วทจ. รุ่น 8 สร้างผู้นำไทย อ่านจีนเชิงโครงสร้าง พร้อมรับเศรษฐกิจโลกผันผวน
28 Jan 2026

 

ท่ามกลางโลกการค้าที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย–จีน กำลังก้าวข้ามมิติ “คู่ค้า” ไปสู่บทบาทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งในฐานะพันธมิตร และกลไกสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย การทำความเข้าใจจีนในเชิงโครงสร้าง นโยบาย และทิศทางการพัฒนา จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดของผู้ประกอบการไทย และเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคไทยไม่อาจมองข้าม

ภายใต้บริบทดังกล่าว การเปิดหลักสูตร วิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.) รุ่นที่ 8 โดยสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (วทจ.) จึงไม่ใช่เพียงการเดินหน้าหลักสูตรต่อเนื่อง แต่เป็นการ “ยกระดับเวทีผู้นำ” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะบทบาทของจีน ซึ่งยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก

 

 

ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดหลักสูตรว่า

ความสัมพันธ์ไทย–จีนในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่มีความหมายยิ่งต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และต่อมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ การแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำสูงสุดดังกล่าว เป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับความสัมพันธ์จีน–ไทยให้ก้าวไปสู่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแท้จริง และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยัชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจจีนว่า “ในปี 2025 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งได้ถึงร้อยละ 5 ซึ่งสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ นอกจากนี้ จีนยังมีกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน ซึ่งตลาดขนาดใหญ่ (Super-large scale market) นี้คือขุมพลังสำคัญที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับโลก ในบริบทเช่นนี้ จีนยังคงยึดมั่นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เดินหน้าการเปิดประเทศในระดับสูง และส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและทั่วถึง”

 

เอกอัครราชทูตจาง ยังอธิบายถึงความสำคัญของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030)  ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์ 5 ปีของจีนในระยะต่อไป โดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเติบโตอย่างยั่งยืน

“แผนพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้าของจีน มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย และจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือจีน–ไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ในมุมของความสัมพันธ์ทวิภาคี จีนมองประเทศไทยไม่เพียงในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ แต่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค จีนและไทยเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนาน จีนพร้อมแบ่งปันโอกาสการพัฒนา และยินดีทำงานร่วมกับไทยในการเสริมสร้างเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนให้กับภูมิภาค” เอกอัครราชทูต จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว

 

 

ด้าน อรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน กล่าวถึงบทบาทของ วทจ. ว่า

“วทจ. เป็นหลักสูตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่  ไม่ใช่หลักสูตรที่สอนให้รู้จีนแบบผิวเผิน แต่เป็นหลักสูตรที่สร้างผู้นำซึ่งเข้าใจจีนอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวันที่จีนมีบทบาทกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การเดินหน้าหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตลอด 7 รุ่นที่ผ่านมา สะท้อนว่าประเด็นจีนไม่เคยหยุดนิ่ง ขณะที่บริบทโลกเปลี่ยนเร็วเกินกว่าหลักสูตรแบบเดิมจะตามทัน วทจ. รุ่นที่ 8 ถูกออกแบบมาโดยตรงเพื่อรับมือกับสงครามการค้า การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจีน และความท้าทายของผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ เราไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียน ‘รู้มากขึ้น’ อย่างเดียว แต่ต้อง ‘คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และเชื่อมโยงเครือข่ายได้จริง’

สำหรับหลักสูตร วทจ. รุ่นที่ 8 เนื้อหาถูกออกแบบให้สอดรับกับโลกเศรษฐกิจที่ผันผวน ครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การพัฒนาจีน โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และบทบาทของจีนในเวทีโลก ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับนโยบาย นักธุรกิจ และการศึกษาดูงานจริงในประเทศจีน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ในวันที่จีนยังคงเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ของไทย หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน รุ่นที่ 8 จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การเรียนรู้ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเตรียมผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับโลกเศรษฐกิจใหม่ และไม่ตกขบวนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ทาง Line: @tclhcu  เว็บไซต์: www.tclhcu.com และ Facebook:  tclhcu

 

[อ่าน 67]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือ Mowi ยกระดับซัพพลายเชนแซลมอนพรีเมียม
ครบวงจรแห่งแรกของไทย
สยามพารากอน ผนึก ททท. และ ธนาคารกสิกรไทย เนรมิตแลนด์มาร์กตรุษจีนใจกลางกรุงฯ “Siam Paragon A Prosperous Chinese New Year 2026”
“HELLO! Taste Awards 2026” งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ยกย่องรสชาติแห่งปี
ไอคอนคราฟต์ จับมือ 5 แบรนด์แฟชั่นสุดคราฟต์จากภาคเหนือ ร่วมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์แบบไทยในงาน Bangkok Design Week 2026
SRICHAND IN-SKIN ลุยต่อกับ “แบมแบม” ต่อเนื่องปีที่ 2
ดีป้า แถลงแผนการดําเนินงานปี 2569 ภายใต้แนวคิด depa Unstoppable
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved