“เอกนิติ” เปิดภารกิจดาวอสวันแรก นำทีมไทยแลนด์พบธนาคารโลก–ผู้บริหารเทคฯ ยักษ์ใหญ่ของโลก
21 Jan 2026

รองนายกฯ เอกนิติ นำคณะผู้บริหารเอกชนไทยพบประธานธนาคารโลก (World Bank) และเอ็มดี WEF แลกมุมมองเศรษฐกิจโลก–ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจไทย–เตรียมความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ต.ค. 2569 พร้อมหารือยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี AWS, Microsoft, TikTok และ HCL ต่อยอดความร่วมมือด้านดิจิทัล–คลาวด์–AI-การพัฒนาทักษะบุคลากรไทย และการค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เริ่มภารกิจวันแรกในการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 โดยนำคณะทีมไทยแลนด์และผู้บริหารภาคเอกชนไทย เข้าพบหารือกับธนาคารโลกและผู้บริหารบริษัทเทคฯ ชั้นนำระดับโลก เพื่อชูบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาค และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 

พบประธานธนาคารโลก–เอกชนไทยร่วมวง แสดงศักยภาพไทยบนเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้นำคณะภาครัฐและเอกชนไทย พบหารือกับ Mr. Ajay Banga ประธานธนาคารโลก (World Bank) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และการสร้างงานที่มีคุณค่าในประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกในเดือนตุลาคม 2569 นอกจากนี้ ยังได้พบหารือกับ Mr. Mirek Dusek กรรมการผู้จัดการ World Economic Forum (WEF) และ Mr. John Dutton หัวหน้าโครงการ Uplink ของ WEF เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ตอัป และการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าสู่โอกาสการลงทุนในระดับโลก รวมถึงแนวทางความร่วมมือด้านความยั่งยืนและ ESG ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคเอกชนทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น

 

 

หารือยักษ์เทคโลก เร่งความร่วมมือดิจิทัล–คลาวด์–AI และพัฒนาคนไทย

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อเร่งรัดการลงทุนและเร่งสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI รวมทั้งการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรไทย ได้แก่

  • Amazon Web Services (AWS) ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกที่ได้ประกาศแผนลงทุนระยะยาวในไทยกว่า 1.5 แสนล้านบาท ตลอดระยะเวลา 15 ปี และได้รับการส่งเสริมการลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ มีเม็ดเงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 24,800 ล้านบาท ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ 3 แห่งในไทยเปิดให้บริการแล้ว ทั้งนี้ ได้หารือถึงการเข้าร่วมโครงการ Cloud First ของรัฐบาลไทย และฝ่ายไทยได้ขอให้บริษัทเพิ่มความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย เพื่อผลิตวิศวกรเฉพาะทางด้านดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center Engineering) มากขึ้น

  • Microsoft ผู้นำเทคโนโลยีด้านคลาวด์และ AI ที่ประกาศแผนลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในไทยตั้งแต่ปี 2567 โดยปัจจุบันได้เริ่มมีการลงทุนร่วมกับบริษัทไทยหลายบริษัท อีกทั้งมีความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงดิจิทัลฯ ในการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้กับบุคลากรและนักศึกษาไทย ตลอดจนสนับสนุนการนำคลาวด์ไปใช้ในระบบงานภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

  • TikTok แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกที่มีแผนการลงทุนระยะยาวในไทย รวมกว่า 2.7 แสนล้านบาท โดยมีการลงทุนเฟสแรกแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ทั้งด้านการให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์ และการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในการใช้แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาธุรกิจและเพิ่มยอดขายออนไลน์ โดยได้หารือโอกาสการต่อยอดไปสู่การเป็นฐานกิจกรรมอื่น เช่น Regional Content Hub ของภูมิภาค

  • HCL Technologies เป็นบริษัทให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์สัญชาติอินเดียที่มีการเติบโตสูงที่สุดในโลก มีความเชี่ยวชาญด้านการช่วยองค์กรทำ Digital Transformation โดยได้หารือถึงแนวโน้มเทคโนโลยีและทิศทางการลงทุนด้านดิจิทัล ตลอดจนโอกาสการเพิ่มความร่วมมือในการยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของไทย โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีคลาวด์และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาครัฐ ภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่

 

การมาร่วมงาน WEF ที่ดาวอสครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายและสร้างแนวทางการทำงานเชิงรุกร่วมกับผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก เพื่อยกระดับให้เป็นโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งโครงการลงทุนที่เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยเหมาะสมเป็นฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว และสามารถเป็นจุดเชื่อมที่มีประสิทธิภาพกับตลาดในเอเชียที่มีศักยภาพสูง

[อ่าน 51]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทีเส็บตั้งเป้า 5 ปี จัดงานลดปล่อยคาร์บอน ยกระดับไมซ์ไทยสู่ความยั่งยืน
มองทองคำผ่านมุมวินัยการเงิน ไม่ใช่แค่จังหวะราคา
FWD ประกันชีวิต ติดอันดับ Top 50 Companies in Thailand 2026 ต่อเนื่องปีที่ 3

เปิดตัว “ลลิล ทาวน์ บางนา-เทพารักษ์ 2” คุณค่าเหนือระดับบนทำเลศูนย์กลางการเดินทางใกล้รถไฟฟ้า-ถนนวงแหวน
Aionex ปรับโครงสร้าง-เพิ่มการลงทุนในไทย หนุนเติบโตระยะยาว รุกขยายเครือข่ายจักรยานยนต์ไฟฟ้า
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมกับ โตโยต้า ลีสซิ่ง ขอร่วมเชิดชูเกียรติแด่ทหารกล้าผู้เสียสละ พร้อมส่งมอบสินไหมทดแทน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved