70 ปี กทท. สู่โลจิสติกส์ที่เป็นเลิศ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2573
04 Apr 2021

ในวาระครบ 70 ปี การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศวิสัยทัศน์สู่ความเป็นเลิศ ยกระดับการให้บริการโลจิสติกส์ ก้าวสู่การเป็นท่าเรือชั้นนำระดับโลก พัฒนาเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงข้อมูลโลจิสติกส์แบบไร้รอยต่อ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2573

 

 

สัญญาณดีขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานของ กทท. ในปีงบประมาณ 2564 จะลดลงไปบ้าง ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เป้าหมายเดินหน้าสู่ความเป็นเลิศยังปักหมุดอยู่เช่นเดิม อีกทั้งยังคงเป็นหน่วยงานที่มีรายได้ส่งกระทรวงการคลังสูงสุดเป็นอันดับ 8 ของประเทศ

 

 

ทั้งนี้  เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของกทท. ว่า

“ปริมาณสินค้าและตู้สินค้าผ่านท่าในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2564 โดยเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลงอยู่ที่ 6.24% หรือคิดเป็น 25.762 ล้านตัน และตู้สินค้าผ่านท่าลดลง 2.81% หรือ 2.311 ล้านที.อี.ยู. ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ไทยและอีกหลายประเทศมีวัคซีนป้องกันก็จะ ส่งผลให้ปริมาณสินค้าและตู้สินค้าผ่านท่ามีทิศทางฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญที่เป็นปัจจัยหลักสะท้อนการเติบโตของปริมาณสินค้า ซึ่งส่งผลให้ช่วงม.ค. 64 มีปริมาณสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 3.57% อยู่ที่ 9.253 ล้านตันจาก 8.934 ล้านตัน และตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 2.66% อยู่ที่ 773,055 ที.อี.ยู. จาก 753,042 ที.อี.ยู."

 

 

โรดแมป    

"ในโอกาสครบรอบ 70 ปี กทท. มีแผนที่จะยกระดับเป็นท่าเรือชั้นนำที่ได้มาตรฐานสากล (World Class Gateway Port) โดยการพัฒนาบริการและโครงสร้างพื้นฐานให้มีมาตรฐานในระดับโลก, การพัฒนาสู่การเป็นประตูการค้าหลักและศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง, การพัฒนาสินทรัพย์ในเชิงธุรกิจให้มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อนำรายได้สู่รัฐ, การพัฒนาการให้บริการและยกระดับการทำงานมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง ด้วยการนำระบบ Port Community System (PCS) หรือระบบศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลด้านขนส่งทางน้ำและโลจิสติกส์แบบไร้รอยต่อทั้งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านโลจิสติกส์ทั้งภาครัฐและเอกชนมาใช้ เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการรองรับโครงข่ายการเชื่อมโยงด้าน Logistics ในระดับนานาชาติ

 

 

นอกจากนี้ การท่าเรือฯ มีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ และนำเทคโนโลยี ตลอดจนดิจิทัลแพลตฟอร์มาใช้เ เพื่อให้บริการได้อย่างรวดเร็วและเป็น Port 4.0 อีกทั้งมีการดำเนินโครงการควบคุมมลพิษและมุ่งเป็นท่าเทียบเรือ Smart Green Port ซึ่งในปี 2562 ท่าเทียบเรือกรุงเทพเคยได้รับรางวัลจากสิงคโปร์มาก่อน"

 

โครงการเร่งด่วน

เรือโท กมลศักดิ์ เปิดเผยต่อไปว่า "กทท.จะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือของประเทศ ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือภูมิภาค โดยจะเร่งพัฒนาโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อขยายพื้นที่รองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่มากขึ้น และสามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้ 18 ล้าน ที.อี.ยู./ปี ตลอดจนพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับให้ท่าเรือแหลมฉบังกลายเป็นท่าเรือหลักของภูมิภาค เป็นเมืองท่าแห่งอนาคต และอีกหนึ่งโครงการ คือ การพัฒนาศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟ เพื่อก่อสร้างลานขนถ่ายตู้สินค้าทางรถไฟบนพื้นที่ 600 ไร่ให้สามารถรองรับรถไฟได้ 12 ขบวน พร้อมติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดเดินบนราง (Rail Mounted Gantry Crane : RMG) ซึ่งจะรองรับตู้สินค้าได้ 2 ล้าน ที.อี.ยู./ปี รวมทั้งโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ) ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งภายในประเทศ และระบบโลจิสติกส์ได้อย่างครบวงจร"

 

 

สำหรับท่าเรือกรุงเทพ กทท. ได้พัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องมือทุ่นแรง รวมถึงกระบวนการทำงานภายในให้สามารถนำไปสู่การยกระดับการพัฒนาให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง พัฒนารูปแบบการให้บริการและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีโครงการปรับปรุงและพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง 20G ส่งเสริมระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) พัฒนาระบบขนส่ง และการขนถ่ายสินค้าให้มีโครงข่ายเชื่อมโยง (Logistics Chain) ภายในประเทศ ให้สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้  2.4 แสนที.อี.ยู./ปี

 เรือโทกมลศักดิ์กล่าวถึงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพสู่การเป็น Smart Port เพิ่มเติมว่า

"กทท.ตั้งเป้าที่จะลดท่าเรือกรุงเทพที่มีพื้นที่เดิม 900 ไร่เหลือ 500 ไร่  โดยการใช้ระบบออโตเมชั่นเข้าช่วยในการดำเนินงาน พร้อมกันนี้ บนพื้นที่ 400 ไร่ก็จะพัฒนาเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การพัฒนาในรูปแบบการลงทุนร่วมแบบ PPP (ความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชน : Public-Private Partnership) ในระยะเวลา 30-35 ปี เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส (Mixed Use) ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์การค้า, ศูนย์ประชุม ,โรงแรมและศูนย์การท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่า จะสามารถทำรายได้ระดับแสนล้านบาท"

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือฝั่งตะวันตกในลักษณะท่าเรืออัตโนมัติมีการนำเอาระบบ Semi-Automated Operation ที่มีประสิทธิภาพ โครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) เพื่อส่งเสริมระบบการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ และพัฒนาระบบการขนส่ง และเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ และยกระดับการให้บริการเชื่อมโยงการขนส่งภายในประเทศ รวมทั้งโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย และยกระดับชีวิตของชุมชนโดยรอบท่าเรือไปพร้อมกัน

 

Smart Community

เรือโท กมลศักดิ์ เปิดเผยถึงประกอบการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย (Smart Community) ว่า

“กทท. อยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลประชากรในชุมชนคลองเตย เพื่อนำผลมาพิจารณา โดยเบื้องต้นต้องทราบถึงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนที่แท้จริง รวมถึงสภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตย และรับฟังความต้องการความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคนในชุมชนคลองเตย

ทั้งนี้ กทท. ได้จัดจ้างที่ปรึกษาโดยมหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจความต้องการของชุมชนตั้งแต่สิงหาคม 62 จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง กทท. ได้มีข้อเสนอ 3 ทางเลือก ซึ่งมีมูลค่าที่เท่าเทียมกัน ได้แก่ 1) ให้ชุมชนเข้ามาอาศัยอยู่บนอาคารทรงสูงภายใต้ โครงการ Smart Community โดยมีขนาดพื้นที่ 33 ตร.ม. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครัน 2) มอบที่ดินเปล่าขนาด 19.5 ตร.ว.บริเวณพื้นที่หนองจอก 3) มอบเงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ตัดสินใจข้อเสนอที่มีความเหมาะสมกับวิถีชีวิตของครอบครัวมากที่สุด และจากสำรวจประชากรในชุมชนโดยมหาวิทยาลัยมหิดล กว่า 3,000 ครัวเรือนจากจำนวนคาดการณ์ทั้งหมด 13,000 ครัวเรือนพบว่า ชุมชนเลือกย้ายขึ้นอาคารทรงสูงมากสุดถึง 64% ตามด้วยการรับเงินเพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต 20% และ 5% เลือกที่ดินเปล่าบริเวณหนอง”

 

[อ่าน 2,439]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรูหนุนเที่ยวไทย อัปสปีด 5G ทะเลบัวแดง รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ
"Index Living Mall" พลิกเกมตลาดตู้เสื้อผ้า จาก Luxury ที่เอื้อมไม่ถึงสู่ Masstige ที่เลือกได้เอง
"ศุภาลัย" ยกระดับดีไซน์บ้านตัวอย่างสู่ Sustainable Living ผ่านวัสดุตกแต่งรักษ์สิ่งแวดล้อม
คปภ. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลสู่ดิจิทัล–AI ด้วยโซลูชัน NetApp เร่งประสิทธิภาพ กู้คืนข้อมูลไว เสริมแกร่งไซเบอร์
XPENG จัดโปรตรุษจีน ‘Chinese New Year Deals’ จอง X9 รับอั่งเปา 50,000 บาท ที่โชว์รูมทั่วประเทศ
“ไมเดีย” ขยายฐานผลิต ใช้ชิ้นส่วนไทย ยกซัพพลายเชนเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved