ไอคอนคราฟต์ จับมือ 5 แบรนด์แฟชั่นสุดคราฟต์จากภาคเหนือ ร่วมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์แบบไทยในงาน Bangkok Design Week 2026
28 Jan 2026

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด บนชั้น 4 และชั้น 5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามพารากอน ร่วมกับนักออกแบบแฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือของไทย จัดนิทรรศการป๊อปอัพ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” ถ่ายทอดเรื่องราว “โชค–ลาภ” ความเชื่อ อาหารการกิน และวิถีชีวิตของคนเหนือ ผ่านเสื้อผ้า ลวดลายผ้า และเทคนิคการตัดเย็บอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์แบบไทย ถ่ายทอดมุมมองด้านงานออกแบบร่วมสมัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายแรงบันดาลใจของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ใน Bangkok Design Week 2026 เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

กลุ่มสยามพิวรรธน์ ตอกย้ำศักยภาพความแข่งแกร่งในฐานะขุมพลังความคิดสร้างสรรค์ (Creative Powerhouse) เปิดไอคอนคราฟต์ เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงงานหัตถศิลป์ไทยเข้ากับโลกของการออกแบบร่วมสมัย พื้นที่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของไทยได้ รับการต่อยอดในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน พร้อมยกระดับ
ภูมิปัญญาไทยให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่มีคุณค่าในระดับสากล ปีนี้ไอคอนคราฟต์ ได้ร่วมเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดงานของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2026) โดยร่วมจัดนิทรรศการพิเศษ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” นำเสนอผลงานแฟชั่นร่วมสมัยโดยนักออกแบบแฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือ 4 
แบรนด์ในกลุ่ม PATTERN.ERS ทั้ง KANZ, {JUN}, LONGGOY, FEEL YOUTH และอีก 1 แบรนด์ระดับตำนาน SUCHAI CRAFT ซึ่งนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวอย่าง “ลาบ” อาหารจานเด็ดของคนเหนือ มาตีความในเชิงสัญลักษณ์ตามความเชื่อท้องถิ่นในมุมของโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และสายใยทางวัฒนธรรม จนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอดีต ความเชื่อ และชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย สะท้อนพลังของงานออกแบบไทยที่สามารถเล่าเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็สื่อสารกับผู้คนในปัจจุบันได้อย่างร่วมสมัยและเป็นสากล

 

 

แม้จะมีที่มาจากภาคเหนือของไทยเช่นเดียวกัน ทว่าทุกแบรนด์ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันแตกต่าง ผลงานที่นำเสนอผ่านนิทรรศการครั้งนี้จึงหลากหลาย ทั้งในแง่มุมของการตีความเพื่อสร้างการบอกเล่าเรื่อง โชค-ลาบ (ลาภ) ของคนเมืองเหนือ รวมถึงการเล่าเรื่องราวแนวคิดของแต่ละแบรนด์ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ การรับรู้ และเกิดการรวมกลุ่มในวงการแฟชั่นไทย ที่นำไปสู่พื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ในการแสดงพลังของแฟชั่นไทยร่วมสมัย

เริ่มจากแบรนด์แสนเก๋จากจังหวัดแพร่ “KANZ BY THAITOR” ที่สานต่อเทคนิคการทำผ้าบาติกจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก นำมาออกแบบสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ร่วมสมัย สวมใส่ได้จริง พร้อมคำนึงถึงการใช้ได้ยาวนานและความยั่งยืน มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจคือการนำเศษผ้าเหลือใช้มาปะติดปะต่อเป็นผ้าชิ้นใหม่ เพื่อให้เกิดมิติของลาย จนเหมือนงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้ โดย กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ เผยว่านิทรรศการครั้งนี้ KANZ BY THAITOR ตีความโชคลาภสู่คอลเลกชัน “Hom Dok - Hom Khan ฮ่มดอก ฮ่วมขัน” นำแรงบันดาลใจจากหม้อดอกล้านนา หรือ 
“ปูรณฆฏะ” มาสร้างลวดลายร่วมสมัยแห่งความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ ความมั่งมี “ตามคติความเชื่อล้านนาเชื่อกันว่าเป็นหม้อดอกไม้แห่งความสมบูรณ์ รวมถึงความสุข สงบ ร่มเย็น อุดมสมบูรณ์ เปี่ยมด้วยปัญญานำไปสู่ความโชคดี โชคลาภ ความมั่งมี แฝงด้วยนัยะความหมายของดอกไม้ที่พบในพิธีกรรมต่าง ๆ ของล้านนามายาวนาน ถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายใหม่ที่ถูกตัดทอน และผสมผสานลายดอกไม้บาติกของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ให้ดูร่วมสมัยในแบบ KANZ BY THAITOR ที่ใส่ได้ในทุกวัน”

 

ด้าน “{JUN}” แบรนด์ Men’s Wear จากจังหวัดเชียงใหม่ ที่มักหยิบเอาดีเทลเครื่องแต่งกายผู้ชายจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาลดทอนให้เรียบง่าย นำเสนอเป็นงานคราฟต์ที่ออกแบบตัดเย็บด้วยผ้าทอคุณภาพของเชียงใหม่ โดยช่างฝีมือท้องถิ่นในจังหวัด เพื่อสนับสนุนการจ้างงานและเพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชน มาในคอลเลกชัน “S-LาrB สะ-ลาบ”

โดย ธัญญพร จิตราภิรมย์ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์อธิบายว่า “ในสมัยโบราณ ลาบถูกยกให้เป็นอาหารของชนชั้นสูง เพราะการปรุงลาบแต่ละครั้งต้องล้มควายหรือหมู ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ ต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพ เครื่องเทศจำนวนมาก และกระบวนการปรุงที่ซับซ้อน ทุกขั้นตอนจึงสะท้อนฐานะและความพร้อมของเจ้าบ้าน อีกทั้งการทำลาบมักเป็นกิจกรรมร่วมแรงร่วมใจกันทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่การชำแหละ การโขลกพริกลาบ ไปจนถึงการปรุงและจัดสำรับ จึงเป็นอาหารที่สร้างทั้งความสามัคคีและความหมายทางสังคม ที่สำคัญคือ ลาบยังถูกผูกโยงกับความเชื่อเรื่อง ‘ลาภ’ คนล้านนาจึงนิยมกินลาบในงานมงคล อย่างงานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน บวชลูกแก้ว ฯลฯ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ลาบยังสะท้อนโครงสร้างบทบาทในครอบครัว เพราะโดยทั่วไปผู้ชายเหนือไม่เข้าครัว แต่เมื่อมีการลาบ ครัวจะกลายเป็นพื้นที่ของผู้ชาย โดยในบางพื้นที่ ผู้ทำลาบฝีมือดีจะได้รับการเรียกขานอย่างให้เกียรติว่า ‘สล่าลาบ’ {JUN} จึงนำเรื่องราวเหล่านี้มาตีความใหม่ ผ่านการผสมผสานฟังก์ชันร่วมสมัย และบริบทวัฒนธรรมล้านนา จนเกิดเป็นคอลเลกชัน ‘S-LาrB’ ที่นำแรงบันดาลใจจาก ‘สล่าลาบ’ มาออกแบบ ถ่ายทอดทั้งทักษะ ความพิถีพิถัน และจิตวิญญาณของการทำลาบ สู่เสื้อผ้าที่สร้างโชคและความรุ่งเรืองในแบบร่วมสมัย”

 

 

สำหรับ “LONGGOY” แบรนด์แฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวล้านนาในรูปแบบใหม่ ให้ผู้คนได้มาลองสวมใส่เสื้อผ้าที่เอาความเก่ามานำเสนอด้วยความใหม่ ใช้เทคนิคการกัดสี และวัตถุดิบจากเชียงใหม่ มาสร้างสรรค์ผลงานให้มีเอกลักษณ์ คล้ายเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาให้ออกเดินทางไปกับผู้สวมใส่ผ่านเสื้อผ้าที่มีเรื่องราวในทุกคอลเลกชัน อยากบอกผ่านนิทรรศการครั้งนี้ว่า “ถ้าคุณอยากโชคดี ฝีมือคุณต้องดีมาก่อนมีโชค”

โดย ศุภกร สันคนาภรณ์ เจ้าของแบรนด์ เสริมว่า “ในมุมมองผู้คนภายนอกมักนิยามคนเหนือว่าเป็นคนช้าและเฉื่อยชามากกว่าคนภาคอื่น ๆ ซึ่งเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทันในหลาย ๆ ด้าน จึงเกิดความคิดที่ว่า ถ้าอยากตามโลกให้ทันหรือนำกระแสของโลกนั้น เราจำเป็นต้องทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีกว่าหรือมากกว่าคนอื่นในแบบของเราเองจนเปิดโอกาสให้คำว่า ‘โชค’ นำพาเราไปได้ไกลขึ้นและมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราเชื่อว่าหากรวมความปรารถนา การลงมือทำ การพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเดิม และโชคเข้าด้วยกัน จะออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่ง 3 ใน 4 ตัวแปรนี้มาจากตัวเราเอง ส่วนโชคเป็นปัจจัยภายนอกที่ตามมา ดังนั้นคอลเลกชันนี้ของ LONGGOY จึงอยากบอกว่า หากเราอยากโชคดี ต้องลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีก่อนเสมอ”

 

 

ส่วน “FEEL YOUTH” แบรนด์แฟชั่นจากจังหวัดเชียงใหม่ที่นำแรงบันดาลใจจากสีสัน ศิลปะ และธรรมชาติรอบตัว มาออกแบบเป็นเสื้อผ้าที่สะท้อนความสนุก ความงาม และความเยาว์ ได้อย่างมีชีวิตชีวา เพื่อให้ทุกคนได้ “Feel Youth” ในแบบของตัวเอง นำเสนอผลงาน “โชก–ลาภ” เสื้อผ้าสีแดงทองที่เกิดจากการย้อมด้วยเลือดควาย ผสานกับส่วนผสมทั้งจากธรรมชาติและเคมี สื่อถึงการโชกไปด้วยเลือด อันเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของควาย ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของลาบดิบในวัฒนธรรมภาคเหนือของไทย แต่งแต้มด้วยสีทอง สัญลักษณ์ของความโชคดี ที่สื่อถึงคำว่า “ลาบ” ซึ่งพ้องเสียงกับ “ลาภ” เพื่อให้ผลงานชิ้นนี้สะท้อนพลังแห่งโชคลาภและความเชื่อที่สืบต่อกันมา โดย ดุจกมล และ ภูวดล จันทรเกษม สองผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ ขยายความว่า “ผลงานนี้เป็นศิลปะบนเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘ลาบดิบ’ อาหารพื้นบ้านของภาคเหนือที่ไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความอุดมสมบูรณ์ เพราะคำว่า ‘ลาบ’ นั้นพ้องเสียงกับคำว่า ‘ลาภ’ ที่หมายถึงโชคลาภและความรุ่งเรือง ลาบจึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเข้าหากัน ด้วยรอยยิ้ม ความเชื่อ และศรัทธาที่สืบทอดมาเนิ่นนาน โดยเราเลือกหยิบเอา ‘เลือดควาย’ วัตถุดิบสำคัญที่เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของอาหารจานนี้ มาสร้างเป็นสีสำหรับการย้อมผ้า เพื่อถ่ายทอดมุมมองผ่านเทคนิคการย้อมและการออกแบบเฉพาะตัวของ FEEL YOUTH”

 

 

นอกจากนี้นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” ยังร่วมด้วยแบรนด์ “SUCHAI CRAFT” ผู้รังสรรค์ภาชนะอลูมิเนียมลายไทยมานานกว่า 50 ปี ที่พลิกโฉมให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการเพิ่มสีสันให้หลากหลาย พร้อมนำเสนอการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำของผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมลายไทย ให้เป็นของที่ใคร ๆ ก็หยิบมาใช้ได้อย่างร่วมสมัย โดยนำเสนอผลงานชุด “เลิศ ลาภ” ที่หยิบเอาสีสันอันเป็นจุดเด่นของแบรนด์มาเล่าผ่านเรื่องราวของสีมงคล โดย ธนัชชา และ สาริศา ตั้งสุขสว่างพร สองทายาทแบรนด์ SUCHAI CRAFT เล่าถึงคอลเลกชันพิเศษนี้ว่า “แนวคิดของงานครั้งนี้ พูดถึงเรื่องโชคลาภ และเนื่องจาก SUCHAI CRAFT เราโดดเด่นเรื่องสีสัน เลยอยากเอาเรื่องสีมานำเสนอเป็นสีมงคล ซึ่งเรามองว่าเรื่องสีเป็นเรื่องปัจเจก และเราสามาถสร้างความเลิศลาภของเราเองได้ ประกอบกับภาชนะอลูมินียมสีสันของเราสามารถใส่อาหารได้ เราจึงนึกถึงสีโทนสีฟ้า-น้ำเงิน ที่มักจะถูกมองว่านำมาใช้กับอาหารแล้วดูไม่น่ากิน เลยอยากนำโทนสีนี้มาผสมผสานกับนิลกาฬและเงิน นำเสนอเป็นสินค้าตกแต่งโต๊ะอาหาร อย่างถาด ชาม ขัน หรือเหยือก ที่สามารถจัดแต่งทำให้โต๊ะอาหารสวยงามหรูหราขึ้นได้ เพื่อสื่อว่า เราสามารถสร้างสีแห่งโชคลาภได้เอง ขอเพียงเป็นสีที่เรามั่นใจ และใช้ให้ถูกกาลเทศะ ก็จะเป็นสีที่แสดงความเป็น ‘เลิศ’ ซึ่งนำพาเราไปสู่ ‘ลาภ’ ได้นั่นเอง”

นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2026) ที่ไม่เพียงนำเสนองานออกแบบ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตร่วมสมัย ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นในมิติใหม่ และสัมผัสพลังสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด ผู้สนใจเข้าสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

 

[อ่าน 477]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เนสกาแฟจับมือ ณเดชน์–แบมแบม เปิดตัวสูตรใหม่ ฮิตติดเทรนด์ X
เจาะกลยุทธ์ Sticker Marketing อาวุธลับ OOH ปี 2026 พื้นที่เล็กๆ ที่เข้าถึงใจคนใช้รถ
"ดั๊บเบิ้ล เอ" รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 กำไรสุทธิ 1,094 ล้านบาท
LPP เปิดตัว Service Brand ใหม่ “UP” เดินหน้าสู่ Integrated Property Services Ecosystem
เมื่อ “ดีไซน์ระดับโลก” บรรจบกับ “ความสุขที่จับต้องได้” ก้าวใหม่ของ Index Living Mall และ การเดินทางของ Flying Tiger Copenhagen
“Ginzy” ขยายช่องทางขาย รับเทรนด์ Wellness ปั้นเครือข่ายสุขภาพยุคใหม่ ผ่านตู้ Vending Machine
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved