KBank Private Banking ร่วมกับ Lombard Odier มุ่งสู่ Net Zero จุดกระแสโลกสู่ความยั่งยืน
22 Sep 2021

 

เคแบงก์ ไพรเวทแบงก์กิ้ง (KBank Private Banking) ร่วมกับ ลอมบาร์ด โอเดียร์ (Lombard Odier) ผู้ให้บริการบริหารความมั่งคั่งระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจอีก 5 รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ร่วมจัด สัมมนาออนไลน์แห่งปีในหัวข้อ “The Race to Net Zero: A Sprint or a Marathon” หวังจุดกระแสให้เกิดการพูดคุยเรื่องความยั่งยืน ดึง “บัน คี มุน” อดีตเลขาธิการยูเอ็นร่วมหารือในงานสัมมนาลดภาวะโลกร้อน

 

 

มร.บัน คี มุน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ให้เกียรติร่วมงานแสดงปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานกับสหประชาชาติ และแนวทางในการผลักดันประเด็นความยั่งยืนให้เป็นวาระหลักของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ผลงานที่สำคัญของ มร. บัน คี มุน ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ได้แก่ ความตกลงปารีสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Climate Agreement) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals)

 

 

มร.บัน คี มุน กล่าวว่า “เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในวิถีที่ส่งผลให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศโลกเลวร้ายลง ตามรายงานสภาพอากาศของ UN IPCC ฉบับล่าสุด ได้ฉายภาพแห่งความโหดร้ายให้เห็นว่า วิกฤตนี้เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ ข้อตกลงปารีสถือเป็นความหวังที่ดีที่สุดของเราในการรับมือกับภัยคุกคามจากสภาพอากาศที่รุนแรง และสถาบันการเงินชั้นนำ อย่างลอมบาร์ด โอเดียร์ และทุกภาคส่วนของพันธมิตรทางธุรกิจในภูมิภาคนี้ต่างมีบทบาทสำคัญในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการเร่งและผลักดันให้เกิดการดำเนินงานตามข้อตกลงดังกล่าวด้วยเช่นกัน”

 

 

มร.ฮูเบิร์ต เคลเลอร์ Senior Managing Partner ลอมบาร์ด โอเดียร์กรุ๊ป (Lombard Odier Group) กล่าวว่า “ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงมีต่อไป ความเสี่ยงด้านการเงินต่อความท้าทายในช่วงเปลี่ยนผ่าน ความเสี่ยงทางกายภาพและความเสี่ยงด้านหนี้สินก็กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น เรานิยามสิ่งนี้ว่า ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Value Impact) ในฐานะผู้จัดการสินทรัพย์ สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักความไว้วางใจเพื่อช่วยนำทางลูกค้าไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เรายังได้ช่วยนักลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนด้วยการประเมินสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งรวมไปถึงความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางและวิถีการใช้พลังงานที่ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และความเกี่ยวพันทางการเงิน ปาฐกถาของ มร. บัน คี มุน ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการจัดทำแผนงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและการดำเนินการร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในเอเชีย และภูมิภาคอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน”

 

 

มร. วินเซนต์ มาเนียนาต์ Limited Partner and Chief Executive Officer เอเชีย ลอมบาร์ด โอเดียร์ (Asia, Lombard Odier) กล่าวว่า

“ ลอมบาร์ด โอเดียร์ตระหนักถึงความท้าทายต่าง ๆ ที่หลายประเทศในเอเชียต้องเผชิญ ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และเศรษฐกิจแบบ CLICTM ประกอบด้วย

  • C (Circular) คือ การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน
  • L (Lean) คือ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • I (Inclusive) คือ การสร้างความเท่าเทียมด้านเศรษฐกิจและสังคม
  • C (Clean) คือ การดำเนินการที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

CLICTM ถือเป็นรากฐานที่สำคัญในพันธกิจและวิสัยทัศน์ของลอมบาร์ดโอเดียร์ ขณะที่เรากำลังก้าวสู่การปฏิวัติเพื่อความยั่งยืนนี้ เราเชื่อว่า สถาบันการเงินและลูกค้าของธนาคารมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ลอมบาร์ด โอเดียร์ พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรทางกลยุทธ์ในภูมิภาคทั้ง 6 ราย มีความยินดีที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างความตระหนักรู้ในระดับภูมิภาค นำโดย มร. บัน คี มุน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในประเด็นความยั่งยืนและโอกาสในการลงทุนเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม

 

           

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า

“เช่นเดียวกับลอมบาร์ด โอเดียร์และพันธมิตรอีก 5 ราย เคแบงก์ ไพรเวทแบงก์กิ้งเชื่อว่า เราสามารถดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันสังคมและประเทศให้มีความก้าวหน้า ยั่งยืน และเป็นสุข เพราะเราเชื่อว่าความยั่งยืนคืออนาคตของทุกคนบนโลก 

 

 

เราทุกคนมีความรับผิดชอบที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคม และประเทศชาติไปสู่ความก้าวหน้าบนพื้นฐานของความยั่งยืนในทุกวิถีทางที่เราสามารถทำได้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของโลก และทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกัน เราในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของภาคการลงทุนจึงได้พยามผลักดันเรื่องความยั่งยืนด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการนำเสนอกองทุนที่มุ่งเน้นให้เกิดผลกระทบที่ดีและกองทุนเพื่อความยั่งยืนระดับโลกที่สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เราเชื่อว่านักลงทุนสามารถสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี จากการลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนได้ และนี่คือความเชื่อมั่นของเรานับจากบัดนี้และต่อไป”

 

[อ่าน 1,944]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
MEGA SHOW Bangkok 2026 คัมแบ็กกรกฎาคมนี้ เชื่อมผู้ซื้อทั่วโลกสู่ซัพพลายเออร์เอเชีย
SYNEX เดินเกมครึ่งปีหลัง จ่อเซ็นแบรนด์ใหม่ ดันรายได้แตะ 53,000 ล้าน
GULF ปิดดีลเงินกู้ต่างประเทศ 600 ล้านดอลลาร์ สะท้อนเชื่อมั่นสากล เดินหน้าขยายฐานเงินทุนระหว่างประเทศ
อว. ผนึก AIS Academy–IRIS เปิดตัว “TARI” ดัชนีวัดความพร้อม AI ครั้งแรกของไทย ปั้นเข็มทิศธุรกิจสู่เศรษฐกิจยุคใหม่
ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโครงการ Hotel 101 Bangkok
เปิดฉาก “Thai Water Expo และ Water Forum 2026” ฉลอง 10 ปีแห่งความสำเร็จ ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำของภูมิภาค
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved