: How COVID-19 Changed Sleep Around the World” พบว่า การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลก ไม่เพียงแต่เรื่องระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพการนอนอีกด้วย จากการสำรวจข้อมูลด้านการนอนหลับของกลุ่มตัวอย่างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพบว่ากว่าสองในสามหรือ 71% มีสุขภาพการนอนที่แย่ลงเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความรู้สึกกังวลและตื่นตระหนกให้กับประชากรทั่วโลก ซึ่งความเครียดและความวิตกกังวลนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการนอนหลับของผู้คนทั่วโลก นับเป็นเวลาปีกว่าที่ทั่วโลกเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า

ในปี พ.ศ. 2563 ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

  • ใช้เวลาในการนอนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.2 ชม.ต่อคืน (เทียบกับปีก่อนหน้าที่ใช้เวลาในการนอน 7.1 ชั่วโมง)
  • กว่า 41% กลับบอกว่าพวกเขารู้สึกไม่พึงพอใจต่อคุณภาพการนอน ซึ่งส่งผลให้ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยากปรับเปลี่ยนคุณภาพการนอนให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าถึงข้อมูลบนออนไลน์หรือการใช้เทคโนโลยีเทเลเฮลท์ (Telehealth) เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

 

ประชากรในภูมิภาคต่างเผชิญกับภาวะการนอนที่ไม่มีคุณภาพ

จากผลสำรวจประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่า

  • กว่า 50% รู้สึกว่าการระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อคุณภาพการนอนที่แย่ลง
  • 22% กล่าวว่าพวกเขารู้สึกว่านอนน้อยลงในตอนกลางคืน
  • 44% มีอาการง่วงนอนในช่วงกลางวัน 
  • 38% รู้สึกว่านอนหลับอย่างมีคุณภาพ 

หลายๆ คน ยังมีปัญหาการนอนหลับสนิทอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ซึ่งจากการสำรวจพบว่า 

  • 42% มีปัญหาตื่นนอนในช่วงกลางดึก
  • 33% มีอาการเผลอหลับโดยไม่รู้ตัว
  • 26% มีอาการนอนไม่หลับ  โดยสาเหตุอันดับแรกของการนอนไม่หลับมาจาก
    • ความเครียดและวิตกกังวล (21%) 
    • ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต (17%) 
    • สภาพแวดล้อมของการนอน (16%)

 

ความเครียดและวิตกกังวลที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนอันดับแรก คือ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับ

  • การเงิน (54%)
  • การทำงาน (52%)
  • สุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว (38%) 
  • เรื่องภายในครอบครัว (34%)
  • กว่า 42% ยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายในเร็ววัน

 

 

โทรศัพท์มือถือ ขัดขวางการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

จากการสำรวจพบว่า

  • ประชากร 50% ใช้โทรศัพท์ขณะอยู่บนเตียงนอน
  • กว่า 50% ยอมรับว่ าการเล่นโทรศัพท์เป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำก่อนนอน และเป็นสิ่งแรกที่เขาทำเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า
    • 49%  ใช้โทรศัพท์เพื่อความบันเทิง
    • 37% ชาร์จโทรศัพท์ข้างเตียงทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน
    • 22% ตื่นขึ้นมาเพื่อรับสายโทรศัพท์ หรือตอบข้อความกลางดึก
  •  78% ยอมรับว่าการเล่นโทรศัพท์บนเตียงเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนหลับช้าลง โดยมักใช้เพื่อ
    • ดูโซเชียลมีเดียต่างๆ (75%) 
    • ดูวิดีโอ (67%) 
    • เช็คอีเมล (39%) 
    • ส่งข้อความ (37%) 
    • ติดตามข่าวสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 (45%)

 

ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพการนอนหลับ

เพื่อให้เกิดการนอนที่มีคุณภาพมากขึ้น ประชากรในเอเชียแปซิฟิกได้มีการใช้วิธีต่างๆ เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมการนอนหลับให้ดีขึ้น โดย

  • ใช้ดนตรีบำบัด (41%)
  • อ่านหนังสือ (50%) 
  • ดูโทรทัศน์ (39%) 
  • เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา (35%) 
  • ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (25%) 
  • ใช้เครื่องมือตรวจจับภาวะการนอนหลับ (18%)

 

อย่างไรก็ตาม จากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลดีต่อการผลักดันให้ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตระหนักถึงความสำคัญของการนอนหลับมากขึ้น พร้อมทั้งหันมาใช้ระบบเทเลเฮลท์ และการเข้าถึงข้อมูลทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการนอนให้ตัวเอง โดยพบว่า

  • กว่า 50% ได้ใช้เทคโนโลยีเทเลเฮลท์เป็นครั้งแรกเพื่อทำการนัดหมายเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 โดย 
    • 62% ของผู้ที่ใช้เทเลเฮลท์รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก และจะยังคงใช้เทคโนโลยีเทเลเฮลท์ต่อไปในอนาคต หากพวกเขาต้องการคำปรึกษาหรือตรวจสอบคุณภาพการนอนอีกด้วย

 

จากปัญหาเรื่องการนอนหลับที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

  • เข้ารับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ (45%) 
  • เข้าปรึกษาแพทย์ประจำตัว (41%) 
  • ค้นหาข้อมูลสุขภาพออนไลน์ และบนเว็บไซต์ต่างๆ (41%) 
  • เลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบเทเลเฮลท์ (40%)

 

ตรวจสอบคุณภาพการนอนอย่างใกล้ชิด เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านการนอน

ในขณะที่ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหันมาให้ความสำคัญและแก้ไขปัญหาการนอนหลับให้ดีขึ้น แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกกลัวที่จะเข้ารับการตรวจวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea :OSA) จากสถิติพบว่า

  •  31% มีความกังวลที่จะเข้ารับการตรวจด้านการนอนหลับ (Sleep Test) เพราะกลัวว่าจะได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ใ
  •  27% เชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาภาวะการหยุดหายใจขณะหลับ

 

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจขณะนอนหลับ ทำให้อากาศไม่สามารถผ่าน หรือผ่านได้น้อย ส่งผลให้เกิดภาวะออกซิเจนในเลือดลดลง มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากสถิติพบว่า

  • คนไทยมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับอยู่ที่ 11.4% โดยอาการที่เด่นชัดของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือ อาการนอนกรน และมีเสียงกรนที่เหมือนคนหยุดหายใจเป็นพักๆ
    • อุบัติการณ์ของอาการนอนกรนในคนไทย 26.4%[1] นอกจากนี้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังทำให้ผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงมีอาการเพลียตอนตื่นนอน และง่วงตอนกลางวัน และหากมีอาการรุนแรงอาจอันตรายถึงเสียชีวิตได้อีกด้วย

 

 

วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของพวกเราทุกคน หนึ่งในนั้น คือ คุณภาพการนอนของเราด้วย ถึงแม้ว่าผู้คนจะ Work from Home หรือทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้ได้อยู่บ้านมากขึ้น แต่ความเครียดและความกังวลจากสถานการณ์ดังกล่าวกลับส่งผลกระทบด้านลบต่อการนอนหลับได้เช่นกัน เนื่องในวันนอนหลับโลกปีนี้ ฟิลิปส์ จึงต้องการรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยหันมาใส่ใจการนอนที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะการนอนหลับที่ดีและเพียงพอ มีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวันและยังเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีในระยะยาวอีกด้วย จึงอยากแนะนำให้ทุกท่านสังเกตตัวเองและคนรอบข้าง หากสงสัยว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับ ให้เข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการดูแลและรักษาอย่างถูกวิธี” 

 


หากต้องการทราบถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลสำหรับ Global Sleep Survey และนวัตกรรมเพื่อการนอนหลับจากฟิลิปส์ สามารถติดตามได้ที่ Philips.com/WorldSleepDay.

[อ่าน 1,075]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
TMB Analytics ส่องราคาคอนโดมิเนียมช่วงสถานการณ์โควิด'ฟุบ' แล้วจะ'ฟื้น'หรือไม่?
ฮาคูโฮโด เผยคนไทยพร้อมเปย์ ดับร้อน สร้างสุข ช่วงสงกรานต์
จับเทรนด์ธุรกิจอสังหาฯ ตลาดปล่อยเช่าพื้นที่บ้านเก็บสินค้ากระแสมาแรง
'สีลม' ถนนมูลค่าสูงสุดในประเทศไทยพรั่งพร้อมทุกศักยภาพ
LPN Wisdom ระบุ 4 นวัตกรรมงานบริการตอบโจทย์ 'สังคมผู้สูงอายุ'
เกาะติดเทรนด์บ้าน 2021 “เช่า” มาแรงกว่าซื้อเพราะตอบโจทย์คนยุคนี้จริงหรือ?
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved