‘ไลฟ์สไตล์ เอนเนอร์จี้ ดริ๊งก์’ เกมใหม่ของแบรนด์ผู้มาใหม่ กับการสร้างตลาดนิช เครื่องดื่มชูกำลัง
10 May 2023

 

ความน่าสนใจของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีมูลค่าตลาดอยู่ราว 20,500 ล้านบาท จะอยู่ที่การกลับมามีการเติบโตอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดนิ่งไปพักใหญ่ๆ โดยในปีที่ผ่านมา ตลาดมีตัวเลขการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 9.1%

 

แน่นอนว่า การเติบโตของตลาด ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยในเรื่องของการกลับมาใช้ชีวิตปกติหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการกลับมาทำงานของแรงงานในภาคก่อสร้างและภาคการผลิตที่เป็นผู้บริโภคหลักของเครื่องดื่มชูกำลัง

 

เช่นเดียวกับ การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ตลาดกลับมามีสีสัน แต่ที่น่าจับตามองก็คือ การเติบโตอย่างน่าสนใจของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียม จากการเข้ามาทำตลาดของเครื่องดื่มให้กำลังงานในกลุ่มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่กำลังมาแรง

 

แม้ตลาดหลักยังคงเป็นเครื่องดื่มชูกำลังระดัยแมสที่ขายต่อขวดราคา 10-12 บาท แต่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมที่ขายในราคา 15-30 บาท ก็เป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ

โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงานที่เป็นไลฟ์สไตล์ ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 5-6% ของตลาด

ทั้งนี้ ก็เพราะ เครื่องดื่มให้กำลังงานในเซ็กเมนต์ที่ว่านี้ สามารถตอบโจทย์และเข้าไปสอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ค่อนข้างจะแอคทีฟ

ขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถทลายกรอบหรือกำแพงในเรื่องของภาพลักษณ์ จากเดิมๆ ที่เครื่องดื่มชูกำลัง จะติดอยู่กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานเป็นหลัก

 

 

อนวัช สังขะทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มให้กำลังงานแบรนด็ร็อคสตาร์ เคยให้มุมมองที่น่าสนใจในงานแถลงข่าวของบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า

 

"เครื่องดื่มให้กำลังงานในกลุ่มไลฟ์สไตล์ กำลังมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

โดยส่วนหนึ่งของการดื่ม จะเป็นการสลับกับการดื่มน้ำอัดลม เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้เป็นเครื่องดื่มที่อัดคาร์บอเนต ทำให้นอกจากจะช่วยเพิ่มความสดชื่นแล้ว ยังให้เบเนฟิตค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของการให้พลังงานอีกด้วย

โดยการเติบโตของตลาด จะเกิดจากการได้กลุ่มผู้บริโคภใหม่ๆ ที่ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มให้พลังงานในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นเมนสตรีม เป็นการเติบโตจากฐานคนดื่มใหม่ๆ ของตลาดนี้"

 

ในปีที่ผ่านมา ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โคฯ มีการนำ ‘ร็อคสตาร์’ เครื่องดื่มให้พลังงานที่เป็นอีกแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในไทย

โดยร็อคสตาร์ ถือเป็นเครื่องดื่มให้พลังของเป๊ปซี่ ที่เป็นที่รู้จักในหลายประเทศ โดยเมื่อ 3 – 4 ปีที่แล้ว เป๊ปซี่ ใช้เงิน 3.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.22 แสนล้านบาท เข้าซื้อ Rockstar แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังที่ก่อตั้งในปี 2001

การซื้อในครั้งนั้น เป๊ปซี่ ต้องการเข้าไปร่วมแจมในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตในหลายประเทศทั่วโลก

 

อนวัช สังขะทรัพย์
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด

 

เป๊ปซี่มองว่า แม้ว่าตลาดน้ำอัดลมทั่วโลกจะมีมูลค่าที่สูงถึง 2.696 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 8.51 ล้านล้านบาท แต่มีอัตราเติบโตเพียง 2.6%

ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเติบโตถึง 9.9% ด้วยมูลค่า 1.272 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.02 แสนล้านบาท

ยิ่งในสหรัฐฯ มูลค่าตลาดได้เติบโตถึง 29.8% ในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ โดยในตลาดอเมริกา แบรนด์เครื่องดื่มให้พลังงานอย่างเรดบูล และมอนสเตอร์ ถือเป็น 2 แบรนด์ใหญ่ที่ครองตลาดของที่นั่น

การซื้อแบรนด์ร็อคสตาร์ในครั้งนั้น ยังเป็นการเสริมพอร์ตเพื่อเข้ามาแข่งขันกับคู่แข่งอย่างโค้ก ที่มีการเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ของโค้กเอง คือ ‘โคคา-โคลา อิเนอร์จี’ (Coca-Cola Energy) ที่วางขายในทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี 2562

 

สำหรับแบรนด์ร็อคสตาร์นั้น เข้าไปทำตลาดในหลายประเทศมาแล้ว อย่างญี่ปุ่น ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนในไทยนั้น อนวัช บอกว่า

"ร็อคสตาร์ ถือเป็นแบรนด์สินค้ายอดนิยมจากฝั่งเป๊ปซี่โค ที่ประสบความสำเร็จทั้งการเติบโต กระแสตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยทำงาน  ตลอดจนมีแผนการพัฒนาสินค้าที่จะช่วยต่อยอดการเติบโตได้ในระยะยาว"

 

การทำตลาดในบ้านเรา ร็อคสตาร์ ถูกวางให้เป็นแบรนด์หลักในพอร์ตฟอลิโอเครื่องดื่มให้พลังงานของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ที่จะมาชิงส่วนแบ่งในตลาดเครื่องดื่มให้พลังงาน ชูจุดแข็งด้วยภาพลักษณ์ที่มีความพรีเมียมและทันสมัย ภายใต้คอนเซปต์ ‘ไม่หมดใจ...ยังไงก็ไปต่อได้’

 

 

ส่วนกลยุทธ์หลักๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการตลาดนั้น จะให้ความสำคัญกับการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบอินฟลูเอ็นเซอร์และมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง

เพื่อให้เป็นตัวเชื่อมความสนใจระหว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ (Modern Striver) ที่มีความฝัน ยึดมั่นในจุดยืนของตัวเอง ไม่ย่อท้อ มองโลกในแง่บวก และขวนขวายไปให้ถึงความสำเร็จ ผ่านการใช้สื่อและกิจกรรมการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดพรีเมียมเครื่องดื่มให้พลังงาน

 

เมื่อมองเข้ามาที่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในบ้านเรานั้น การเติบโตของตลาดถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ส่วนหนึ่งมาจากการเข้ามาขับเคลื่อนตลาดของแบรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยแข่งขันอยู่ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเมนสตรีม หรือตลาดแมสมาก่อน

 

ขณะที่สินค้าส่วนใหญ่จะมาด้วยการนำเสนอแพ็กเกจจิ้งในรูปแบบของแคน ซึ่งต่างจากเครื่องดื่มชูกำลังเดิมๆ ที่อยู่ในขวดสีน้ำตาล อีกทั้งยังมีการอัดคาร์บอเนต เพื่อให้ความซ่า และเพิ่มรสชาติที่แปลกใหม่ เป็นการสร้างรสสัมผัสที่แตกต่างจากที่มีอยู่เดิมในตลาด ซึ่งแบรนด์อย่างคาราบาวแดงเองก็เคยนำตัวแคน ที่วางขายในต่างประเทศ เข้ามาร่วมแจมในตลาดนี้ด้วย

 

 

ส่วนแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาด จะเลือกการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนิชเป็นหลัก อย่างกรณีของการเปิดตัว G-BEAT เครื่องดื่มชูกำลังที่พัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพด้วยสูตรน้ำตาล 0% (ZERO Sugar) ที่ใช้คาเฟอีนธรรมชาติสกัดจากชาเขียว

G-BEAT ต้องการสร้างเอนเนอร์จี ดริ๊งก์เพื่อ ‘ผู้บริโภคแห่งอนาคต’ ซึ่งกลุ่มคนที่หลงไหลในอีสปอร์ตและกลุ่มคนที่มีการเล่นเกมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

 

โดยมองว่า เป็นกลุ่มที่มีโอกาสบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังค่อนข้างมาก ตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ โดยปัจจุบันในไทยมีผู้เล่นเกมเป็นประจำ (Active Gamer) ถึง 28 ล้านคน ถือเป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้มากกว่า 27,000 ล้านบาท

 

 

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ ‘Predator Shot’ ของค่าย Acer ที่ขยายไลน์ข้าม Core Business คือสินค้าโน้ตบุ๊ก มาสู่สินค้าประเภทเครื่องดื่ม ซึ่งเครื่องดื่มแบรนด์น้องใหม่ทั้ง 2 ต่างก็มาในรูปแบบแพ็กเกจจิ้งแคน เช่นเดียวกับร็อคสตาร์ของเป๊ปซี่

หลังผ่านพ้นการแพร่ระบาดและกลับสู่ชีวิตปกติหลังโควิด ทำให้เครื่องดื่มชูกำลังที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกกลับมาขายดีอีกครั้ง

 

โดย Red Bull GmbH มีรายรับสูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่แล้ว ขายได้มากกว่า 1.1 หมื่นล้านกระป๋อง ถือเป็นเครื่องยืนยันได้ดีถึงสินค้าในกลุ่มนี้ที่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกในฐานะเครื่องดื่มให้พลังงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

เชื่อว่า เทรนด์ของตลาดเครื่องดื่มให้กำลังงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในบ้านเรา น่าจะมีออกมาใกล้เคียงกัน โดยพร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นอีก 1 สีสันให้กับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีมูลค่าแตะ 2 หมื่นล้านอย่างแน่นอน.....

 


บทความจากนิตยสาร MarketPlus Magazine Issue 156 May 2023

[อ่าน 1,780]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ซัมซุง" เปิดยุคใหม่ของ AI Living ในปี 2026 เชื่อมบ้าน ความบันเทิง และธุรกิจให้เป็นหนึ่งเดียว
"GUNKUL" เปิดกลยุทธ์ ปี 2569 ขยายศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสีเขียว AI ครบวงจร
"Barter Connect" เผยทิศทางปี 2026 ก้าวสู่ Digital Transformation พร้อมเปิดตัวกรรมการผู้จัดการคนใหม่
อีซี่ เน็ต (ไทยแลนด์) ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2026 บุกตลาด SME ชูโซลูชัน WiFi อัจฉริยะ ลดต้นทุน-เพิ่มความปลอดภัย
‘เอกา โกลบอล’ เตรียมทุ่มงบ 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิต ตั้งศูนย์ R&D สู่องค์กรแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน
จาก Enterprise Transformation สู่ Best Employer Brand "โอสถสภา" ขับเคลื่อนพลังคนทำงานผ่านวัฒนธรรม ACT
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved