กระทรวงดีอี – ดีป้า ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตรวจติดตามกิจกรรมของโครงการสำคัญ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล
25 Jul 2024

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมคณะผู้บริหาร ดีป้า ลงพื้นที่ตรวจติดตามกิจกรรมภายใต้โครงการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของกระทรวง เผยเตรียมหารือแนวทางการจัดตั้งกองทุนเพื่อการส่งเสริมดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย และการจัดตั้งเขตส่งเสริมดิจิทัลในพื้นที่เป้าหมายเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดดิจิทัลสตาร์ทอัพรายใหม่ พร้อมช่วยให้สตาร์ทอัพรายเดิมดำเนินธุรกิจต่อไปได้ คาดเป็นอีกหนึ่งแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนดิจิทัลสตาร์ทอัพในแต่ละพื้นที่ของประเทศ

 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการต่างๆ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของกระทรวง หรือ The Growth Engine of Thailand ใน 3 ด้านที่ดำเนินการโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ในเขตพื้นที่ภาคใต้

โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วย ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล จุลนภ ศานติพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล และ นายประชา อัศวธีระ อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงผู้แทนพนักงาน ดีป้า ให้การต้อนรับ

 

 

โดย ประเสริฐ พร้อมคณะได้ร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่และดิจิทัลสตาร์ทอัพในกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Travel Tech & Smart City) ในกิจกรรม ‘Ignite Andaman Digital Hub’ กิจกรรมภายใต้โครงการ DIGINEXT by SEED THAILAND โครงการสำคัญที่มุ่งเพาะเมล็ดพันธุ์คนดิจิทัลรุ่นใหม่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ YOUTH, FUTURE CAREER และ DIGI-PRENEUR สู่การเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต พร้อมรับฟังแนวคิด แลกเปลี่ยนมุมมอง รับทราบปัญหา อุปสรรค และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาในภาคการท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในพื้นที่

จากนี้ กระทรวงดีอี และ ดีป้า จะร่วมหารือแนวทางการจัดตั้งกองทุนเพื่อการส่งเสริมดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย และการจัดตั้งเขตส่งเสริมดิจิทัลในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดดิจิทัลสตาร์ทอัพรายใหม่ พร้อมช่วยให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพรายเดิมสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยเบื้องต้นจะต้องมีการกำหนดแนวทางการจัดตั้งเขตส่งเสริมดิจิทัลในพื้นที่ต่างๆ ซึ่ง กระทรวงดีอี และ ดีป้า มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กองทุนเพื่อการส่งเสริมดิจิทัลจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนดิจิทัลสตาร์ทอัพแต่ละพื้นที่ของประเทศ ซึ่ง กระทรวงดีอี และ ดีป้า รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะเร่งหารือในรายละเอียดเพื่อขับเคลื่อนให้กลไกส่งเสริมดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

 

จากนั้น ประเสริฐ ได้เยี่ยมชมและให้กำลังใจน้องๆ นักเรียนและครูที่เข้าร่วมกิจกรรม ‘Coding Bootcamp & Roadshow’ และกิจกรรม ‘Coding War’ พื้นที่ภาคใต้ตอนบน กิจกรรมภายใต้โครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย ดำเนินการ 8 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่พร้อมรองรับการพัฒนาทักษะโค้ดดิ้งผ่านการยกระดับห้องเรียนโค้ดดิ้ง 1,500 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยพื้นที่ภาคใต้ตอนบนมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 49 โรงเรียน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำหลักสูตรโค้ดดิ้ง พร้อมเสริมทักษะการสอนแก่ครูที่จะเป็นโค้ดดิ้งโค้ช 3,000 คนให้มีเทคนิคพร้อมถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียน 300,000 คนต่อปี การเสริมทักษะโค้ดดิ้งเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลแก่ครูผู้สอนและนักเรียนผ่านกิจกรรม Coding Bootcamp และ Coding War และการสร้างความตระหนักด้านโค้ดดิ้งและการประยุกต์ใช้จริงแก่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปผ่านกิจกรรม Coding Roadshow รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการเรียนโค้ดดิ้งที่เผยแพร่ผ่านระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

 

 

ผศ.ดร.ณัฐพล รายงานว่า ปัจจุบันมีการส่งมอบอุปกรณ์การเรียนรู้ด้านโค้ดดิ้งแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 800 โรงเรียน และคาดว่าจะส่งมอบครบ 1,500 โรงเรียนภายในเดือนสิงหาคม พร้อมกันนี้มีครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม Coding Bootcamp มากกว่า 2,400 คน ขณะที่ Coding Roadshow มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 10,000 คน ซึ่งจังหวัดภูเก็ตนับเป็นพื้นที่ที่ 6 สำหรับการดำเนินกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในโครงการ Thailand Digital Valley อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และโรงแรม Arize Hotel Sri Racha ระหว่างวันที่ 15 - 16 สิงหาคม ขณะที่ Coding War จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม ส่วนกิจกรรมครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา

นอกจากนี้ ประเสริฐ ยังได้พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่และอินฟลูเอนเซอร์ในกิจกรรม ‘Digital Content-Driven E-Commerce Workshop: การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มยอดขายด้วยดิจิทัล คอนเทนต์’ ภายใต้โครงการ CONNEXION โครงการส่งเสริมการยกระดับองค์ความรู้และชุดทักษะใหม่ด้านดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนที่จำหน่ายสินค้าและให้บริการภายในจังหวัดและพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อสร้างยอดขายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อต่างๆ

อาทิ เทคนิคการถ่ายภาพสินค้า การสร้าง Storytelling การ Live ขายสินค้า การเปิดร้านค้าใน Social Commerce อย่าง TikTok และ Facebook รวมถึงการนำข้อมูลการค้าออนไลน์จาก e-Marketplace ชั้นนำของไทยจากแพลตฟอร์ม eTailligence มาประยุกต์ใช้วางแผนและประกอบการตัดสินใจด้านการตลาด ทั้งหมดเพื่อผลักดันสินค้าและบริการท้องถิ่นสู่โลกออนไลน์ สร้าง Digital Content Creator และ Micro Influencer หน้าใหม่ให้กับท้องถิ่น และรองรับภาคการท่องเที่ยวในอนาคต

สุดท้าย ประเสริฐ พร้อมคณะได้ร่วมพูดคุยกับพ่อค้าแม่ขาย ผู้บริหารตลาด และดิจิทัลสตาร์ทอัพ ณ ตลาดชิลล์วา 2 ในกิจกรรม ‘ตลาดต้นแบบต่อยอดสู่ความยั่งยืน’ ภายใต้โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) ซึ่งได้ดำเนินการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการตลาด ผู้ประกอบรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ดำเนินการใน 75 ตลาดทั่วประเทศ รวมกว่า 100,000 แผงค้า

โดยตลาดชิลล์วา 2 เลือกใช้เทคโนโลยีเดลิเวอรีจาก บริษัท พราวด์ เทคโนโลยี คอร์ป จำกัด ผู้พัฒนาระบบเดลิเวอรีในชื่อ Proud ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย โดยฝั่งผู้ซื้อสามารถกดสั่งสินค้าจากทุกร้านในตลาดได้ครบจบในบิลเดียว ขณะที่ผู้ขายหรือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสามารถยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และสร้างช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น

 

 

การลงพื้นที่ติดตามโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการโดย ดีป้า ในครั้งนี้ล้วนเป็นการทำงานตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของกระทรวง หรือ The Growth Engine of Thailand ทั้งด้านการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล รวมถึงการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ของประเทศด้านดิจิทัล รองรับการทำธุรกิจของ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า ส่งเสริมดิจิทัลสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ พร้อมพัฒนาพื้นที่สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ ดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวในจังหวัด รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน พร้อมกันนี้ยังมีการส่งเสริมการพัฒนาความรู้และทักษะโค้ดดิ้ง ทักษะดิจิทัลที่สำคัญแห่งอนาคตแก่นักเรียนและครูผู้สอนเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะต่อไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

[อ่าน 430]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โตชิบา' เติมสีใหม่พัดลม F-ALC50TH เอาใจสายแต่งบ้าน พร้อมลมแรงไกล 12 เมตร
กิฟฟารีน แนะนำไอเท็มเด็ด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Giffarine MelaPro” (กิฟฟารีน เมลาโปร)
‘พาเลซ’ เปิดประตูต้อนรับทุกคนในงาน PALACE WORLD พบกับ ‘บิวกิ้น’ ชวนร่วมพิสูจน์รสชาติที่ใช่ ในลุคใหม่สุดพรีเมียม 27 เม.ย. นี้
OPPO Find X9 Ultra สมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นใหม่ล่าสุด จับมือ AIS จองรับดีลพิเศษก่อนใคร ส่วนลดสูงสุด 32,900 บาท
บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3
บัตรกรุงศรี เดบิต และ บัตร Krungsri Boarding Card ร่วมฉลอง FIFA World Cup 2026™ มอบของกำนัลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตร
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved