พันธวณิช ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี ปักธงผู้นำธุรกิจอีโพรเคียวเมนท์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
24 Apr 2024

 

พันธวณิช ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี ปักธงผู้นำธุรกิจอีโพรเคียวเมนท์ เป็นบริษัทฯไทยรายเดียวที่พร้อมแข่งขันในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ด้วยการขยายตลาดพร้อมตั้งสำนักงานสาขา ทุ่มงบ100 ล้าน วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีจับตลาดทุกเซ็กเม้นท์พร้อมเจาะตลาดลูกค้าขนาดกลางด้วยบริการครบวงจร

เตรียมเปิดตัวบริการใหม่ “Supplier 360” ด้วยการทำ Supplier Due Diligence  คัดเลือก กลั่นกรองซัพพลายเออร์คุณภาพเข้าระบบพร้อมรับมือกฎระเบียบใหม่สากลที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสันติภาพ การก่อการร้าย สิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม มั่นใจสร้างการเติบโตลูกค้าใหม่ 20% และผลักดันรายได้ปี 2567 เติบโต 30%

 

วิชิต ศรีกรีพุทธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันธวณิช จำกัด ผู้นำการให้บริการระบบจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ eProcurement Platform และ B2B Marketplace ชั้นนำในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานในปี 2567 ว่า 

บริษัทฯ มีความพร้อมในการรุกธุรกิจด้วยการให้บริการแบบ  360° เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลที่ความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคมีความหลากหลายซับซ้อน ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการดำเนินการระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่รวดเร็ว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนที่การทำงานแบบเดิม

 

 

ทั้งนี้ พันธวณิช มีเป้าหมายในการส่งมอบคุณค่าและสร้างมูลค่าใน 3 ด้าน คือ

1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะด้านการปรับปรุงกระบวนการให้เป็น automated process ให้ผู้ซื้อกับผู้ขาย มีการทำงานร่วมกัน ที่เป็นอัตโนมัติผ่านระบบมากขึ้น

2. การลดต้นทุน และสร้างส่วนประหยัดแบบครบวงจร หรือการทำ cost saving ทั้งในทางตรงและทางอ้อมที่เพิ่มผลกำไรให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

3. การสร้าง Data Visibility ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงข้อมูลซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่มีการทำงานร่วมกับ AI อย่างชาญฉลาด รวดเร็ว เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อ โดยตลอดการให้บริการระบบจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ eProcurement Platform

 

วิชิต กล่าวต่อไปว่า “ประเทศไทยมีมูลค่าการซื้อขายผ่าน อีโพรเคียวเมนท์ราว 5 แสนล้านบาทต่อปี เราจึงต้องมีระบบการทำงานที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อและผู้ขาย โดยปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายผ่านระบบพันธวณิชกว่า 2 แสนล้านบาท ด้วยจำนวนใบ PO กว่า 3 ล้านใบต่อปีที่เกิดจากบริษัทชั้นนำฝั่งผู้ซื้อกว่า 300 ราย

แพลตฟอร์มของเรายังครอบคลุมตลาดซื้อขายออนไลน์แบบ B2B ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ช่วยให้องค์กรชั้นนำทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจากกว่า 12 ประเทศได้เจอกัน โดยผู้ซื้อสามารถสรรหาสินค้าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วจากผู้ขายกว่า 30,000 ราย ครอบคลุมสินค้าและบริการกว่า 31 หมวดหมู่ ด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ตั้งแต่กระบวนการขอซื้อ สรรหาผู้ขาย จนถึงการจ่ายเงิน และการขอสนับสนุนทางการเงิน

 

เรายังมีบริการที่ปรึกษาการใช้ข้อมูลทางดิจิทัล เพื่อการลดต้นทุนโดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ที่ส่วนกลาง รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ง่าย ทำให้การสั่งซื้อครั้งต่อไปสะดวกมากยิ่งขึ้น  และยังมีระบบการประมูลออนไลน์ ที่ช่วยให้องค์กรเปิดการแข่งขันประมูลได้อย่างรวดเร็วช่วยประหยัดต้นทุนได้ถึง 45%  ซึ่งบริการทั้งหมดสามารถการันตีคุณภาพด้วยรางวัล Best eProcurement Solutions Provider – Thailand 2023 และ Most Innovative Cost-Saving Strategy Development Product – Thailand 2023 ที่มอบให้โดย The Global Economics สื่อธุรกิจชั้นนำจากประเทศอังกฤษ

 

วิชิต กล่าวถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้าว่า พันธวณิชมีแผนขยายตลาดอีโพรเคียวเมนท์สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโมเดลธุรกิจที่จะเข้าไปตั้งสำนักงานและให้บริการแก่บริษัทในแต่ละประเทศ

โดยปีนี้มีแผนลงทุนวิจัยและพัฒนาด้วยงบประมาณเกือบ 100 ล้านบาท สำหรับซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และยังคงมุ่งเจาะฐานกลุ่มลูกค้าเดิมจากกลุ่มโทรคมนาคม ค้าปลีก การเงินการธนาคาร กว่า 200 ราย พร้อมขยายไปสู่กลุ่มใหม่ๆ อย่างธุรกิจประกันภัย อุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์  และธุรกิจขนาดกลางที่มีพนักงานประมาณ 100-200 คน ที่ต้นทุนมีผลต่อการทำกำไร รวมทั้งรายที่ต้องการขยายสาขาไปต่างประเทศ

 

 

“ตลอด 22 ปีของการให้บริการระบบจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ eProcurement Platform  ของพันธวณิชพบว่า การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เต็มรูปแบบสามารถลดต้นทุนและเวลาการทำงาน  โดยปีแรกสามารถลดต้นทุนทั้งค่าแรง และกระดาษได้ 10-15% ลดเวลาการทำงานเกิน 50% ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่การจัดซื้อ และเมื่อถึงปีที่ 2 จะลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่า 20%  อีกทั้งสามารถนำข้อมูลที่เก็บไว้ไปต่อยอดโดยการผสานเทคโนโลยีบิ๊กดาต้า” วิชิตกล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า   

 

ในเดือนนี้ พันธวณิชยังเปิดตัวธุรกิจใหม่ คือการทำ Supplier Due Diligence  หรือ บริการ “Supplier 360” ซึ่งเป็นบริการตรวจสอบสถานะของซัพพลายเออร์  เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ภาคธุรกิจในการก้าวสู่ความยั่งยืน และให้แน่ใจว่ามีการดำเนินธุรกิจตรงตามมาตรฐานที่กำหนดทั้งในด้านการปฏิบัติงาน ความน่าเชื่อถือ และหลักจริยธรรม เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถลดความเสี่ยงและปรับตัวสู่ระดับสากลจากกฎระเบียบใหม่ทั่วโลกที่มีผลบังคับใช้  ซึ่งกำหนดหน้าที่ให้ภาคเอกชนต้องตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของตนเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในด้านการละเมิดสันติภาพ การก่อการร้าย รวมทั้งสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งการดำเนินงานของตนเอง บริษัทย่อย รวมทั้งพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งมีการกำหนดบทลงโทษด้านต่างๆ โดยเฉพาะการลงโทษทางการเงินที่เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นทั้งจากบริษัทและบริษัทย่อย คู่ค้าทางธุรกิจโดยตรงหรือโดยอ้อม ก็จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน

 

“บริการ Supplier 360 จะช่วยการลดความเสี่ยงด้านต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหากมีการตรวจสอบย้อนหลังและมีความผิดพลาดอาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงของผู้ซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงด้านการเงินของซัพพลายเออร์ รวมทั้งด้านการดำเนินงาน และชื่อเสียง

โดยมีการตรวจสอบให้แน่ใจว่าซัพพลายเออร์แต่ละรายปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อบังคับเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาทางกฎหมายและบทลงโทษ  การตรวจสอบด้านการประกันคุณภาพ การรักษาความสม่ำเสมอคุณภาพสินค้า/บริการโดยการเป็นพันธมิตรกับซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้และมีความสามารถ รวมทั้ง การสนับสนุนด้านจริยธรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

โดยบริษัทตั้งเป้าลูกค้าฝั่งซัพพลายเออร์สำหรับธุรกิจ  Supplier Due Diligence ในปีแรกจำนวนประมาณ 20,000 บริษัท และคาดว่า จะมีการเติบโตของรายได้รวมไม่น้อยกว่า 30% มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 20%ในปีนี้” วิชิตกล่าวในที่สุด

[อ่าน 1,362]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
BCC จับมือ GMMTV เปิดโครงการ E3 ปั้นทักษะนักเรียน ม.ปลาย สู่อุตสาหกรรมบันเทิง
ไอคอนสยามเปิด “ICONSIAM DREAMLAND” ขนทัพคาแรกเตอร์–รันเวย์คิดส์ 6–8 พ.ย. นี้
"โก โฮลเซลล์" จับมือ "พม." เปิด "ตลาดนัดชุมชน สร้างอาชีพและรายได้ ผู้สูงอายุ"  จ.อุดรธานี
"สยามคูโบต้า" เนรมิต "คูโบต้า พาวิลเลียน" แลนด์มาร์กเกษตรแห่งอนาคต ใจกลางมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี
"เอสซีจี" ชูวิสัยทัศน์ยกระดับการแข่งขันอุตสาหกรรมอาเซียน บนเวที Fortune Southeast Asia 500 Summit 2026
“นายกรัฐมนตรี” เปิดมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569 คาดกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved