จับสัญญาณทองคำครึ่งปีหลัง InterGOLD ชี้การย่อลึกไม่ใช่จบรอบ

14 Jul 2025

InterGOLD ประเมินแนวโน้มทองคำครึ่งปีหลัง 2568 ชี้โอกาสพักฐานระยะสั้นไม่ใช่สัญญาณสิ้นสุดขาขึ้น แต่เป็นจังหวะสำคัญให้นักลงทุนทยอยสะสมรอรอบขาขึ้นใหม่ หลังราคาทองคำสร้างสถิติสูงสุดที่ 3,498 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ต่อออนซ์ และทองไทยแตะ 54,000 บาทต่อบาททองคำ โดยคาดว่าหากราคาทะลุ 3,490 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อีกครั้ง จะมีโอกาสพุ่งสู่ 3,950–4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่ม BRICS และจีนยังเดินหน้าซื้อสะสมทองคำต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์และเสริมเสถียรภาพทุนสำรอง หนุนให้ทิศทางระยะยาวของทองคำยังคงเป็นขาขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

 

 

ธีรรัตน์ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวว่า

“ช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 25% จากปลายปี 2567 ทำสถิติสูงสุดหลายครั้ง โดยไตรมาส 1/2568 แตะ 3,498 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ และยืนเหนือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ตลอดไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม ช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ทองคำมีแนวโน้มพักฐานครั้งใหญ่ โดยมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 3,100 และ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐฯประกอบกับค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า ยิ่งกดดันราคาทองคำในประเทศเพิ่มเติม ทำให้ครึ่งปีหลังอาจไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสำหรับนักลงทุนสายเก็งกำไรระยะสั้นมาก แต่กลับเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยซื้อแบบถัวเฉลี่ย (DCA) เพราะในภาพรวม ระยะยาวราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกดดันราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ได้แก่ แนวโน้มสงครามการค้าที่เริ่มมีทิศทางผ่อนคลายมากขึ้น จากการเปิดเจรจาระหว่างหลายประเทศ รวมถึงแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนระยะสั้น หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังไม่มีท่าทีลดดอกเบี้ยในทันที เนื่องจากเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลายจากต้นทุนสินค้าสูง ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่า กดดันราคาทองให้ชะลอตัว ซึ่ง InterGOLD ประเมินว่า ราคาทองไทยมีโอกาสปรับฐานสู่ระดับ 47,000–49,000 บาทต่อบาททองคำในช่วงปีนี้ ถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนทยอยสะสมเพื่อรอรอบขาขึ้นใหม่

 

แม้ราคาทองคำจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่าคือ แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ที่ยังคงสะสมทองคำต่อเนื่องเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ และเสริมเสถียรภาพการเงินระยะยาว ในไตรมาส 1/2568 ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่มกว่า 244 ตัน

นำโดยจีน โปแลนด์ และอินเดีย ขณะที่จีนซื้อทองต่อเนื่องถึง 7 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางเงินเฟ้อ เศรษฐกิจที่เปราะบาง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณชัดเจนว่า ทองคำยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

 

ธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า การพักฐานของราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ไม่ใช่สัญญาณสิ้นสุดของขาขึ้น แต่เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองเกมยาว นักลงทุนควรใช้จังหวะนี้ในการวางแผนและสะสมทองคำอย่างมีวินัย โดยกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อสร้างพอร์ตในราคาที่ดีเมื่อราคาผันผวน และเฝ้ารอสัญญาณแรงซื้อกลับหากราคาลงต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นจุดน่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อ การวางแผนลงทุนในช่วงนี้จึงไม่ควรเน้นการจับจังหวะสั้น ๆ แต่ควรโฟกัสที่โอกาสสร้างความมั่นคงให้พอร์ตระยะยาว

“ในสภาวะที่ตลาดผันผวน ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงในระยะยาว การพักฐานในครั้งนี้จึงควรถูกมองเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค นักลงทุนควรใช้จังหวะนี้ประเมินสถานการณ์รอบด้าน และปรับกลยุทธ์วางแผนสะสมทองคำอย่างมีวินัย รอรอบขาขึ้นใหม่ โดย InterGOLD พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่นักลงทุนวางใจได้ ด้วยบริการครบวงจร ทั้งแพลตฟอร์ม Gold2Go ที่เริ่มต้นซื้อเพียง 100 บาท ไปจนถึงบริการจัดส่งทองคำจริงถึงบ้านด้วยประกันเต็มจำนวน เพื่อสนับสนุนให้ทุกการลงทุนเป็นไปอย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยั่งยืน” ธีรรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

[อ่าน 966]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“GEN Z TOP BRAND 2026: สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z” ผลสำรวจ 10 แบรนด์ ที่เป็น TOP BRAND ในใจคนรุ่นใหม่
TADA ยกเลิกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มผู้โดยสารและคนขับ สร้างมาตรฐานใหม่ไร้ค่าธรรมเนียม 100%
GULF และ AIS หนุนความพร้อม งาน “วิ่งเล่นบนหาดใหญ่” 9 เม.ย.นี้ เติมพลังให้เมือง เติมความมั่นใจให้ชุมชน ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจหาดใหญ่
DRS by REPCO NEX ใน SCGC จับมือ B.Grimm Power และ SCG Cleanergy ขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่
ทรู จุดพลังคนรุ่นใหม่ 15 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย เร่งปั้น “Brand Future Force” ก้าวทันยุค Intention Economy
Primus Group ทุบสถิติ! รับตลาด EV พุ่ง กวาดยอดจองสูงสุด ใน Motor Show 2026
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved