เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล แนะการลงทุนใน Real Estate-Backed ICO คืออะไร ต่างจากคริปโท หุ้น หรือ REITs อย่างไร?
07 Jun 2021

 

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเป็นกระแสแรงมากไม่เพียงแต่นักลงทุนรุ่นใหม่เท่านั้น นักลงทุนรายใหญ่ หรือนักลงทุนสถาบันและองค์กรต่างสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกันมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ ช่องทางลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีมากกว่าการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และหนึ่งในช่องทางที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือโทเคนดิจิทัล (Digital Token) ล่าสุด บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด เผยข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate-Backed ICO) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ REITs ตรงที่ทรัพย์ทรัพย์อ้างอิงเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ แต่มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะเข้ามาใช้จึงมีความปลอดภัยสูง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตลอดเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

 

 

นายอัฎฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล ขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอนการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขออนุมัติการออกเสนอขาย โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน สิริ ฮับ  (SIRIHUB Token)’ ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่มีอสังหาริมทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นมีกระแสรายรับเข้ามาอย่างสม่ำเสมอและมีกลไกการบริหารจัดการที่โปร่งใสและปลอดภัยเพื่อนำมาจัดสรรผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือโทเคนตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน

 

นายอัฎฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “ ช่วงนี้กระแสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่สนใจอย่างมากในประเทศไทย  สำหรับการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในต่างประเทศ  แต่ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย โทเคนดิจิทัลในปัจจุบันมีหลายประเภท แต่ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและอาจมีผลตอบแทนคือ โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Tokenโดยโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่อ้างอิงทรัพย์สินจะมีอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินอ้างอิงหรืออ้างอิงกระแสรายรับจากโครงการอสังหาริมทรัพย์(Asset-backed) ซึ่งสินทรัพย์ที่อ้างอิงนั้นอาจเป็น (1) อสังหาริมทรัพย์ (2) หุ้นของบริษัทที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อยกว่า 75% ของสิทธิออกเสียงของ บริษัทนั้น หรือ (3) สิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยอสังหาริมทรัพย์ที่อ้างอิงต้องสร้างแล้วเสร็จ 100% และเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าโครงการ หรือไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินนั้นจะมี ทรัสตี (Trustee) ดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินและติดตามการจัดการทรัพย์สินให้เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนเพื่อให้ผู้ถือโทเคนได้รับสิทธิตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน”

 

“หนึ่งในทรัพย์สินที่น่าเชื่อถือในการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนมากที่สุดก็คืออสังหาริมทรัพย์และเราเรียกว่าโทเคนดิจิทัลที่มีอสังหาริมทรัพย์หรือกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินอ้างอิงว่า Real Estate-backed ICO ซึ่งโทเคนประเภทนี้เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ โดยมีตัวอย่างที่โด่งดังคือการแปลงมูลค่าของโรงแรมหรู เดอะเซนต์รีจิส แอสเพน รีสอร์ท  (The St. Regis Aspen Resort) ในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐฯ และเสนอขายในรูปแบบโทเคนชื่อว่า แอสเพนคอยน์ (Aspen Coin) จนประสบความสำเร็จอย่างมากซึ่งระดมทุนจากผู้ซื้อโทเคนได้มากถึง18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 550 ล้านบาท) โดยผู้ซื้อโทเคนแอสเพนคอยน์จะรู้สึกสบายใจกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขดิจิทัล และยังได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจของโรงแรมแห่งนี้” อัฎฐ์ อธิบาย

 

เมื่อมองถึงหลักการลงทุนใน Real Estate-backed ICO จะมีความคล้ายคลึงกับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) แต่ความแตกต่างกันคือกอง REITs จะเป็นการมอบเงินของเราให้ผู้ดูแลทรัสต์หรือทรัสตีนำไปลงทุนในธุรกิจที่ทำข้อตกลงกันไว้ อาจจะมีการซื้อ ขาย เช่า ตามแต่ผู้จัดการกองทรัสต์จะดำเนินการ เมื่อเกิดดอกออกผลเราจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากการลงทุนนั้นซึ่งมีลักษณะเป็น Active Trust ในขณะที่ Real Estate-backed ICO คือการลงทุนในทรัพย์สินที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในหนังสือชี้ชวน โดยทรัสตีมีหน้าที่ติดตามดูแลการบริหารจัดการทรัพย์สินของผู้ออกโทเคนดิจิทัลให้เป็นไปตามที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนเท่านั้น ซึ่งมีลักษณะเป็น Passive Trust

 

หรือหากจะเปรียบเทียบระหว่างโทเคนดิจิทัลกับเงินคริปโท (Cryptocurrency) การลงทุนกับคอยน์หรือเงินคริปโทเคอร์เรนซีสกุลต่างๆ ก็คล้ายกับการซื้อขายสกุลเงินตามปกติ ซึ่งมีราคาขึ้นลงตามความผันผวนในตลาดคริปโท และมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบถึงค่าเงินสกุลนั้นๆ มากมาย ส่วนการลงทุนในโทเคนดิจิทัลอาจเปรียบได้กับการลงทุนในหลักทรัพย์บางประเภท ซึ่งผู้ถือโทเคนดิจิทัลจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนแบ่งรายได้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน นอกจากนี้ผู้ถือโทเคนยังสามารถซื้อขายโทเคนดังกล่าวในตลาดรองซึ่งอาจได้กำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อขาย โดยราคาโทเคนจะขึ้นลงตามราคาตลาด (market price)

 

อย่างไรก็ตาม การซื้อขายโทเคนดิจิทัลทำได้ง่ายกว่าการซื้อขายหุ้น เพราะสามารถทำผ่านแอปพลิเคชันได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องรอให้ตลาดเปิด อีกทั้งการเปิดพอร์ตและ wallet สำหรับเก็บโทเคนก็สามารถทำผ่านแอปพลิเคชันด้วยตนเองได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามแม้จะลงทะเบียนได้ง่าย แต่ต้องผ่านขั้นตอน KYC หรือ Know Your Customer สำหรับการยืนยันตัวตนของลูกค้า เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การติดสินบน หรือคดีทุจริตใดๆ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้การซื้อขายโทเคนดิจิทัลสะดวก ปลอดภัย แทบไม่มีข้อจำกัดใดๆ เลย และทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน

 

นอกจากนี้ โทเคนของบางบริษัทยังสามารถกำหนดเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าส่วนแบ่งรายได้ให้แก่ผู้ถือโทเคน อาทิ สิทธิการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ออกโทเคนได้บางส่วน หรือประโยชน์ใช้สอยอื่น ๆ ซึ่งทำให้ผู้ถือโทเคนได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้จริงจากทรัพย์สิน มากกว่าแค่การถือครองมูลค่าในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลไว้เท่านั้น

โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะโทเคนที่มีอสังหาริมทรัพย์หรือกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินอ้างอิง จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่หรือประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีเงินทุนเริ่มต้นมากนัก สามารถเลือกลงทุนกับโทเคนดิจิทัลขององค์กรธุรกิจที่มั่นคงและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งมีการอ้างอิงทรัพย์สินที่ชัดเจนมากกว่าการลงทุนในคริปโทสกุลเงินต่างๆ ที่มีความผันผวนและมีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ การซื้อขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อคุ้มครองนักลงทุนให้สามารถลงทุนในโทเคนดิจิทัลได้อย่างชัดเจน โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน เพื่อให้นักลงทุนหน้าใหม่มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยจากการถูกฉ้อโกง

นายอัฎฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในอนาคตอันใกล้ เราจะสามารถแปลงมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ทั้งโรงแรม บ้าน คอนโด หรือแม้กระทั่งที่ดินที่มีมูลค่าสูงถึงหลักพันล้าน ให้เป็นโทเคนดิจิทัลและเปิดให้นักลงทุนทุกระดับเข้ามาลงทุนร่วมกันได้ ซึ่งจะเอื้อให้นักลงทุนรายย่อยที่มีเงินลงทุนจำกัดก็สามารถเป็นเจ้าของร่วมในอสังหาริมทรัพย์ราคาหลายพันล้านบาทได้ โดยนักลงทุนจะได้รับผลประโยชน์จากการถือครองโทเคนนั้น ๆ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่งอาจเป็นผลตอบแทนจากส่วนแบ่งรายได้ค่าเช่า หรือจากการขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ และนักลงทุนยังสามารถนำโทเคนนั้นไปซื้อขายผ่านตลาดรองที่รองรับการซื้อโทเคนนั้นได้อีกด้วย โดยหลักการแล้วจึงแทบไม่ต่างจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เพียงแค่ย้ายกระบวนการทุกอย่างมาทำบนเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยสูง


ผู้ที่สนใจลงทุนในโทเคนดิจิทัล สามารถติดตามข่าวสารแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลและโทเคนดิจิทัล ได้ที่:เว็บไซต์บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด https://xspringdigital.com

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/XSpringDigital

[อ่าน 1,554]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เซ็นทรัลดึง “ลงนวมบอยส์” เปิดป๊อปอัพสโตร์ เจาะสตรีทแฟชั่น–มวยไทย
AIS อัปสปีดโครงข่ายดิจิทัลทั่วประเทศ รับเทศกาลตรุษจีนปีม้า ซินเจียยู่อี่ เสริมความเฮง คึกคักครบทั้งจ่าย-ไหว้-เที่ยว
กทพ. ปิดช่อง Easy Pass ด่านดินแดง เบี่ยงจราจร 24 ชม.
ชับบ์ ไลฟ์ เดินหน้าปี 2026 จัดประชุมใหญ่ดันฝ่ายขายสู่การเติบโตไร้ขีดจำกัด
Estée Lauder เปิดตัวรองพื้น Double Wear สูตรใหม่ เบาแมตต์ ทนยาว เหมาะอากาศเมืองไทย
ไอ-เทล เปิดบ้าน i-Cattery เจาะลึกเทรนด์ผู้บริโภค ชูโรดแมปสู่ผู้นำนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved