ปลดล็อคสวัสดิการ สู่ “สังคมเพื่อเราทุกคน (Inclusive Society)” และความเท่าเทียมที่ไม่เหลื่อมล้ำของ LGBTQI+ ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงวัย และคนชายขอบ
29 Apr 2022

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ หลายองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสังคมให้เป็น “inclusive society” หรือสังคมของทุกคน อย่างจริงจังในหลายมิติมากขึ้น ซึ่งคำว่า “ทุกคน” ในที่นี้ จำเป็นต้องครอบคลุมถึงบุคคลที่มีความแตกต่างในเรื่องของสภาพร่างกาย อายุ เพศวิถี ผู้เปราะบาง รวมไปถึงบุคคลชายขอบในสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสังคมให้เป็น inclusive society ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (ATCSW) ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงได้จัดงาน “สัมมนาทางวิชาการนานาชาติสังคมสงเคราะห์ และสวัสดิการสังคมสู่การพัฒนายั่งยืน” ขึ้น

 

 

“ตั้งแต่ปีแรกของการระบาดจนถึงขณะนี้ โรคโควิด-19 ได้พรากชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วถึง 6.2 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียที่มากกว่าสงครามเวียดนาม และสงครามคาบสมุทรเกาหลีรวมกัน” นางสาววรรณา สุขศรีบูรณ์อำไพ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (ATCSW) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาด้านสุขภาวะของคนทุกกลุ่มนั้น สร้างผลกระทบต่อชีวิตคนไม่น้อยกว่าสงคราม จึงเป็นที่มาของแนวคิดการจัดงานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ว่า Healthy Society, Stronger Social Work ที่หมายความว่า การมีสังคมที่สุขภาพดี จะช่วยสนับสนุนงานด้านสังคมสงเคราะห์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นนั่นเอง งานสัมมนาวิชาการนานาชาติครั้งนี้ที่เต็มไปด้วย 5 ประเด็นหลักจากกลุ่มคนที่มีความแตกต่างในสังคม เพื่อขับเคลื่อนให้สังคมไทยเข้าสู่การเป็นสังคมของทุกคนอย่างเท่าเทียม  ดังที่นางสาววรรณาได้กล่าวไว้ว่า “เราทุกคน รวมถึงผู้พิการ ผู้สูงวัย เด็ก ผู้เปราะบาง หรือ LGBTQI+ โปรดรับรู้ว่า เราทุกคนมีความแตกต่างกัน แต่ไม่มีใครด้อยกว่ากัน และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 

หลากหลายได้อย่างเท่าเทียม กับสวัสดิการองค์กรสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ

บุคคลกลุ่ม LGBTQI+ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มักไม่ได้รับสิทธิ และสวัสดิการที่ทัดเทียมบุคคลที่มีเพศสภาพตรงตามเพศกำเนิด เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทย ให้ทุกเพศสภาพมีสิทธิเท่าเทียม นางสาวนาฎฤดี อาจหาญวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC หนึ่งในวิทยากรรับเชิญในประเด็นเกี่ยวกับสวัสดิการสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในองค์กร ได้แบ่งปันนโยบายของบริษัทฯ ในการให้สิทธิ์พนักงานที่เป็น LGBTQI+ สามารถลาเพื่อไปจัดงานแต่งงาน อุปการะลูกบุญธรรม หรือจัดงานศพให้แก่คู่ชีวิต รวมไปถึงให้สิทธิ์พนักงานในการลาเพื่อผ่าตัดแปลงเพศได้ถึง 30 วัน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ในเมืองไทยที่ออกนโยบายนี้ให้พนักงาน และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงานทุกภาคส่วนอีกด้วย

 

 

สู่สังคมที่เท่าเทียมเพื่อผู้พิการ: กรณีศึกษาจากประเทศอิสราเอล

บุคคลกลุ่มต่อมาที่ควรให้ความสำคัญหากสังคมต้องการพัฒนาสู่การเป็น healthy และ inclusive society นั่นก็คือกลุ่มคนพิการ ซึ่งในประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่าสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน และขนส่งสาธารณะต่างๆ ยังไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ งานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ จึงได้รับเกียรติจากนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่เข้ามาร่วมแบ่งปันข้อมูลผ่านการบรรยายเกี่ยวกับการสร้างสังคมเพื่อทุกคนที่ครอบคลุมถึงผู้พิการในประเทศอิสราเอลให้แก่ผู้ฟังชาวไทย ซึ่งประเทศอิสราเอลเป็นประเทศเดียวในโลกที่ผู้มีอาชีพให้บริการแก่ประชาชนจำเป็นต้องเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการให้บริการผู้พิการทุกๆ ปี และต้องมีผู้ประสานเกี่ยวกับผู้พิการที่สามารถติดต่อได้ประจำการอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่ครอบคลุมด้านการศึกษา ที่สนับสนุนให้เด็กนักเรียนพิการเข้าเรียนในโรงเรียนร่วมกับเด็กปกติโดยไม่แบ่งแยก ส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพ ไปจนถึงการรับใช้ชาติในกองทัพอิสราเอล

 

บริการสาธารณสุขที่เท่าเทียม ทั่วถึง และครอบคลุมคนทุกกลุ่ม

การพัฒนาให้คนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสังคมให้เท่าเทียม แต่ปัจจุบันประชากรที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองรวมไปถึงบริเวณชายแดนนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากอาศัยอยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล ทำให้อาการเจ็บป่วยที่เล็กน้อยลุกลามใหญ่ขึ้นเพราะรักษาได้ไม่ทันการ มูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย จึงดำเนินโครงการสร้าง “ศูนย์ปฐมพยาบาลไฟเซอร์” ในชุมชนทุรกันดารทั่วประเทศจำนวน 10 แห่ง ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง ทันท่วงที และเท่าเทียม โดย นายอานุภาพ สลับแสง ผู้จัดการแผนกจัดหาทุนองค์กรธุรกิจ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย หนึ่งในผู้ดูแลโครงการดังกล่าว ได้แจ้งความคืบหน้าว่า ศูนย์ปฐมพยาบาลไฟเซอร์ได้รับการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว 4 แห่ง และจะเปิดให้บริการครบทั้ง 10 แห่งภายในปี 2566

 

                 

               

การควบคุมโรคระบาดโดยคำนึงถึงคนทุกวัย

ประเด็นด้านสุขภาพที่จำเป็นต้องคำนึงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ คงไม่พ้นเรื่องการจัดการและควบคุมโรคระบาดอย่างโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลก ซึ่งขับเคลื่อนการพัฒนาวัคซีนที่รวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่อย่างไรก็ดี วัคซีนที่มีการพัฒนาออกมาในช่วงแรกนั้นครอบคลุมกับประชากรวัยผู้ใหญ่เท่านั้น ทำให้ประชากรกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่คิดเป็น 32% ของประชากรทั่วโลกยังไม่ได้รับการป้องกันจากการติดโรคโควิด-19 ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นกลุ่มอายุที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจากโรคได้ ยังมีสิทธิ์เป็นผู้ติดเชื้อ และแพร่กระจายเชื้อให้แก่ประชากรกลุ่มผู้ใหญ่เช่นกัน

ซึ่ง นพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้แบ่งปันข้อมูลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตของระบบสุขภาพที่เท่าเทียม” ว่าในสถานการณ์ที่มีการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 นั้น มาตรการต่างๆ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนให้ได้ผลในการควบคุมโรคจำเป็นต้องคำนึงถึงประชากรทุกกลุ่ม ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ซึ่งไฟเซอร์ได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุมกลุ่มอายุต่างๆ รวมถึงกลุ่มที่มีความต้องการเป็นพิเศษ เช่น เด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี กลุ่มผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น ไม่เพียงแต่การวิจัย และพัฒนาวัคซีนเท่านั้น การเข้าถึงบริการสุขภาพ คุณภาพการดูแลผู้ป่วย และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพยังเป็นสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมสังคมสุขภาพดีอย่างเท่าเทียม

โดยไฟเซอร์เองก็มีหลากหลายโครงการที่มุ่งพัฒนาด้านนี้ให้ดีขึ้น ทั้งการพัฒนาขวดยาอัจฉริยะที่ติดตามการกินยาของผู้ป่วย โครงการพัฒนาความรอบรู้ทางสุขภาพ (health literacy) เพื่อให้สังคมมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเองและพัฒนาสู่สังคมสุขภาพดีได้อย่างยั่งยืน

 

 

สังคมที่ดีขึ้น ร่วมสร้างได้ด้วยผู้สูงวัยและแรงงานข้ามชาติ

หากพูดถึงการสร้างสรรค์สังคมให้พัฒนายิ่งขึ้น คนจำนวนไม่น้อยน่าจะนึกถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน หรือเยาวชนที่ได้ชื่อว่าเป็น “อนาคตของชาติ” ทำให้คนบางกลุ่มอย่างผู้สูงวัย และผู้ใช้แรงงานต่างด้าวที่นับเป็น กลุ่มผู้เปราะบางในสังคมมักถูกมองข้ามไปโดยปริยาย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง สังคมไทยนับเป็นสังคมสูงวัยตั้งแต่ปี 2564 โดยมีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และยังมีผู้ใช้แรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนกว่า 2.5 ล้านคน ในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติครั้งนี้ จึงได้เปิดเวทีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อคนทั้งสองกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานหลังเกษียณของผู้สูงวัยที่คาเฟ่อเมซอน การดูแลสุขภาวะทางเพศสำหรับผู้สูงวัย การเยียวยาจิตใจของกลุ่มแรงงานที่เป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง การทำงานสังคมสงเคราะห์เพื่อกลุ่มผู้เปราะบาง และอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของสวัสดิการ สุขภาวะ คุณภาพชีวิต และสภาพจิตใจของคนทั้งสองกลุ่มนี้ในฐานะประชากรที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์ inclusive society และ healthy society

เนื้อหาจากการบรรยายข้างต้นนับเป็นสัญญาณที่ดีของความตระหนักรู้และขับเคลื่อนสังคมให้เป็นสังคมสุขภาพดีของทุกคนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจุดเริ่มต้นนี้จะช่วยสร้างสรรค์สังคมที่คนทุกกลุ่มสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและเท่าเทียม ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “สัมมนาทางวิชาการนานาชาติสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมสู่การพัฒนายั่งยืน” เท่านั้น

ใครที่สนใจรับฟังหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจอื่นๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 29 ท่าน ใน 5 ประเด็นใหญ่ สามารถรับชมได้ที่ช่อง ICTC MSOCIETY ทาง Youtube หรือที่ลิงก์ bit.ly/3J4qXfD 

 

[อ่าน 2,116]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เชียร์สาวไทยล่าแชมป์ในบ้าน! AIS PLAY ยิงสด ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์’ ตั้งแต่หลุมแรก เต็มอิ่ม 4 วันรวด
ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ประกาศแต่งตั้ง “พียุช ชาร์มา” ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ นำทัพก้าวสู่บทถัดไปของการเติบโตทางธุรกิจ
เมืองไทยประกันชีวิต หนุนศิลป์ไทย เชิดชูครู–ศิษย์ ผ่านนิทรรศการ “ครูส่องศิษย์ ศิลป์ส่องทาง”
"CPL" ผนึก "Suzhou DHMS" รุกตลาดบริการอัจฉริยะ ยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมไทย
"โก โฮลเซลล์" ตอกย้ำ "ตัวจริงสายเนื้อ" ร่วมโชว์เคส งาน Thailand Beef Fest 2026
BIC ใช้ศิลปะจุดประกายการเรียนรู้พลังงาน หนุนเยาวชนรอบโรงไฟฟ้า
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved