โครงการ ไฟ-ฟ้า เพื่อชุมชน โดยมูลนิธิทีทีบี จับมือ พอช. สานต่อกิจกรรม “เปลี่ยน” เพื่อชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน
17 Mar 2023

โครงการ ไฟ-ฟ้า เพื่อชุมชน โดยมูลนิธิทีทีบี สานต่อกิจกรรม “เปลี่ยน” เพื่อชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ด้านการ “พัฒนาขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคตะวันออก มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนตามความต้องการของชุมชนและผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงานสนับสนุนช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

โดยในปี 2565 มูลนิธิได้เข้าไปสนับสนุนชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในด้านต่างๆ ในเครือข่ายของ พอช. จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู ชุมชนบ้านมั่นคงใจเดียวกัน ชุมชนบ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี และชุมชนปทุมธานีโมเดล

มาริสา จงคงวุฒิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ผู้แทนจากมูลนิธิทีทีบี กล่าวว่า

"มูลนิธิทีทีบีมุ่งสานต่อกิจกรรมสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรตามแนวคิด Make REAL Change ผ่านกิจกรรม “เปลี่ยน” ชุมชนเพื่อความยั่งยืน (fai-fah for Communities) ที่ให้อาสาสมัครทีทีบีได้รวมพลังกันจากทุกภาคส่วน เพื่อนำความรู้ความสามารถด้านต่างๆ อาทิ ความรู้ทางการบัญชีและการเงิน การสร้างแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด เป็นต้น ช่วยจุดประกายการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

โดยมีเป้าหมายดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 9  ปี มีชุมชนเข้าร่วมโครงการ 236 ชุมชน ทั้งนี้ ในปี 2565 มูลนิธิทีทีบีได้พัฒนาชุมชนจำนวน 27 โครงการทั่วประเทศ และมีชาวชุมชนได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมกว่า 40,000 ราย"

 

 

“ในปี 2566 เรายังคงมุ่งดำเนินกิจกรรม “เปลี่ยน” ชุมชนเพื่อความยั่งยืน โดยร่วมมือกับหลายภาคีเครือข่าย และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานสนับสนุนช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาองค์ความรู้ ด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ ด้านความรู้เรื่องบัญชีการเงิน ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสื่อประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เพื่อร่วมกันจุดประกายการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” มาริสา กล่าว

 

ด้าน เฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กล่าวว่า

"วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ พอช. คือ การเป็นองค์กรของประชาชนที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานรากด้วยพลังองค์กรชุมชนและประชาสังคมมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาความเข้มแข็งองค์กรชุมชนและประชาสังคม ให้เป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัย สวัสดิการชุมชน เศรษฐกิจชุมชน สภาองค์กรชุมชน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนในเมืองและชนบท

ซึ่งด้วยบทบาทภารกิจที่สอดคล้องกัน  พอช. มีความยินดีที่ได้ร่วมลงนามกับมูลนิธิทีทีบี ในการดำเนินกิจกรรม “เปลี่ยน” เพื่อชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ โดย พอช. จะเพิ่มบทบาทในการร่วมสำรวจชุมชนและติดตามผลการดำเนินโครงการหลังส่งมอบโครงการ ซึ่งเชื่อว่าการร่วมมือกับมูลนิธิทีทีบีจะเป็นการสนับสนุนต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

 

 

นอกจากนี้พิธีลงนามระหว่างมูลนิธิทีทีบี และ พอช. ยังมีตัวแทนชุมชนในเครือข่าย พอช. จำนวนกว่า 20 ชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้การดำเนินงานของมูลนิธิทีทีบี และ พอช. เพื่อเป็นแนวทางในการร่วมโครงการต่อไป โดยมีตัวแทนจากชุมชนที่ได้เข้าร่วมเมื่อปี 2565 มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมและผลสำเร็จที่ผ่านมา

โดย ชุมชนบ้านประชารัฐไทยมุสลิมสามัคคี รังสิต ปทุมธานี กล่าวว่า

“ในชุมชนมีสมาชิก 98 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ทำอาชีพค้าขายและรับจ้างที่มีรายได้น้อย ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้รับผลกระทบมาก ผู้นำและกรรมการชุมชนลองเลี้ยงปลาดุกขายเพื่อสร้างรายได้ แต่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ เพราะไม่มีความรู้และบริหารจัดการไม่ถูกต้อง

เมื่อมูลนิธิทีทีบี และ พอช.เข้ามาสำรวจปัญหา รวมถึงความต้องการของชุมชน จึงเลือกเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปลาดุก เริ่มตั้งแต่การเพาะพันธุ์จนถึงการเลี้ยงปลา โดยวิทยากรจากกรมประมง และได้ต่อยอดเรียนรู้เรื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลา พร้อมทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์และแนะนำวิธีขายออนไลน์ผ่านเพจ Facebook ซึ่งมีปลาเส้นเป็นสินค้าขายดี ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่ม

นอกจากนี้ ยังมีความรู้เรื่องการทำบัญชี เพื่อคำนวณต้นทุนและกำไรให้เหมาะสม รวมถึงมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน สร้างอาชีพและมีรายได้โดยไม่ต้องออกไปใช้แรงงานข้างนอก ทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

 

 

ด้านตัวแทนจาก ชุมชนบ้านมั่นคงใจเดียวกัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ 5 ชุมชนที่มีปัญหาที่พักอาศัย มีสมาชิก 37 ครัวเรือน เล่าว่า สมาชิกส่วนใหญ่ทำอาชีพรับจ้างและค้าขาย ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หลายครัวเรือนขาดรายได้ จึงร่วมกันปลูกผักสวนครัวในชุมชนเพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้เล็กน้อย ซึ่งเมื่อมูลนิธิทีทีบีเข้ามาได้ช่วยพัฒนาขยายผลไปสู่การสร้างโรงเพาะเห็ดในชุมชน โดยจัดกิจกรรมเรียนรู้การเพาะเห็ดกับผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มเพาะเห็ด การแปรรูปเห็ด ไปจนถึงการกำจัดถุงหัวเชื้อเห็ดที่ใช้แล้วอย่างไรไม่ให้เกิดมลพิษ

นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เรื่องการทำบัญชี ที่สำคัญการมีกิจกรรมร่วมกันทำให้ชุมชนเกิดความสัมพันธ์อันดีและมีรายได้เสริม ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายผลิตภัณฑ์ จะนำมาเป็นเงินกองทุนสำหรับช่วยเหลือดูแลคนในชุมชน เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งที่พึ่งพาตัวเองได้”

 

 

ปิดท้ายที่ ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู เขตสาทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า

“สมาชิกส่วนใหญ่ในชุมชนที่มีอยู่ 249 ครัวเรือน ประกอบอาชีพค้าขาย ซึ่งมูลนิธิทีทีบีได้เข้ามาช่วยด้านการแนะนำและออกแบบตราสินค้าให้ชุมชน ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น แหนมหมู แคปหมู ขนมนางเล็ด และยาดม นอกจากนี้ ให้ความรู้เรื่องวิธีการขายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเพิ่ม

ในขณะที่ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมทำร่วมกับคนอื่น ส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี และเกิดความสามัคคีขึ้นในชุมชน มีการแบ่งปันความรู้ในการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งทำให้มีความรู้เรื่องการทำบัญชีต้นทุน-กำไร ซึ่งสิ่งที่ภาคภูมิใจ คือ ตอนนี้ชุมชนได้มีตราสินค้า ได้รับความสนใจและเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูงานอย่างต่อเนื่อง”

 

ไฟ-ฟ้า โดยมูลนิธิทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดีๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

[อ่าน 1,541]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เริ่มแล้ว! Thailand Toy Expo 2026 เซ็นทรัลเวิลด์ เปิด 12 ไฮไลต์ ปล่อย Rare item ระดับตำนาน 2-5 เม.ย. นี้
SMARTHOME จับมือ Lotus’s จัดใหญ่! ยกทัพความสุขถึงชาวบางใหญ่ จ.นนทบุรี
EV Station PluZ ผนึก ททท. ส่งแคมเปญ “One Living Planet เที่ยวกรีน ฟินฉ่ำ” ชวนคนรักรถ EV ออกไปชาร์จความสุขทั่วไทย พร้อมรับส่วนลดพิเศษ
ลาลามูฟ เสริมแกร่ง Soft Skills พาร์ทเนอร์คนขับ จัดเวิร์กชอป “Serve with Care บริการด้วยใจ ใส่ใจทุกการเดินทาง"
กทพ. บูรณาการฝึกการกู้ภัยและการให้ความช่วยเหลือ อุบัติเหตุร้ายแรงบนทางพิเศษ
หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved