เฮงเค็ล ประเทศไทย 'Connecting-The-Dots' With Purposes
10 Nov 2021

 

'เฮงเค็ล' ธุรกิจสัญชาติเยอรมัน ที่ก่อตั้งมายาวนานถึง 145 ปี และ กำลังก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ อันได้แก่ ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีกาว (Adhesive Technologies), ธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้าง และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และธุรกิจบิวตี้แคร์

สำหรับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายอย่างวิกฤติโควิด-19 และ นับจากนี้ 'เฮงเค็ล ประเทศไทย' จะเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ของตนเองแบบ 'Connecting-The-Dots' อย่างไรบนเส้นทางของ Henkel Way หรือ 'วิถีของเฮงเค็ล' ที่ยึดมั่นกับยุทธศาสตร์แห่งความยั่งยืนด้วย

นี่คือคำตอบจาก แอนเดรียนโต้ จายาเปอร์นา ประธาน บริษัท เฮงเค็ล ประเทศไทย จำกัด ถึงยุทธศาสตร์ขององค์กรที่มุ่งขับเคลื่อน เพื่อการเติบโตอย่างมีจุดมุ่งหมาย

 

"การเติบโตอย่างมีจุดมุ่งหมาย ถือเป็นส่วนหนึ่ง ของยุทธศาสตร์ เพื่อการเติบโต ซึ่ง 'เฮงเค็ล' ตั้งเป้าที่จะเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการทุ่มเทความพยายามในด้านนวัตกรรม, ความยั่งยืน และ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) "

 

โฟกัสและความท้าทายของ เฮงเค็ล ประเทศไทย ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

จากการแพร่ระบาดที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ เฮงเค็ลแล้วบุคลากรของเราต้องมาก่อนสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด ยังคงเป็นเรื่องสุขภาพ และสวัสดิภาพของพนักงานของเรา และสามารถทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ เราเน้นการสื่อสารอย่างเปิดเผยและสม่ำเสมอกับพนักงานลูกค้าคู่ค้าทางธุรกิจและซัพพลายเออร์ของเรา

การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และมีความสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้เป็นกุญแจสำคัญ เพื่อคงความคล่องตัวตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเอาชนะความท้าทายร่วมกัน ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในประเทศไทย ก็ยังคงดำเนินการต่อไปในช่วงล็อกดาวน์

 

แผนยุทธศาสตร์ของ เฮงเค็ล ประเทศไทย สู่ทศวรรษที่ 5 เป็นอย่างไร

เฮงเค็ลตั้งอยู่ในประเทศไทยมาเกือบ 50 ปี เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจของเราอย่างต่อเนื่องโดยโฟกัสกับ 'การเติบโตอย่างมีจุดมุ่งหมาย' ซึ่งหมายถึง 'การสร้างคุณค่าที่เหนือกว่า' เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า และผู้บริโภค การทุ่มเทและเร่งความพยายามเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท การพัฒนาทักษะ และความสามารถของพนักงาน ตลอดจนการสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนท้องถิ่น ในฐานะ 'พลเมืองบรรษัทที่มีความรับผิดชอบ'

สำหรับการเดินหน้าสู่ทศวรรษต่อไปนั้นตามกรอบกลยุทธ์ระยะยาว เรามุ่งกำหนดทิศทางสำหรับ 'การเติบโตอย่างมีจุดมุ่งหมาย' และ 'การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร' ซึ่งเฮงเค็ลได้ใช้ความคิดริเริ่มต่างๆ อย่างหลากหลายเพื่อเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย เพื่อสร้างความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตลอดจนทิศทางที่ชัดเจนสำหรับปฏิบัติการประจำวัน และการนำทางเพื่อให้องค์กรสามารถผ่านวิกฤติต่างๆ ได้อย่างเข้มแข็ง

ตัวอย่างเช่น ความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำสนับสนุนให้พนักงานยอมรับ 'จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิก' และทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบการ  ขณะเดียวกันกรอบงาน Smart Work ได้ให้แนวทางแบบ 'องค์รวม' เพื่อการบริหารจัดการที่มีความยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งการทำงานนอกสถานที่และการทำงานในสำนักงาน ตลอดจนสุขภาพของพนักงาน และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transfornation) เพื่อเตรียมการให้เข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ทางดิจิทัลของบริษัทตลอด 24 ชั่วโมง ส่งเสริมให้พนักงานให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการพัฒนาเป็นสำคัญ

 

'การเติบโตอย่างมีจุดมุ่งหมาย' ของ เฮงเค็ล คืออะไร

'การเติบโตอย่างมีจุดมุ่งหมาย' ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโต ซึ่ง เฮงเค็ล ตั้งเป้าที่จะเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการทุ่มเทความพยายามในด้านนวัตกรรมความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น คล่องตัว และความพร้อมขององค์กรในอนาคตให้มากขึ้น

 

           

เฮงเค็ล มีแผนเกี่ยวกับการนำเสนอโซลูชั่นของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวอย่างไร

สำหรับกลุ่มเทคโนโลยีกาว เรามุ่งเน้นกับการส่งมอบโซลูชั่นที่มีผลกระทบสูง (High Impact Solutions) ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่มูลค่าให้กับลูกค้ากาวของเรา ด้วยการยกระดับไปสู่ 'การผลิตที่มีมูลค่าสูง' ในประเทศไทย และโฟกัสกับการส่งมอบโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพสูงและยั่งยืน เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับอาหาร, กาวที่ปลอดภัยสำหรับอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการสัมผัสอาหาร (Food Contact Legislations) ทั่วโลก, การจัดการความร้อน, การปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ และการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการนำเสนอและส่งมอบโซลูชั่นต่างๆ เหล่านี้ เฮงเค็ล ประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าในอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างใกล้ชิดในโครงการที่เกี่ยวกับ 'นวัตกรรมและความยั่งยืน' ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเทรนด์อุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในมิติของการเชื่อมต่อ ความยั่งยืน และการขยายตัวของเมือง (Urbanization) ด้วย

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังกำลังทำงานร่วมกับธุรกิจ OEM ยานยนต์ ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ เกี่ยวกับโซลูชั่น สำหรับการแสดงผลยานยนต์ที่มีน้ำหนักเบา ระบบเคลื่อนที่ด้วยไฟฟ้า และจอ แสดงผลอัจฉริยะ ทั้งนี้สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว โดยเรามุ่งมั่นที่จะเป็น 'พันธมิตรทางเลือก' ให้กับลูกค้าของเราในประเทศไทย ซึ่งหมายถึง ความเป็นผู้นำในการสร้างคุณค่า นวัตกรรม คุณภาพ การบริการ และความยั่งยืน รวมถึงการตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดและความต้องการของลูกค้า ตลอดจนผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะเดียวกัน เฮงเค็ล ประเทศไทย ก็ยังคงโฟกัสสำหรับการพัฒนาเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานไร้สาย 5G รุ่นต่อไป เนื่องจากเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ให้กับบริษัทโทรคมนาคม และดาต้าคอมชั้นนำทั่วโลก ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในโซลูชั่นเครือข่ายสำหรับบ้านอัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะ

 

 

วิกฤติโควิด-19 มีผลอย่างไรหรือไม่กับกลุ่มธุรกิจบิวตี้แคร์

สำหรับบิวตี้แคร์นั้น ภายใต้พันธกิจของ เฮงเค็ล ระดับโลก 'Together for true beauty and a more beautiful worldร่วมกันเพื่อความงามที่แท้จริงและโลกที่สวยงามยิ่งขึ้น เราตั้งเป้าหมายให้หมวดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ผลิตภัณฑ์กลุ่มทำสีผม และกลุ่มจัดแต่งทรงผมเติบโตขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงามที่ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกได้ถึงความสวยงามและมั่นใจ เราเห็นศักยภาพและโอกาสทางการตลาดที่ดีในหมวดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสีผม ซึ่งสีผมแฟชั่นขณะนี้กำลังอินเทรนด์ในกลุ่มวัยรุ่น และเทรนด์การทำสีผมก็ยังเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายที่เพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนเทรนด์อื่นๆ เช่น การดัดผมแบบดิจิทัลและความใส่ใจในความสวยของเส้นผมแบบองค์รวมที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขยายไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงเส้นผม หลังการเข้ารับบริการที่ร้านทำผม ผลิตภัณฑ์ทรีตเมนต์และจัดแต่งทรงผม

ทั้งนี้จากการคลายล็อกดาวน์ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาก็ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้าและร้านทำผมกันมากขึ้น ที่สำคัญเทรนด์ของการใส่ใจสุขภาพมากขึ้นทำให้มีความต้องการในผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็เพิ่มขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เฮงเค็ล ประเทศไทย จึงนำเสนอผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม Schwarzkopf Natural & Easy ซึ่งปราศจากแอมโมเนีย และมีสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติช่วยบำรุงเส้นผม อาทิ Schwarzkopf Professional ESSENSITY ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคที่ต้องการปกปิดผมขาว ปราศจากแอมโมเนีย ซิลิโคน น้ำมันแร่สังเคราะห์ พาราเบน กลิ่นของเคมีและน้ำหอม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจช่างผมมืออาชีพ เราก็มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือพันธมิตรร้านทำผมของเราให้ฟื้นตัวผ่านพ้นและแข็งแกร่งขึ้นจากวิกฤติ ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นที่ให้ผลลัพธ์เส้นผมที่มีคุณภาพและให้การศึกษาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเทคนิคการทำผมล่าสุดและทักษะการจัดการธุรกิจ

 

 

เฮงเค็ล ประเทศไทย ปรับตัวเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างไร

ต้องยอมรับว่า ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดใหญ่ ทำให้ผู้คนต้องรักษาระยะห่างทางสังคม ทำให้การติดต่อสื่อสารแบบตัวต่อตัวถูกจำกัด นี่จึงทำให้การพบปะกัน การประชุม ตลอดจนการมีส่วนร่วมส่วนใหญ่ต้องใช้การประชุมออนไลน์ แบบเสมือนจริง (Virtual Meeting) อย่างไรก็ตาม กับประเด็นนี้ถือว่าเราโชคดี และต้องขอบคุณ เฮงเค็ล ที่ได้จัดตั้งสถานที่ทำงานดิจิทัลอย่างครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดการแพร่ระบาด นี่จึงเป็นผลที่ทำให้พนักงานสามารถทำงาน พบปะและพูดคุย

อีกทั้งสามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้จากระยะไกล (Remote Learning) ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมทางออนไลน์กับลูกค้า, ช่องทางจำหน่ายของคู่ค้า  และผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันแบบเสมือนจริง อีคอมเมิร์ซ และโซเชียลมีเดียต่างๆ

ยกตัวอย่างการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Schwarzkopf Thailand fan page บน Facebook ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้ติดตามได้มากกว่า 2.8 ล้านคนและเป็นแพลตฟอร์มสำหรับแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับและเทคนิคการทำสีผมให้กับผู้บริโภคในประเทศไทยด้าน eShop ของเทคโนโลยีกาวให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และช่วยให้ลูกค้าของธุรกิจเทคโนโลยีกาวและคู่ค้าสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ได้ และยังทำให้ยอดขายดิจิทัลทั้งในธุรกิจเทคโนโลยีกาวและบิวตี้แคร์ของเราเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ที่โรงงานอัจฉริยะของบริษัทฯในจังหวัดชลบุรี ยังช่วยให้เราสามารถใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและเซ็นเซอร์ เพื่อช่วยระบุพื้นที่สำหรับการปรับปรุงคุณภาพ, การผลิต และความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเอื้อให้คนงานในโรงงานสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล ตอบสนองต่อสภาวะที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น และยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมกับสรีระของมนุษย์และมีความปลอดภัยมาก เช่น ลดการการสัมผัสโดยตรงกับวัสดุอันตรายของมนุษย์ เป็นต้น

 

 

'Connecting-The-Dots' ของ เฮงเค็ล ทางด้านความยั่งยืนเป็นอย่างไร

ความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ เฮงเค็ลทั่วโลก รวมถึง เฮงเค็ล ประเทศไทย โฟกัสอย่างมากและให้ความสำคัญกับการลด/ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ (Climate Positive) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น การลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการนำร่องด้านความยั่งยืนต่างๆ ที่โรงงานของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงการนำน้ำเย็นกลับมาใช้ใหม่ การติดตั้งหลอดไฟแอลอีดี และการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้น้อยลง ส่วนโรงงานผลิตกาว และบิวตี้แคร์นั้น เราได้ตั้งเป้าที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และซื้อไฟฟ้าจากผู้ให้บริการพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2565

นอกจากนี้ เฮงเค็ล ประเทศไทย ยังต้องการส่งมอบคุณค่าของ 'สำนึกแห่งความยั่งยืน' ผ่านพนักงานของเรา  ด้วยการได้รับการฝึกอบรมให้เป็น 'ทูตแห่งความยั่งยืน' ที่มีบทบาทอย่างแข็งขันในชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ ในปี 2563 พนักงานจากเฮงเค็ล ประเทศไทยและมูลนิธิฟริทซ์ เฮงเค็ล สติฟตุง ได้บริจาคเงินจำนวน 3.95 แสนบาทให้กับสภากาชาดไทยเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 และพนักงานยังร่วมบริจาคโลหิตผ่านสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดซึ่งส่งผลให้มีโลหิตไม่เพียงพอ

พร้อมกันนี้ บุคลากรของเรายังได้ร่วมสนับสนุนโครงการกำลังใจ ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พนักงานอาสาสมัครจาก Beauty Care Professional ได้จัดชั้นเรียนทำผมสำหรับผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำจังหวัดชัยนาท เพื่อช่วยให้คนเหล่านี้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

อีกทั้งยังได้เริ่มดำเนินการรณรงค์ทั่วทั้งบริษัท เพื่อส่งเสริมกลยุทธ์ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) 'การลด - การใช้ซ้ำ - การรีไซเคิล' โดยแนะนำให้พนักงานทิ้งขยะพลาสติกที่จุดรวบรวมที่ปั๊มน้ำมัน และสนับสนุนความพยายามในการรีไซเคิลพลาสติกต่างๆ ของ Less Plastic Thailand, Green Road, Precious Plastic Bangkok, Won Project และ Little Bee Hero.

 


บทความจากนิตยสาร MarketPlus Issue 139 


 

[อ่าน 3,408]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved