กรีนสมาร์ทซิตี้ จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
17 Oct 2023

ปิดฉากไปแล้วสำหรับงาน Sustainability Expo 2023 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เรียกได้ว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความตื่นรู้ เข้าใจ และเริ่มลงมือเปลี่ยนเพื่อสร้างความยั่งยืนมากขึ้น

โดยปีนี้ “วัน แบงค็อก” โครงการอสังหาริมทรัพย์ต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ ที่ครบครันใจกลางกรุงเทพฯ พัฒนาโดย เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด The Heart of Bangkok เมืองที่ยึดเอา “หัวใจ” ของผู้คนเป็นศูนย์กลาง ได้เข้าร่วมงานเพื่อจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนด้วย

ภายในงาน วัน แบงค็อก ได้รังสรรค์ One Bangkok Immersive Pavilion เพื่อนำเสนอรายละเอียดของโครงการผ่านนิทรรศการในรูปแบบ Immersive Experience แสดงภาพจำลองขององค์ประกอบและพื้นที่ต่าง ๆ ในโครงการ ตลอดจนนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนอันล้ำสมัยที่นำมาใช้กับโครงการฯ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านเนื้อหา 3 แง่มุม

ประกอบด้วย Smart Technologies, Sustainable Development และ Unparalleled Experiences in One Bangkok โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานอย่างล้นหลามตลอดทั้ง 7 วันที่จัดแสดง 

นอกจากนี้ ยังได้มีผู้นำระดับแถวหน้าจากองค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐ และเอกชน มาร่วมเปิดมุมมองด้านการพัฒนาเมืองที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “The Future of Sustainability and Smart City Living for Better Community” และ “Masterplan Design for Smart Sustainable Cities” 

โดยเวทีเสวนาในหัวข้อ “The Future of Sustainability & Smart City Living for Better Community” ได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังริมทรัพย์ระดับโลก ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และนักสิ่งแวดล้อมตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ร่วมเสนอแนวคิด ประสบการณ์ และแนวทางในการสร้างความยั่งยืนและการใช้ชีวิตในสมาร์ท ซิตี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชุมชน 

และในการเสวนาเวทีที่สอง หัวข้อ “Masterplan Design for Smart Sustainable Cities” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาฯ บริษัทออกแบบ บริษัทสถาปนิก และบริษัทก่อสร้างแถวหน้าของไทยมาร่วมกันบอกเล่าถึงการออกแบบผังเมืองของโครงการอสังหาฯ เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์เมืองที่ยั่งยืน โดยมีการยกตัวอย่างโครงการระดับโลกต่างๆ ที่มีมุมมองในการออกแบบที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

เรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า การจัดการกับปัญหา “Global Warming” หรือที่ปัจจุบันน่าจะเรียกได้ว่าเป็น “Global Burning” เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคน ทุกองค์กรต้องร่วมกันลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงทางด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และทาง UNDP ก็ได้มีการดำเนินงานร่วมกับทั้งทางภาค รัฐ และ ภาคเอกชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 

ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การสร้างเมืองที่น่าอยู่อาศัยและสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น อาคารที่พักอาศัย ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังจะต้องเป็นเมืองที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ชุมชน และสังคมด้วย และการจะสร้างเมืองที่น่าอยู่ให้เกิดขึ้นจริง ต้องอาศัยภาคเอกชนในการร่วมผลักดันนโยบายของภาครัฐให้เป็นจริง รวมทั้งสร้างตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้คนในสังคมได้เห็นและจับต้องได้

ด้าน ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 30 ปี กลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับการให้บริการในรูปแบบทีเรียกว่า “Real Estate as a Service” หรือการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ พร้อมทั้งให้บริการอย่างลึกซึ้งเข้าถึงผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นหัวใจของความสำเร็จของธุรกิจที่ยั่งยืน โดยบริษัทได้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาแล้วมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ และได้รวมเอาประสบการณ์จากการสร้างโครงการต่างๆ มาใช้ในการพัฒนา วัน แบงค็อก

โดยได้ทำการศึกษา ทำความเข้าใจสังคม วิถีชีวิตและความคาดหวังของชุมชนโดยรอบก่อนก่อสร้าง เพื่อให้ชุมชนโดยรอบเข้ามามีส่วนร่วมและใช้ประโยชน์จากโครงการ วัน แบงค็อก จึงออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของโครงการ รวมถึงการออกแบบให้มีสวนสาธารณะแนวยาว (Linear Park) ขนาดกว้างจากทางเท้าถึงหน้าโครงการถึง 35 – 45 เมตร อยู่ระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติให้คนทุกระดับสามารถเข้ามาร่วมใช้ได้ อาทิ พื้นที่สวนพักผ่อน พื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ มีการจัดแสดงผลงานศิลปะในที่ต่างๆ ในโครงการ

ซึ่งช่วยสร้างความผ่อนคลายและแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้เรายังวางระบบบริหารจัดการภายในโครงการที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่จะเป็นองค์กรที่ปลอดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2050

ส่วน เข็มอัปสร สิริสุขะ นักแสดงสาวที่ผันตัวมาเป็นนักสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ ใช้น้ำเท่าที่จำเป็น ใช้ขวดน้ำส่วนตัว เพื่อลดขยะจากขวดพลาสติก เป็นต้น ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่หากทุกคนเริ่มลงมือทำ ก็จะเกิดเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

ในมุมมองของสถาปนิกที่ออกแบบโครงการสำคัญๆ มาแล้วมากมายอย่าง นิธิศ สถาปิตานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด กล่าวว่า นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แต่ละรายจะมีการกำหนดมาตรฐานการทำงานของตนเองแตกต่างกันไป โดยเฉพาะการออกแบบโครงการ วัน แบงค็อก โดยตั้งเป้าเป็นโครงการแรกของประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับ Platinum ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของเกณฑ์การประเมินอาคารสีเขียวของสหรัฐอเมริกา รวมถึงมาตรฐานรับรองอาคาร WELL เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร เชื่อว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะมีศักยภาพที่จะได้รับรางวัลทางด้านการออกแบบจากหลากหลายสถาบันอย่างแน่นอน 

อีกหนึ่งมิติในการสร้างความยั่งยืน คือการออกแบบภูมิสถาปัตย์ ซึ่ง วรรณพร พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด ชี้ประเด็นว่า การออกแบบภูมิทัศน์เพื่อเติมเต็มเมือง ต้องยึดเป้าหมายว่าเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ การออกแบบทั้งภายในและภายนอกโครงการต่างๆ ต้องมีการเชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบ กับเมืองและปัญหาของเมือง รวมถึงกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ซึ่งโครงการ วัน แบงค็อก ตอบโจทย์ทั้งหมดนี้

เช่น การเปิดพื้นที่ว่างให้ชุมชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในโครงการได้ มีพื้นที่สีเขียวที่มากกว่ากฎหมายกำหนดเพื่อเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และกรองฝุ่น การเลือกใช้ต้นไม้ในโครงการที่ระลึกถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ในอดีต เป็นต้น

ในส่วนของกระบวนการก่อสร้าง นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า “การที่จะสร้างเมืองที่ยั่งยืน เราได้ร่วมมือกับโครงการ วัน แบงค็อก ที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยการนำเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างและวัสดุที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น การใช้ hybrid cement ที่ลดการใช้พลังงานได้ถึง 38% การนำเศษคอนกรีตที่เหลือใช้กลับมาเป็นส่วนผสมผนังอาคารลดการใช้ทรัพยากร

การนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้โดยนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า “CPAC EV Mixer Truck” มาใช้เป็นที่แรกในประเทศไทย สำหรับขนส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (Green Fleet) เพื่อมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่ความยั่งยืน”

วรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวเสริมว่า การพัฒนาเมือง (Urbanization) กับเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เป็นการสร้างชุมชนเมืองที่ยั่งยืน

“โครงการ วัน แบงค็อก เรามีการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาด้านต่างๆ ในโครงการ ทำให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้รับเหมา และ พาร์ทเนอร์ทุกรายต้องเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงการก่อสร้าง

นอกจากนี้เรายังมีการนำของเสียที่เกิดจากไซต์งานก่อสร้างและนำกลับมาใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเราได้ทำงานประสานกับทุกส่วนตั้งแต่แรกเริ่มต้นวางแผน ทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ ผู้ก่อสร้าง สถาปนิก และ ภูมิสถาปนิก สิ่งที่ได้จึงเป็นรูปแบบที่มีความสมดุล ความลงตัว ตอบโจทย์สังคมซึ่งเป็นสาระสำคัญของการพัฒนาอสังหาฯ ที่ยั่งยืนและมั่นคงต่อไปในอนาคต”

การเสวนาทั้งสองเวที สะท้อนความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดย วัน แบงค็อก ถือเป็นตัวอย่างของกรีนสมาร์ทซิตี้ที่ครบครัน คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติตั้งแต่เริ่มร่างแนวคิดของโครงการ ตลอดจนการบริหารจัดการโครงการให้เกิดความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

[อ่าน 1,299]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Nothing เปิดราคาไทย! Phone (4a) Series และ Headphone (a) สมาร์ตโฟนที่คาแรกเตอร์จัดจ้านที่สุดแห่งยุค
"ไซโบสุ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น" ปักหมุดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชูเป็นศูนย์กลางการลงทุน เติบโตระดับโลกในปี 69
"กรุงศรี" มุ่งเสริมความแข็งแกร่ง SME ไทย เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ 3GO หนุนธุรกิจสู้เศรษฐกิจผันผวน
"แกร็บ" กางโรดแมปปี 69 ชูแนวคิด “Winning with Purpose Together” เร่งส่งนวัตกรรม-เจาะเซกเมนต์ใหม่ มุ่งรักษาสมดุลอีโคซิสเต็ม
กรุงศรี ออโต้ ส่งโปรรับ Motor Show 2026 ชูนวัตกรรม “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท” อนุมัติวงเงินไวใน 30 นาที
เซ็นทรัลเวิลด์ เตรียมจัด Thailand Toy Expo 2026 งานของเล่นใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปักหมุดไทย “Land of ART TOY”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved