หลังคา ฝาฝ้า ฉนวน และวัสดุก่อสร้าง เอสซีจี ต่อยอดตลาดสินค้าและนวัตกรรมกรีนเพื่อที่อยู่อาศัย
30 Apr 2024

เอสซีจี ผู้นำด้านหลังคา ฝาฝ้า ฉนวน และวัสดุก่อสร้าง ภายใต้แบรนด์ เอสซีจี, สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี และ DECAAR by SCG ต่อยอดการพัฒนาตามแนวทาง เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคใช้ชีวิตได้สะดวก คุ้มค่า ปลอดภัยและรักษ์โลก พร้อมเร่งเดินหน้าร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพ และ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

 

 

 

อัญชลี ชวนะลิขิกร Head of Housing Product Solution Business ในธุรกิจ เอสซีจีสมาร์ทลีฟวิง กล่าวว่า

“เอสซีจีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเร่งเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการปรับกลยุทธ์และพัฒนากระบวนการผลิต รวมทั้งการจัดการเพื่อลดคาร์บอนในกลุ่มสินค้าเพื่อที่อยู่อาศัย “เลือกให้ดีต่อโลก เลือกให้ดีต่อเรา ด้วยแนวทาง Greenomy Innovation”

โดยที่ผ่านมา เอสซีจีได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาพของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเร่งพัฒนาสินค้าและบริการ ที่ช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพต่อผู้ใช้งาน ผู้อยู่อาศัย ตลอดจนผู้ติดตั้งสินค้า ก่อนที่กฎหมายกำหนดบังคับใช้ อาทิ

การใช้วัสดุศาสตร์ทดแทนการใช้แร่ใยหินในสินค้าทั้งหมด ทั้งในกลุ่มสินค้าหลังคา สมาร์ทบอร์ด ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ โดยที่ยังคงคุณภาพ และราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ เป็นต้น โดยเอสซีจียกเลิกการใช้แร่ใยหินในสินค้าทุกชนิดตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ การขยายตลาดสินค้ากลุ่มเพื่ออยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญลักษณ์ SCG Green Choice ที่มุ่งพัฒนาสินค้าและบริการ โดยปัจจุบันสินค้า Green Choice ของเอสซีจีมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตั้งสินค้า ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม”

 

 

อนุสรณ์ พจนบรรพต Chief Operation Officer ในธุรกิจ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง กล่าวว่า

 “เอสซีจีได้พัฒนาและเริ่มใช้งานสีเคลือบชนิดพิเศษที่ลดส่วนประกอบของวัสดุที่มีเบสเป็นเรซิ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยลด VOCs ที่เป็นสารอันตรายแล้วยังช่วยลดวัสดุตกค้างในสิ่งแวดล้อมอย่างไมโครพลาสติก ที่อาจส่งผลกระทบกลับมาที่ห่วงโซ่อาหาร และมีผลต่อผู้บริโภค

โดยปัจจุบันมีการใช้สีพิเศษเพื่อลดการปล่อย ไมโครพลาสติกในกลุ่มสินค้าหลังคาลอนคู่ เอสซีจี ทุกชนิด พร้อมตั้งเป้าขยายผลในกลุ่มไม้สังเคราะห์ เอสซีจี ภายในปี 2567

สำหรับเป้าหมายการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการลดการปล่อยคาร์บอน จากการดำเนินการผลิตหลังคา ฝาฝ้า ฉนวน และวัสดุก่อสร้าง เอสซีจี  ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟ และโซลาร์ฟาร์ม เพื่อใช้ในโรงงานที่มีกว่า 22 แห่ง อีกทั้งยังได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการใช้งบลงทุนช่วง 5 ปีนี้ กว่า 1,200 ล้านบาท

รวมทั้งการเปลี่ยนวัตถุดิบซีเมนต์ที่เป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตสินค้าให้เป็นปูนโครงสร้างคาร์บอนต่ำ หรือปูนไฮบริด เอสซีจี ทั้งหมด ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2567

              

 

โดยในปัจจุบันหลังคาคอนกรีต เอสซีจี สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 140 Kg.CO2 หรือ14% เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ จำนวน 15 ต้น ต่อการสร้างบ้านหนึ่งหลังที่ใช้หลังคาคอนกรีต เอสซีจี 120 ตารางเมตร และในอีก 5 ปี ข้างหน้า เอสซีจีเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน เพิ่มขึ้นเป็น 254 Kg.CO2 หรือ 26% เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ จำนวน 27 ต้น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีการผลิตหลังคาคอนกรีตในยุคแรก

 

นอกจากนี้ ยังพัฒนาครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนลูกค้า โครงการ ช่าง ที่ลดคาร์บอนจากกระบวนการติดตั้งสินค้า ไปจนถึงกระบวนการหน้างานก่อสร้าง และการจัดการก่อสร้าง อาทิ พัฒนาโครงหลังคาสำเร็จรูป เอสซีจี ที่ช่วยลดเศษวัสดุที่เกินความจำเป็น

รวมถึงขยายการให้บริการมุงหลังคาครบวงจรที่มีการถอดแบบประมาณการพร้อมติดตั้งจากเอสซีจี ไม่เหลือวัสดุส่วนเกินที่หน้างาน และบริการ Top Up Roof ที่ช่วยในการปรับปรุงหลังคาบ้านเก่าที่รั่วซึมโดยไม่ต้องรื้อเปลี่ยนทั้งหลังคาแต่สามารถติดตั้งแผ่นหลังคาซ้อนทับ ลดเวลา แรงงาน และวัสดุที่ใช้

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น เอสซีจี ไม่เพียงมุ่งลดการปล่อยคาร์บอนจากตัววัสดุ แต่ยังมองไปถึงวัสดุที่ช่วยดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศได้อีก (Carbon Negative Product) รวมไปถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมและการตลาดของหลังคา ฝาฝ้า ฉนวนและวัสดุก่อสร้าง เอสซีจี ด้วยนิยาม“Greenomy Innovation”

โดยเริ่มจาก Green ผนวกเข้ากับ Economy ที่นอกจากการพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังผลักดันนวัตกรรมกรีนให้สามารถใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้มากขึ้น เข้าถึงง่ายและกว้างขึ้น และยังสร้างประโยชน์โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะในตลาดพรีเมียมเท่านั้น” อัญชลี ชวนะลิขิกร กล่าวทิ้งท้าย

 

 

พบกับนวัตกรรมสินค้าและบริการเพื่อที่อยู่อาศัยได้ที่บูธเอสซีจี โดยจัดแสดงภายใต้แนวคิด “SCG Forward into Future Living: Sustaining Space and Technology” ในงานสถาปนิก’67 

หรือสามารถสอบถามข้อมูลสินค้าได้ที่หน้าร้าน SCG HOME Experience และ SCG Contact Center 02-586-2222

[อ่าน 1,687]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
True IDC ลงทุนกว่า 6 พันล้านบาท เปิดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 ในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ รองรับ Cloud และ AI
ธ.ก.ส. ชวนชมรายการหอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร สัมผัสมนต์เสน่ห์สกลนคร ผ้าย้อมคราม มรดกภูมิปัญญาสู่ระดับอินเตอร์
‘เนสกาแฟ รัน หาดใหญ่ 2026’ สร้างประสบการณ์ “เช้าดีๆ แค่มีเนสกาแฟเรดคัพ” เพื่อชาวหาดใหญ่
SENA เดินหน้าสู่ Green Lifestyle Platform จากผู้พัฒนาอสังหาฯ สู่พาร์ทเนอร์ที่ดูแลทุกช่วงชีวิตของลูกค้า
KFC ประเทศไทย เอาใจคนคลั่งซอส เสิร์ฟ “Sassy Dip” ซอสดิปมาโยสุดนัวใหม่ล่าสุด ถึง 30 มิ.ย. เท่านั้น
“ปูนแดง แกงร้อน” บทเรียนต่อยอดธุรกิจ 400 ล้าน เมื่อความสำเร็จขับเคลื่อนด้วย “คน ระบบ และการคิดเผื่อความเสี่ยง”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved