Alipay+ เปิดแคมเปญท่องเที่ยวทั่วโลกปี 2567 ด้วยเทศกาลตรุษจีน
02 Feb 2024

ขณะที่ประเทศไทย สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ เปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่า Alipay+ แพลตฟอร์มการตลาดและการชำระเงินระหว่างประเทศผ่านมือถือที่ดำเนินการโดย Ant International ได้ยกระดับการเดินทางทั่วโลกสำหรับพันธมิตรด้านธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกภายหลังการแพร่ระบาด

 

ปัจจุบัน Alipay+ ให้บริการใน 57 ประเทศ โดยเชื่อมโยงผู้ค้ากว่า 88 ล้านรายทั่วโลกเข้ากับบัญชีผู้ใช้ 1.5 พันล้านบัญชีผ่านอีวอลเล็ทและแอปชำระเงินชั้นนำกว่า 25 รายการ  นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศสามารถชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ด้วยแอปชำระเงินที่มีอยู่แล้วในประเทศตนเองได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยทั่วโลก  ขณะเดียวกัน ร้านค้าต่างๆ ยังสามารถใช้เครื่องมือด้านการตลาดดิจิทัลและการขยายธุรกิจของ Alipay+ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เดือนมกราคม 2567 วอลเล็ทที่เป็นพันธมิตรของ Alipay+ และแอปธนาคารรวมถึง True Money (ไทย), Alipay (จีนแผ่นดินใหญ่), AlipayHK (เขตบริหารพิเศษฮ่องกง, จีน), GCash (ฟิลิปปินส์), Touch 'n Go eWallet (มาเลเซีย), OCBC Digital (สิงคโปร์) และอื่นๆ

 

ดักลาส แอล. ฟีจิน ประธานบริหาร Alipay+ กล่าวว่า

“ปี 2567 จะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับ Alipay+ ในการปลดล็อกนวัตกรรมดิจิทัลมากมายสำหรับการค้าระหว่างประเทศทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ขณะที่การท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง เทศกาลตรุษจีนจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการมีพันธมิตรใหม่ๆ ริเริ่มแคมเปญต่างๆ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ราบรื่นและน่าประทับใจ พร้อมทั้งเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย”

 

 

แคมเปญสุดพิเศษเพื่อกระตุ้นการเติบโตของร้านค้า และให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า

วันหยุดตรุษจีนปี 2567 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยยอดจองตั๋วโดยสารสำหรับการเดินทางออกนอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2566  จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ ประเทศที่มีนโยบายปลอดวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน เช่น ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย รวมถึงจุดหมายยอดนิยมอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้  นอกจากนี้ คาดว่ายอดใช้จ่ายในต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้วยเช่นกัน เช่น ในสิงคโปร์ มียอดจองตั๋วโดยสารและที่พักเพิ่มขึ้น 7 เท่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนในปี 2566

ในมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเกือบ 1 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นมูลค่าสูงถึง 28,400 ล้านบาท (ประมาณ 800 ล้านดอลาร์สหรัฐฯ) โดยคาดว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

 

เพื่อให้แอป Alipay เป็นเพื่อนคู่หูในการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางทั่วโลก Alipay ได้ลงทุนในการสร้างความเป็นผู้นำตลาดด้วยกลยุทธ์ 3 R ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ (Exchange Rate) ที่โปร่งใสและแข่งขันได้ แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตโรมมิ่ง (Roaming) ฟรีหรือมีส่วนลดพิเศษ และการเพิ่มความสะดวกสบายในการเรียกรถโดยสาร (Ride-hailing) ผ่านแอปในประเทศต่างๆ มากขึ้น ผู้ค้าทั่วโลกเตรียมนำเสนอแพ็คเกจพิเศษที่หลากหลายสำหรับโอกาสนี้โดยเฉพาะ เช่น:

  • ชุดบัตรกำนัลพิเศษพร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 90 เปอร์เซ็นต์สำหรับใช้กับร้านค้า Alipay+ ทุกแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ดีลพิเศษสำหรับร้านค้าริมทางกว่า 500 ร้าน รอบๆ ภูเขาไฟฟูจิในเมืองฟูจิโยชิดะและทะเลสาบคาวากุจิของญี่ปุ่น
  • ร้านค้าทุกแห่งภายใต้โครงการ ZeroPay ทั่วเกาหลีใต้ และร้านค้าในย่านช้อปปิ้งยอดนิยมอย่างเมียงดง
  • แบรนด์หรูทั่วยุโรป เช่น Cartier, Valentino, Harrods, Selfridges, Duomo di Milano, La Rinascente และ El Corte Ingles

 

ร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะดำเนินการจับฉลากตั๋วเข้าชมฟุตบอลยูฟ่าตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยผู้ใช้ Alipay+ ที่มียอดใช้จ่ายเกินกว่า 250 AED จะมีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วยูฟ่าหนึ่งชุด พร้อมตั๋วเครื่องบินและที่พัก

 

การขยายอีโคซิสเต็มของผู้ค้าระหว่างประเทศ

ในปี 2567 จะมีการขยายจำนวนผู้ค้า Alipay+ ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2566

ในปี 2566 Alipay+ ได้กลายเป็นพันธมิตรด้านโซลูชั่นดิจิทัลระหว่างประเทศเพียงรายเดียวใน National QR ชั้นนำในภูมิภาคนี้ ซึ่งได้แก่ SGQR (สิงคโปร์), DuitNow (มาเลเซีย) และ ZeroPay (เกาหลีใต้) ส่งผลให้ผู้ใช้บริการระบบชำระเงินที่เป็นพันธมิตรของ Alipay+ สามารถชำระเงินโดยใช้อีวอลเล็ทจากประเทศของตนเองกับร้านค้าทั้งเล็กและใหญ่ในประเทศเหล่านี้ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางและชำระเงินเสมือนเป็นคนท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น

ในสิงคโปร์ มีการเปิดรับชำระเงินผ่าน SQGR ในทุกที่ทั่วทั้งเกาะ รวมถึงศูนย์อาหารทุกแห่ง  ขณะที่ DuitNow QR ของมาเลเซียได้รับการยอมรับจากผู้ค้า 1.8 ล้านราย และ ZeroPay ของเกาหลีใต้ครอบคลุมผู้ค้า 1.7 ล้านราย  ทั้งนี้ ในมาเลเซีย พันธมิตรด้านระบบชำระเงินของ Alipay+ จำนวน 8 ราย เพิ่งเปิดให้บริการบนแพลตฟอร์ม DuitNow QR ในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2566

 

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ:

  • ประเทศไทย: ร้านค้าที่เป็นพันธมิตรกับ Alipay+ มากกว่า 100,000 แห่ง รวมถึงแบรนด์สากลระดับพรีเมียม เช่น คิงเพาเวอร์, จิม ทอมสัน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่น เซ็นทรัล โรบินสัน สยามพารากอน และเอ็มควอเทียร์  ล่าสุดมีการขยายความร่วมมือกับเซเว่น-อีเลฟเว่น แมคโดนัลด์ และบิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นในทุกวัน ขณะที่สามารถเดินทางไปตามที่สถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้เหมือนอยู่ในประเทศตนเอง
  • สิงคโปร์: จำนวนร้านค้าที่เป็นพันธมิตรกับ Alipay+ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น Resorts World Sentosa (RWS), Mount Faber Peak และ Jumbo Seafood  ทั้งนี้ RWS ได้นำเสนอแคมเปญเทศกาลสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่าน Alipay ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษในแอปดังกล่าว
  • ญี่ปุ่น: Alipay+ ได้รับการยอมรับจากผู้ค้ามากกว่า 1.5 ล้านราย  ทั้งนี้ Naver Pay และ Toss Pay ของเกาหลีใต้, OCBC Digital และ Changi Pay ของสิงคโปร์, MyPB by Public Bank ของมาเลเซีย, Tinaba ของอิตาลี, Hipay ของมองโกเลีย และ MPay ของมาเก๊า เป็นช่องทางชำระเงินดิจิทัลล่าสุดที่สามารถใช้ชำระเงินที่ร้านค้าในเครือ PayPay ทั่วประเทศ ส่งผลให้อี-วอลเล็ทและแอปธนาคารที่เป็นพันธมิตรของ Alipay+ ที่สามารถใช้กับผู้ค้ารายย่อยในญี่ปุ่นมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 16 ราย
  • ยุโรป: Alipay+ ร่วมมือกับ IVS เพื่อรองรับการใช้งาน Alipay+ บนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในประเทศต่างๆ เช่น อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส โดยมีการเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ใช้ที่ชำระเงินด้วย Alipay+ จนถึงเดือนมีนาคม 2567
  • อิตาลี: การบริการที่ครอบคลุมของ Alipay+ กับ URI Taxi ซึ่งเป็นสมาคมสหกรณ์รถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันครอบคลุมรถแท็กซี่กว่า 10,000 คันใน 12 ภูมิภาคของอิตาลี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ เช่น มิลาน โรม และฟลอเรนซ์
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: Alipay+ ได้ประกาศความร่วมมือใหม่กับอุตสาหกรรมสำคัญๆ และหน่วยงานภาครัฐในดูไบและอาบูดาบี  โดยในดูไบ มีผู้ค้ากว่า 100,000 รายเปิดรับชำระเงินผ่าน Alipay+ ขณะที่แท็กซี่กว่า 17,000 คันทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รองรับอีวอลเล็ทที่เป็นพันธมิตรของ Alipay+ และแอปธนาคาร นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์จากการขอคืนภาษีแบบเรียลไทม์เมื่อซื้อสินค้าโดยใช้อีวอลเล็ทจากประเทศของตนผ่าน Alipay+ ที่สนามบินดูไบ อาบูดาบี และชาร์จาห์

 

ฟีจิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างความเจริญรุ่งเรืองระดับประเทศและระดับภูมิภาคในเอเชียและที่อื่นๆ  Alipay+ จะยังคงขยายความร่วมมือและพัฒนาต่อยอดชุดเครื่องมือดิจิทัลของเรา โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเจริญให้กับชุมชนต่างๆ โดยอาศัยการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศ"

[อ่าน 1,020]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"อินโดรามา เวนเจอร์ส" เปิดแผน 3 ปี มุ่งดำเนินงานอย่างมีวินัย และความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ
AIS ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยพลัง AI และ Omni-Channel สู่อนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน
เซ็นทรัลพัฒนา ปลุก "Summer Fest 2026" สุดยิ่งใหญ่ อัด 1,000 อีเวนต์ ปั้น Soft Power ไทย
TOA โชว์แกร่งสี ‘SuperShield’ ทนทาน 40 ปี ดึงครอบครัว "ตูน บอดี้สแลม" การันตีคุณภาพ
TEMA ผนึกกูรูระดับประเทศ ชูโมเดล ‘Business Clinic’ ตั้งเป้าปั้น SME ไทย 10,000 รายต่อปี
LPP ดันรีไซเคิลปี 68 ทะลุ 2.2 ล้านกก. ลดก๊าซเรือนกระจก 4.5 ล้านกก. มุ่ง “Zero Waste Community”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved