DOD ลุยกัญชงเต็มสูบ จ่อส่งมอบเมล็ดพันธุ์ปลาย ส.ค. พร้อมเดินเครื่องโรงสกัด ต.ค.นี้
12 Aug 2021

บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) จ่อเดินเกมรุกครึ่งปีหลัง ดัน “สยาม เฮอเบิล เทค” ลุยกัญชงเต็มสูบ เตรียมส่งมอบเมล็ดพันธุ์กัญชงให้พาร์ทเนอร์ (บริษัททีเอชซีจี กรุ๊ป – วิสาหกิจชุมชนทุ่งนางแลฯ - วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปบุกเขาค้อ)ปลูกปลายส.ค.นี้ เพื่อจำหน่ายให้ DOD นำสารสำคัญมาสกัด Hemp Seed Oil – CBD ขณะที่โรงสกัดแล้วเสร็จพร้อมดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในต.ค.นี้ ตอกย้ำเป็นผู้นำการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงผู้นำด้านโรงสกัดรายใหญ่ที่ผลิตสารสกัดจากกัญชงครบวงจร แบบ One Stop Service Solution ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ในระดับต้นๆของประเทศ  ระบุ DOD เปิด LAB ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์วิจัยคิดค้นสารตั้งต้นสำคัญของยา“ฟาวิพิราเวียร์” เพื่อนำมาผลิตเป็นยาต้านเชื้อไวรัสในประเทศไทย

 

ธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD เปิดเผยถึงทิศทางครึ่งปีหลังว่า จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความเสี่ยงสูงและเปราะบางทำให้บริษัทฯได้ประเมินความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจึงเห็นควรว่า ต้องมีการหยุดการดำเนินงานของบริษัทย่อยทั้ง 2 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจเครื่องสำอางและธุรกิจเครือข่าย เพื่อไม่ให้มีผลขาดทุนต่อเนื่องต่อไป

 

บริษัทฯจะมุ่งให้ความสำคัญกับธุรกิจโรงสกัด ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ (Core Business) ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสามารถรักษาความสามารถ ในการแข่งขันให้กับกลุ่มบริษัทได้อย่างมั่นคง ที่ผ่านมา บริษัทฯได้จัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ บริษัทสยาม เฮอเบิล เทค จำกัด เข้ามาดำเนินธุรกิจด้านโรงสกัดสำหรับรองรับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สารสกัดจากกัญชง-กัญชา พืชกระท่อม (ซึ่งถือพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ) และพืชสมุนไพรอื่นๆ รวมถึงเป็นผู้นำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้ปลูกกัญชง  

 

จากความคืบหน้าล่าสุด บริษัท สยาม เฮอเบิล เทค ได้ทำสัญญากับกลุ่มเกษตรกร (Contract Farming) รายใหญ่ และกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชน อาทิ บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด วิสาหกิจชุมชนทุ่งนางแลสมุนไพรเพื่อการแพทย์ รวมถึงวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปบุกเขาค้อที่ได้รับใบอนุญาตการปลูกกัญชง  จ.เพชรบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่า จะทยอยส่งมอบเมล็ดพันธุ์กัญชง ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์นำเข้าที่ได้ใบอนุญาตจากสำนักงาน อย.ให้กลุ่มพันธมิตรดังกล่าวภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อดำเนินการปลูก โดยบริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด จะนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับ จำนวน 1 แสนเมล็ด ไปปลูก เพื่อนำเมล็ดกัญชง มาจำหน่ายให้กับบริษัทฯ และเพื่อนำไปสกัดน้ำมันจากเมล็ดกัญชง (Hemp Seed Oil)

 

ขณะที่วิสาหกิจชุมชนทุ่งนางแลสมุนไพรเพื่อการแพทย์จะนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับทั้งหมด 2.5 หมื่นเมล็ด ไปปลูกเพื่อเอาช่อดอกจำหน่ายให้บริษัทฯนำสารสำคัญไปผลิต CBD หลังจากนั้น จะเข้าสู่กระบวนการสกัดสารและผลิตผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าตามออเดอร์ได้ภายในช่วงไตรมาส 4/2564 หรือ ต้นปี 2565 ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งบริษัทฯเชื่อมั่นว่า จะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้เป็นรายแรกของประเทศไทย

 

สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งโรงสกัดนั้น ล่าสุดได้ก่อสร้างไปแล้วกว่า 80% พร้อมทั้งได้นำเข้าเครื่องจักรเข้ามาติดตั้งภายในโรงงานเรียบร้อยแล้ว และคาดว่า จะแล้วเสร็จและสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ภายในตุลาคมนี้อย่างแน่นอน โดยโรงสกัดดังกล่าวถูกก่อสร้างภายใต้การรับรองตามมาตรฐาน PIC/S ซึ่งเป็นมาตรการของโรงงานผลิตยา

 

หากโรงสกัดแล้วเสร็จและได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD ในการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชงตามแผนที่วางไว้ จะเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำของกลุ่มบริษัท DOD ทั้งด้านการเป็นผู้นำการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงผู้นำด้านโรงสกัดรายใหญ่ที่ผลิตสารสกัดสำคัญจากกัญชง-กัญชา พืชกระท่อม รวมถึงพืชสมุนไพรอื่นๆที่ครบวงจรแบบ One Stop Service Solution ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ในระดับต้นๆของประเทศ 

 

สุวารินทร์ ก้อนทอง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริษัทฯได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนห้อง LAB ปฏิบัติการให้กับทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สถาบันการวิจัยและวิชาการชั้นสูงของประเทศไทยเพื่อใช้สำหรับงานวิจัยคิดค้นสารตั้งต้นสำคัญของยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) )เพื่อนำมาผลิตเป็นยาต้านเชื้อไวรัสในประเทศไทยภายใต้การดูแลของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

โดยมีเป้าหมายต้องการเห็นประเทศไทยพ้นจากวิกฤติการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งล่าสุดราชวิทยาลัยจุฬาฯได้มีการส่งวัตถุดิบซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ มาให้ทีมวิจัยและพัฒนา(R&D)ของ DOD ช่วยวิเคราะห์เพื่อร่วมหาสารตั้งต้นดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้บริษัทฯมองว่าการที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมทั้งวิเคราะห์วิจัย และสนับสนุนห้อง LAB เพื่อปฏิบัติการครั้งนี้ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทฯที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประเทศ 

 

“สำหรับสาเหตุที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เข้ามาใช้ห้องปฏิบัติการ (LAB) ของเรา เนื่องจากเล็งเห็นว่า LAB ของเราได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO / IEC 17025 : 2017 รวมถึงยังได้การรับรองมาตรฐาน ISO 22000:2018 (ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร) และ ISO 14001 : 2015 (ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม) รวมถึงมีทีมวิจัยและพัฒนาที่สามารถสนับสนุนงานวิจัยในการคิดค้นสารตั้งต้นสำคัญของยาฟาวิพิราเวียร์ ร่วมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้ตรงตามที่ต้องการ    

 

แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงจากโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 แต่ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2/2564 ของบริษัทยังคงมีรายได้จากการขาย 247.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.42 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.94% และมีกำไรจากการดำเนินงาน 73.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.98 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32.63% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้ประเมินความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจึงเห็นควรว่า ต้องหยุดการดำเนินงานของบริษัทย่อยทั้ง 2 แห่งในธุรกิจเครือข่าย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำให้ต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยลูกหนี้และลูกหนี้อื่น ค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน และค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจึงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกิจการ ทำให้เกิดผลขาดทุนส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน (57.83) ล้านบาท แต่บริษัทเล็งเห็นว่า การปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงโดยพิจารณาได้จากผลการดำเนินงานของธุรกิจหลัก (Core Business) ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 406.04 ล้านบาท เป็น 603.44 ล้านบาท คิดเป็น 48.62% และมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 118.81 ล้านบาท เป็น 225.14 ล้านบาท คิดเป็น 89.50% และมีกำไรที่ไม่รวมของบริษัทย่อยทั้งสองแห่งที่หยุดดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 83.23 ล้านบาท เป็น 175.92 ล้านบาท เติบโต 111.37% เทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

                    

[อ่าน 1,386]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เริ่มแล้ว! Thailand Toy Expo 2026 เซ็นทรัลเวิลด์ เปิด 12 ไฮไลต์ ปล่อย Rare item ระดับตำนาน 2-5 เม.ย. นี้
SMARTHOME จับมือ Lotus’s จัดใหญ่! ยกทัพความสุขถึงชาวบางใหญ่ จ.นนทบุรี
EV Station PluZ ผนึก ททท. ส่งแคมเปญ “One Living Planet เที่ยวกรีน ฟินฉ่ำ” ชวนคนรักรถ EV ออกไปชาร์จความสุขทั่วไทย พร้อมรับส่วนลดพิเศษ
ลาลามูฟ เสริมแกร่ง Soft Skills พาร์ทเนอร์คนขับ จัดเวิร์กชอป “Serve with Care บริการด้วยใจ ใส่ใจทุกการเดินทาง"
กทพ. บูรณาการฝึกการกู้ภัยและการให้ความช่วยเหลือ อุบัติเหตุร้ายแรงบนทางพิเศษ
หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved