การปรับตัวของธุรกิจค้าปลีก ในยุคที่ออนไลน์เติบโต
10 Sep 2018

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่อนข้างชะลอตัวด้วยอัตราการเติบโตเพียง 2-3% แม้ปัจจุบัน การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจะมีสภาพคล่องขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2561 เติบโตอยู่ที่ 2.8% แต่ก็ถือว่ายังไม่สดใสเท่าที่ควร ซึ่งหากมีการผลักดันจากโครงการของภาครัฐเพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะทำให้ตลาดดีขึ้นได้อีก 3-5% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันแม้ช่องทางออนไลน์ จะยังคงมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับออฟไลน์อย่างค้าปลีก แต่กลับกลายเป็นว่า ออนไลน์มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า 30% ในขณะที่ค้าปลีก เติบโตเพียง 3-4% เท่านั้น การเติบโตของช่องทางออนไลน์ดังกล่าว ดร.ฉัตรชัย ดวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผยว่า มีผลจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน อาทิ การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของเทคโนโลยีซึ่งมีความสมบูรณ์มากกว่าสมัยก่อน รวมไปถึงระบบขนส่งโลจิสติกส์ที่ราคาไม่แพง มีบริการอย่างทั่วถึง และปัจจุบันยังมีผู้เล่นรายใหญ่ๆ ที่เข้ามาผลักดันให้ตลาดออนไลน์ขยายตัวมากยิ่งขึ้น เช่น Alibaba และ Amazon นอกจากนี้ ยังมีการทุ่มงบการตลาดสูงทำให้ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ธุรกิจค้าปลีกเอง กลับยังคง Play Safe หรือดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง รวมไปถึงกำลังซื้อของภาคเอกชนที่ค่อนข้างมีปัญหา และผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในช่องทางออนไลน์ ทำให้การเติบโตไม่มากเท่าที่ควร

 

 

การปรับตัวของค้าปลีก ในยุค 4.0

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตในสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงเช่นปัจจุบัน โดย 3 ข้อหลัก ที่ธุรกิจค้าปลีกจะต้องให้ความสำคัญ ได้แก่

Technology การนำเทคโนโลยีมาใช้ และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ

Service การให้บริการที่ดี ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของค้าปลีกที่ออนไลน์ยังทำได้ยาก

Activity จัดกิจกรรมให้ลูกค้า เช่น กิจกรรมเวิร์คช้อป

 

ไม่ใช่แค่ Offline ที่ปรับตัว

นอกจาก 3 ข้อที่กล่าวมาแล้ว การเดินหน้าสู่ช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต โดยธุรกิจค้าปลีกต้องทำตัวให้เป็น Multi Channel คือ มีทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ เกิดการเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์สู่ ‘Omni Channel’ หรือ ‘O2O’ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียง Offline To Online เท่านั้น ยังหมายถึง Online To Offline อีกด้วย จะเห็นได้ว่า ไม่เพียงแค่ธุรกิจค้าปลีกที่กำลังปรับตัว แต่ธุรกิจออนไลน์เจ้าใหญ่ๆ อย่าง Amazon ก็มีการเปิดหน้าร้านขายหนังสือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า นอกจากนี้ Alibaba ยังเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน    

 

 

ทำธุรกิจต้องรู้เยอะและคิดเป็น

นอกจากการเปิดรับเทคโนโลยีและรูปแบบการขายใหม่ๆ ที่กำลังเปลี่ยนไป ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกฝ่ายกิจกรรมและประชาสัมพันธ์สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ยังเผยถึง 3 หัวใจหลัก ในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้     

1. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ในการทำธุรกิจแน่นอนว่า หากเรามองการณ์ไกลได้มากกว่าคนอื่น ถือว่าเราได้เดินนำหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง และการที่เราวางแผนในระยะยาว จะทำให้เรามีแนวทางที่จะเดินไปสู่เป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น แต่อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังเสมอไป ดังนั้น ควรรู้จักเผื่อใจสำหรับปัญหาต่างๆ ที่จะเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน

2. รู้เยอะ การทำธุรกิจต้องรู้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ ระบบการขนส่งโลจิสติกส์ การบริหารคน ฯลฯ

3. มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความแตกต่างจะทำให้เราโดดเด่นมากกว่าคู่แข่ง

 

มี Big Data ไว้ ไม่ผิดหวัง...จริงหรือ?

ปัจจุบัน Big Data ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้บรรดาธุรกิจต่างๆ ได้เข้าใจและเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบสมาชิก ที่ทำให้รู้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการบริหารจัดการ และพัฒนาบริการให้ตรงใจ

แต่อย่างไรก็ตามแม้ Big Data จะดูมีประโยชน์ในการทำธุรกิจ แต่ก็มีหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องพึ่ง Big Data โดยเฉพาะธุรกิจ SME ซึ่งการได้ข้อมูลมาอาจจะยากและอาจต้องเสียเงินซื้อข้อมูลมาใช้ นอกจากนี้ การมี Big Data ในมือ ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน เพราะหากนำมาใช้ไม่เป็น สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เกิดประโยชน์

ดังนั้น Big Data จึงไม่ใช่ตัวชี้เป็นชี้ตาย ในการทำธุรกิจ หากแต่คือการปรับตัวให้ทันยุคทันสมัย คิดให้ได้ ทำให้เป็น และสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มีให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งสติก่อนช็อปออนไลน์จ่ายเงินแล้วต้องคุ้มค่า
เมื่อการชำระเงินง่ายขึ้น การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวก็พุ่งตาม
Booking.com เผยกรุงเทพฯ และโตเกียว ติดอันดับยอดจองสูงสุดในไทย
ลดปริมาณขยะ ทำเถอะมันเท่มาก
ทิศทางการนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับของ UK หลัง Brexit
Booking.com เผยผลการสำรวจว่าสไตล์การแต่งกายส่งผลกับทริปท่องเที่ยวของชาวไทย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved