‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ ประกาศแผนปี 69 รับมือตลาดผันผวน
ชูยุทธศาสตร์รุกทั่วไทย
30 Jan 2026

‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ กางแผนปี 2569 สานต่อวิสัยทัศน์ B-Q-O : Brand Awareness – Quality – Organization เดินหน้าจัดตั้ง ‘บอร์ดภูมิภาค’ (Regional Committee) เป็นครั้งแรก นำร่องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ หัวหอกลุยจัดงานแฟร์สัญจร ขยายพื้นที่สร้างการรับรู้มาตรฐานก่อสร้างบ้านถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ เผยสรุปตัวเลขปี 2568 ตลาดบ้านสร้างเอง มีมูลค่า 190,134 ล้านบาท หดตัว 11% ชี้ ‘ต่างจังหวัด’ เติบโตแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่ง 77% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วงมาอยู่ที่ 23% เตรียมชงรัฐอัดยาแรง 3 เรื่อง 1. คนละครึ่งภาคอสังหาฯ 2. ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี ‘อีก 2 ปี’ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 และ 3. เตรียมเสนอขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท มั่นใจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เร่งตลาดฟื้นตัว แนะผู้บริโภค ‘สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด’ ก่อนต้นทุนพุ่งรอบใหม่

 

สถานการณ์ภาพรวมตลาดบ้านสร้างเองปี 2568 คาดการณ์มูลค่ารวมปิดที่ 190,134 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 11% ตามภาวะเศรษฐกิจ เผยข้อมูลเชิงลึก “ตลาดต่างจังหวัด” นำโดยภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 77% เมื่อเทียบกับตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล

พร้อมประกาศแผนงานในปี 2569 เน้นกลยุทธ์ตั้งรับที่ดำเนินธุรกิจแบบประคองตัว (Conservative) ท่ามกลางเศรษฐกิจโดยรวมที่ค่อนข้างผันผวน ทั้งนี้ คาดว่าภายหลัง “การเลือกตั้ง” แล้วเสร็จ และดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย ทางสมาคมฯ เตรียมนำเสนอ 3 มาตรการกระตุ้นตลาดรับสร้างบ้านให้กับคณะรัฐบาลชุดใหม่ได้พิจารณา คือ มาตรการคนละครึ่งภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือ “รัฐช่วยจ่าย” และอีกมาตรการที่นำเสนอให้ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี “ออกไปอีก 2 ปี” จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 พร้อมทั้งเตรียมเสนอภาครัฐออกมาตรการขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนจริง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ชี้เป็นโอกาสทองของผู้บริโภคตัดสินใจ “สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด” ก่อนค่าแรงและวัสดุจะปรับขึ้นราคาตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ


 

อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยกลยุทธ์สมาคมฯ ในปี 2569 ว่า สมาคมฯ ยังคงต่อยอดความสำเร็จจากการดำเนินงานในปี 2568 ภายใต้ยุทธศาสตร์ B-Q-O ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านและสมาชิกสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ คือการขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ 3 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (B-Q-O) ที่ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นตลอดปีที่ผ่านมา

  • B – Brand Awareness (การสร้างแบรนด์และการรับรู้) โดยสมาคมฯ ได้พลิกโฉมการสื่อสารครั้งใหญ่สู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ พร้อมรุกทุกแพลตฟอร์มด้วย Video Content 10 วินาทีแรก เพื่อการสื่อสารที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Gen) และทำให้เห็นถึงความแตกต่างของการใช้บริการสมาชิกสมาคมฯ เมื่อเทียบกับผู้รับเหมาทั่วไป ทั้งด้านมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ
  • Q – Quality (การยกระดับคุณภาพ) ที่สมาคมฯ มุ่งเน้นการพัฒนา “คน” ผ่านโมเดล “ทีมฟุตบอล” ทั้งในส่วนของ MD/CEO (Coach) การปรับทัศนคติให้มองธุรกิจระยะยาวและยั่งยืน ทีมขาย (กองหน้า) การพัฒนาสู่การเป็น “ที่ปรึกษาเรื่องบ้าน” ที่รู้ลึก รู้จริง ทีมก่อสร้าง (กองกลาง) การควบคุมคุณภาพหน้างาน (On-site) ให้ได้มาตรฐานวิศวกรรม และสุดท้าย ทีม Back Office (กองหลัง) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการ “ป้องกันการขาดทุน” เน้นการทำ BOQ (Bill of Quantities) ที่แม่นยำ และการควบคุมต้นทุน (Cost Control) เพื่อให้ธุรกิจมีกำไรและมั่นคง
  • O – Organization (องค์กรแห่งข้อมูลและความน่าเชื่อถือ) โดยสมาคมฯ ยกระดับบทบาทสู่การเป็น Data Center แห่งแรกของวงการ ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำของ “มูลค่าตลาดบ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศ และแยกเป็นรายภูมิภาค เพื่อให้สมาชิกใช้วางแผนกลยุทธ์ และเป็นแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ของประเทศ

นอกจากนี้ ในปี 2569 สมาคมฯ เตรียมจัดตั้ง “บอร์ดภูมิภาค” (Regional Committee) ขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยนำร่องที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานแฟร์สัญจร รวมทั้งการเตรียมจัดงานรับสร้างบ้านในภูมิภาคขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศถึงบริการที่แตกต่าง ทั้งด้านคุณภาพงานก่อสร้าง คุณภาพงานบริการที่ครบวงจรของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกฯ เพื่อไม่ให้ที่ผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านต้องพบกับปัญหาการทิ้งงานของผู้รับเหมาและบริษัทรับสร้างบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีการนำ “MR.HO-ME” แมสคอตของสมาคมฯ มาเป็นตัวแทนการสื่อสาร และเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศให้มากขึ้น

 

ปี 68 ตลาดติดลบ 11% ต่างจังหวัดมาแรงครองส่วนแบ่ง 77%

อนันต์กร กล่าวว่า ภาพรวมและทิศทางของธุรกิจรับสร้างบ้าน จากข้อมูลสถิติปี 2568 สมาคมฯ คาดการณ์มูลค่าตลาดรวมบ้านสร้างเองทั่วประเทศ อยู่ที่ประมาณ 190,134 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีมูลค่ารวม 213,360 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักยังคงมาจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

 

ต่างจังหวัดแรงไม่หยุด กรุงเทพฯ ปริมณฑลชะลอตัว

อนันต์กร กล่าวว่า ในปี 2568 โครงสร้างตลาดบ้านสร้างเองมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นหลัก อยู่ในภาวะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชะลอตัวของกำลังซื้อ ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ มีสัดส่วนตลาด 18% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนตลาด 17% ซึ่งเป็นสองพื้นที่ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่หากเจาะลึกเป็นรายจังหวัดที่ทำสร้างยอดสั่งสร้างได้มากที่สุด ได้แก่ 1.กทม. 2.เชียงใหม่ 3.ชลบุรี 4.โคราช 5.สมุทรปราการและปทุมธานี

โดยตลาดบ้านสร้างเองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 43,731 ล้านบาท ปรับตัวลดลงแรงถึง -16% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 52,060 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนตลาดลดลงเหลือเพียง 23%

ขณะที่ ตลาดบ้านสร้างเองต่างจังหวัด มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 146,403 ล้านบาท ปรับตัวลดลง -9% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 161,300 ล้านบาท ทั้งนี้แม้จะหดตัวแต่ยังน้อยกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดรวม 23% ส่วนตลาดต่างจังหวัดขยับขึ้นไปครองแชมป์ที่ 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ

 

 

ภาคใต้ – ตะวันออกเฉียงเหนือ มาแรงที่สุด

ทั้งนี้  เมื่อเจาะลึกตลาดบ้านสร้างเองแยกเป็นรายภูมิภาค นายอนันต์กร กล่าวว่า “ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบน้อยกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล และยังคงมีฐานความต้องการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวในภาคใต้และหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน”

  • ภาคใต้ มีมูลค่า 34,224 ล้านบาท ครองสัดส่วน 18% ถือเป็นตลาดภูมิภาคที่แข็งแกร่งที่สุดในปี 2568
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมูลค่า 32,323 ล้านบาท ครองสัดส่วน 17%
  • ภาคเหนือ มีมูลค่า 30,421 ล้านบาท ครองสัดส่วน 16%
  • ภาคตะวันออก มีมูลค่า 26,619 ล้านบาท ครองสัดส่วน 14%
  • ภาคตะวันตก มูลค่า 15,211 ล้านบาท ครองสัดส่วน 8%
  • ภาคกลาง มูลค่า 7,605 ล้านบาท ครองสัดส่วน 4%

 

เตรียมชงรัฐงัด “ยาแรง” ปลดล็อกกำลังซื้อ

อนันต์กร กล่าวว่า การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะจุดชนวนความเชื่อมั่นและเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้กลับคืนมา นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้เตรียมข้อเสนอเชิงรุกต่อภาครัฐ 3 มาตรการ เพื่อกระตุ้นตลาดบ้านสร้างเอง ปลดล็อกกำลังซื้อ และเป็นการเร่งฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเร็วขึ้น

1. โมเดล “คนละครึ่งภาคอสังหาฯ” เสนอให้รัฐพิจารณามาตรการ “รัฐช่วยจ่าย” (Co-payment) เช่น สนับสนุนค่าวัสดุก่อสร้างบางส่วน หรือ อุดหนุนดอกเบี้ยช่วงแรก เพื่อลดภาระคนอยากมีบ้าน

2. สมาคมฯ ได้ทำจดหมายส่งถึงกระทรวงการคลัง เรื่องขอให้พิจารณาต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี “ออกไปอีก 2 ปี” จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570

3. เตรียมข้อเสนอขยายเพดาน “สร้างบ้านลดหย่อนภาษี” จากผู้ที่ต้องการสร้างบ้านสามารถนำค่าจ้างก่อสร้างบ้านมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 100,000 บาท ในอนาคตทางสมาคมฯ เตรียมนำข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขยายเพดานลดหย่อนสูงสุดเป็น 500,000 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ที่ต้องการการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง

โดยทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว นำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงในปัจจุบันที่ปรับราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนตัดสินใจสร้างบ้านที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งนำมาสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และส่งเสริมการจ้างงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน

“สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานคุณภาพ และเดินหน้าสร้างการเติบโตของตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศ ภายใต้เศรษฐกิจที่รอการฟื้นตัว โดยสมาคมฯ ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นพันธมิตรที่มั่นคงให้กับผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านคุณภาพ ที่ไม่ทิ้งงาน โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายมูลค่าตลาดรวมไว้ใกล้เคียงกับปี 2568 คือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท” อนันต์กร กล่าว

 

[อ่าน 37]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The 1 Exclusive ฉลองครบรอบ 5 ปี ครองที่หนึ่งในไทยด้านการดูแลลูกค้า 
Wealth Segment
เปิดแล้ว! Joys Of Journeys Market โซนไลฟ์สไตล์โฉมใหม่ กิน ช้อป พักผ่อน
แอมเวย์ ยกระดับสกินแคร์สู่มิติใหม่ของ Skin Longevity
เมกาโฮม เปิด “ตลาดนัดช่าง” ถูกจริง! สินค้าเพื่อช่าง
ทุบราคาลดหนัก 11 วันเต็ม ลดเปรี้ยงวันเดียวสูงสุด 75%
CEA ผนึก กรุงเทพมหานคร - เครือข่ายไทย-เทศ เปิดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 ส่งสัญญาณ “DESIGN S/O/S”
ซัมซุงผนึก Wonder Wash ส่งต่อพลังน้ำใจ
เปิดจุดซักอบผ้าฟรี ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved