“การใช้งานในสภาวะสุดขั้ว คือ ความเชี่ยวชาญของมิชลิน” ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง พลังขับเคลื่อนการเติบโตกลุ่มมิชลิน
17 Jun 2026

 

ในการจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ (Media Day) ครั้งล่าสุด ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน ที่ผ่านมา กลุ่มมิชลินชูประเด็น “ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง” ซึ่งแม้จะไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนในวงกว้าง แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์องค์กร โดยได้เลือกศูนย์ทดสอบอัลเมเรีย (Centro de Experiencias Michelin Almería: CEMA) ประเทศสเปน เป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากศูนย์ทดสอบแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และเป็นสถานที่ซึ่งมิชลินใช้ทดสอบยางล้อเพื่อรีดสมรรถนะให้ถึงขีดจำกัดสูงสุด

 

 

ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง: ความเชี่ยวชาญของมิชลินเพื่อการใช้งานในสภาวะสุดขั้วและภารกิจสุดท้าทาย

ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางของมิชลินได้รับการพัฒนาให้รองรับความท้าทายสุดขั้วได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญ และความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อการดำเนินงาน, เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของผู้คน

 

ยางเฉพาะทางเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่ต้องดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดด้านเทคนิค สภาพภูมิอากาศ และกฎระเบียบที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันการลงจอดอย่างปลอดภัยของอากาศยาน การใช้งานในเหมืองได้อย่างต่อเนื่อง หรือการเพิ่มสมรรถนะของเครื่องจักรการเกษตรในทุกสภาพอากาศ

 

ทั้งนี้ ยางเฉพาะทางเป็นมากกว่าชิ้นส่วนประกอบ แต่เป็นผลจากการผสานหลากเทคโนโลยีซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสภาพการใช้งานที่หนักหน่วงรุนแรงที่สุด สมรรถนะของยางเฉพาะทางเหล่านี้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติภารกิจสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น ดังนั้น ยางเฉพาะทางจึงถือเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ที่แม้จะไม่โดดเด่น แต่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

 

 

รากฐานการเติบโตที่สำคัญของกลุ่มมิชลิน

สำหรับกลุ่มมิชลิน ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และมีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง

ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงสุดของกลุ่มมิชลิน โดยสร้างรายได้ให้กับมิชลินคิดเป็นสัดส่วน 17% ของรายได้รวม โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) อยู่ที่ 13.1% ในปี 2568 และมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาสแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งด้านมูลค่าและปริมาณ การขาย เนื่องจากอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อาทิ การขนส่งทางอากาศ, โลจิสติกส์ และการป้องกันประเทศ โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGRs)[1] เฉลี่ยอยู่ที่ 3% ถึง 8%

 

การเติบโตของธุรกิจยางเฉพาะทางมีรากฐานมาจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง 90% ดำเนินการในประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง (Clermont-Ferrand) ทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากแผนเร่งรัดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, การขยายกำลังการผลิตยางเครื่องบินของโรงงาน มิชลินที่เมืองบูร์ฌ (Bourges) ประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนการนำกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัยและได้รับการจดสิทธิบัตรมาใช้ในโรงงานมิชลินที่เมืองเลอปุย (Le Puy), เมืองทรัวส์ (Troyes) และเมืองมงโซ-เลส์-มีนส์ (Montceau-les-Mines)

 

จุดเด่นของมิชลินอยู่ที่การมุ่งตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า, ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรม

มิชลินไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังช่วยยกระดับผลการดำเนินงานทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และมนุษย์

 

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว กลุ่มมิชลินได้ผสานศักยภาพของทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ากับนวัตกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับยางซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และความร่วมมือในฐานะพันธมิตรระยะยาว โดยอาศัยรากฐานความแข็งแกร่งด้านศักยภาพการวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการ ทีมนักวิจัยที่มีอยู่ราว 6,000 คน รวมทั้งความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นในด้านวัสดุศาสตร์และข้อมูล

 

นอกจากนี้ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตซึ่งเป็นเวทีทดสอบสมรรถนะยางภายใต้สภาวะการใช้งานที่ท้าทายถึงขีดสุด ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ตัวเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม” (Innovation Accelerator) ของกลุ่ม มิชลิน

 

 

CEMA: ศูนย์ทดสอบที่เปลี่ยน “ความเป็นไปไม่ได้” ให้เป็น “มาตรฐานใหม่”

ศูนย์ทดสอบ CEMA เหนือกว่าสนามทดสอบทั่วไปด้วยความโดดเด่นเฉพาะตัว อันประกอบด้วยสนามทดสอบระยะทางรวม 113 กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า 4,500 เฮกตาร์ (ประมาณ 28,125 ไร่), ยานพาหนะและเครื่องจักรกลที่มีความหลากหลายเป็นพิเศษ รวมทั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสมรรถนะที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของมิชลินจากเมืองแกลร์มง-แฟร็อง

 

ความเข้มงวดของกระบวนการตรวจวัดสมรรถนะ ประกอบกับปริมาณข้อมูลที่ได้รับการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ ทำให้ศูนย์ทดสอบแห่งนี้เป็นแหล่งรวมความเป็นเลิศ ทั้งยังเป็น “ห้องปฏิบัติการมีชีวิต” (Living Laboratory) ที่มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมของมิชลิน

 

[อ่าน 63]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
GALERI 24 ปั้นคอมมูนิตี้มอลล์ยุคใหม่ใจกลางสุขุมวิท 24 จากพื้นที่ค้าปลีกสู่ “Lifestyle Hub” ของคนเมือง
"เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์" สาขาคิงสแควร์ ชวนเวิร์คช้อปถ่ายภาพอาหารด้วยมือถือ “Lens & Latte” 20 มิ.ย. นี้
"เมโทร กรุ๊ป" รุกตลาดรถไฟฟ้าระดับพรีเมียม เปิดตัว "HONGQI E-HS9" ครั้งแรกในประเทศไทย
PTG ติดอันดับ “Fortune Southeast Asia 500” ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ยืนหยัด Top 50 ของภูมิภาค
"เซ็นทรัลพัฒนา" ครองอันดับ 1 ในกลุ่มอสังหาฯ ไทย ติดอันดับ 2026 Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน
"บอร์ด ธ.ก.ส." เห็นชอบเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ลดต้นทุนเกษตรกร เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved