การเคหะแห่งชาติเร่งปั้น “บ้านเพื่อคนไทย” ลุย Senior Complex–ฟื้นฟูเมือง ปลดล็อก Land Bank
08 Aug 2026


การเคหะแห่งชาติเร่งปั้น “บ้านเพื่อคนไทย” ลุย Senior Complex–ฟื้นฟูเมือง ปลดล็อก Land Bank สร้างรายได้ พร้อมขับเคลื่อนพลังงานสะอาด
 


โจทย์ของการเคหะแห่งชาติไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชน แต่กำลังขยายไปสู่การพัฒนาเมือง การรองรับสังคมสูงวัย การนำทรัพย์สินที่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพกลับมาสร้างรายได้ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

ล่าสุด การเคหะแห่งชาติเร่งขับเคลื่อนหลายโครงการสำคัญพร้อมกัน ตั้งแต่ “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ซึ่งวางแผนพัฒนากว่า 44,000 หน่วย โครงการ Senior Complex จังหวัดชลบุรี การฟื้นฟูเมืองในดินแดง ทุ่งสองห้อง รามอินทรา และห้วยขวาง ไปจนถึงการนำ Land Bank และที่ดินกลุ่ม Sunk Cost มาต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สินและสร้างรายได้กลับสู่องค์กร

 

 

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งให้ความสำคัญกับ 8 นโยบายหลัก ภายใต้แนวคิด “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน”

เป้าหมายสำคัญคือสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพย์สินของภาครัฐ เพื่อนำรายได้กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาว
 


 

“บ้านเพื่อคนไทย” วางแผนกว่า 44,000 หน่วย

หนึ่งในโครงการเรือธงคือ โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย ซึ่งมุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในทำเลที่เหมาะสม และอยู่ในระดับราคาที่สามารถเข้าถึงได้

โครงการจะพัฒนาภายใต้แนวคิด Universal Design รองรับการใช้งานของคนทุกช่วงวัย โดยแบ่งแผนการดำเนินงานออกเป็น 5 ระยะ ครอบคลุมมากกว่า 44,000 หน่วย และเตรียมทยอยเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในช่วงปี 2570–2575

ระยะที่ 1 มีจำนวน 5 โครงการ รวม 4,102 หน่วย ปัจจุบันอยู่ระหว่างทบทวนแผน และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีภายในเดือนมีนาคม 2570

ระยะที่ 2 จำนวน 4 โครงการ รวม 2,155 หน่วย อยู่ระหว่างสำรวจความต้องการ รวมถึงทบทวนรายละเอียดโครงการและแผนการเงิน คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีภายในเดือนเมษายน 2570

ส่วนระยะที่ 3 จำนวน 45 โครงการ รวม 10,906 หน่วย ตั้งเป้าเสนอคณะรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม 2570 ขณะที่ระยะที่ 4 มีจำนวน 21,861 หน่วย และระยะที่ 5 อีก 5,279 หน่วย

 

 

ปักหมุด Senior Complex ชลบุรี 1,696 หน่วย

อีกโครงการที่ถูกวางไว้เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย คือ โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ Senior Complex จังหวัดชลบุรี นำร่องในพื้นที่อำเภอบางละมุง จำนวน 1,696 หน่วย

โครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด “เมืองสร้างสุข” และออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานได้ทุกช่วงวัย

ภายในโครงการจะมีทั้งพื้นที่สำหรับกิจกรรมแบบ Active Activity เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และ Passive Activity สำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิต เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับผู้สูงอายุในวัยเกษียณ

รูปแบบการดำเนินงานจะใช้แนวทาง Design & Build + Invest ภายใต้การเช่าที่ราชพัสดุระยะยาว 30 ปี พร้อมสิทธิต่ออายุได้อีก 30 ปี โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการลงทุนและการบริหารโครงการในระยะยาว


 

ฟื้นฟูดินแดงเดินหน้า พร้อมเร่งทุ่งสองห้อง–รามอินทรา–ห้วยขวาง

ในด้านการพัฒนาเมือง การเคหะแห่งชาติยังเดินหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับพื้นที่ชุมชนเดิมให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น

สำหรับ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม มีความคืบหน้าในหลายส่วน

อาคารพักอาศัยแปลง A หรืออาคาร A1 เป็นอาคารสูง 32 ชั้น จำนวน 635 หน่วย อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2569

อาคารพักอาศัยแปลง D1 หรืออาคาร D2 สูง 35 ชั้น จำนวน 612 หน่วย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2570

ขณะที่อาคารพักอาศัยแปลง C หรืออาคาร C1 สูง 34 ชั้น จำนวน 816 หน่วย อยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาผู้รับจ้าง และคาดว่าจะสามารถเริ่มพัฒนาได้ภายในปี 2569

นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ในระยะต่อไปอีก 13,746 หน่วย โดยอยู่ระหว่างการศึกษาปรับปรุงแผนแม่บทโครงการ และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในปี 2570 ก่อนศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในรูปแบบ PPP ต่อไป

ส่วน โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้อง ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความพร้อมสูง และกำลังเร่งผลักดันให้สามารถเริ่มก่อสร้างและรองรับผู้อยู่อาศัยได้โดยเร็ว

ขณะที่โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทราและห้วยขวาง อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายละเอียดโครงการ เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาต่อไป

 

 

ปลดล็อก Land Bank–Sunk Cost เปลี่ยนทรัพย์สินเป็นรายได้

อีกโจทย์สำคัญคือการนำทรัพย์สินและที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มศักยภาพกลับมาสร้างมูลค่า โดยการเคหะแห่งชาติมีแผนพัฒนาที่ดินในกลุ่ม Land Bank และ Sunk Cost ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน

พื้นที่ที่อยู่ระหว่างพิจารณามีทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีศักยภาพสำหรับพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm รวมถึงกิจกรรมด้านการเกษตร

พื้นที่ บางพลีคอมเพล็กซ์ มีแนวทางพัฒนาเป็นโครงการเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่ร่มเกล้าและประชานิเวศน์มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ในอนาคต

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับบทบาทจากการถือครองที่ดินเพื่อรอการพัฒนา ไปสู่การบริหารพอร์ตทรัพย์สินเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ที่ดินของรัฐสามารถสร้างทั้งประโยชน์ทางสังคมและผลตอบแทนกลับสู่องค์กร

 

ดัน Solar Rooftop–EV Charging 79 พื้นที่

ควบคู่กับการพัฒนาที่อยู่อาศัยและบริหารทรัพย์สิน การเคหะแห่งชาติยังเร่งขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนทิศทางการลดการใช้พลังงานฟอสซิลและการพัฒนาสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ปัจจุบันได้ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop รวมถึงสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ EV Charging Station ภายในพื้นที่สำนักงานใหญ่ของการเคหะแห่งชาติ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2570

พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างคัดเลือกพื้นที่เพื่อติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารวม 79 พื้นที่ทั่วประเทศ และมีแผนทยอยเปลี่ยนรถยนต์ราชการที่ครบกำหนดสัญญาเช่าในปี 2569 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV

 

 

วางเป้า “องค์กรมั่นคงทางการเงิน” ควบคู่ภารกิจเพื่อสังคม

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวด้านการบริหารคือ การเคหะแห่งชาติอยู่ระหว่างสรรหาคณะกรรมการชุดใหม่ โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ และจัดประชุมนัดแรกภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายและการบริหารองค์กรดำเนินต่อเนื่อง

นายทวีพงษ์ ระบุว่า ทิศทางของการเคหะแห่งชาติหลังจากนี้จะยังมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ครอบคลุมประชาชนในทุกระดับ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทันสมัย และเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย

ขณะเดียวกันจะเร่งบริหารทรัพย์สินและที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างแหล่งรายได้กลับมาสนับสนุนภารกิจด้านสังคม ควบคู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เป้าหมายปลายทางจึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างสมดุลระหว่าง “ภารกิจเพื่อสังคม” กับ “ความมั่นคงทางการเงินขององค์กร” เพื่อให้การเคหะแห่งชาติสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกด้านที่อยู่อาศัยของประเทศได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

 

[อ่าน 1,035]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เอปสัน" เปิดบ้านต้อนรับยังก์ดีไซเนอร์ สานต่อความร่วมมือ "สยามเซ็นเตอร์" ปีที่ 3 ต่อยอดไอเดียจากห้องเรียนสู่ผลงานจริง
ธ.ก.ส. ร่วมเปิดงาน มหกรรมการเกษตร “TOYOTA FARM EXPO 2026”
วางจำหน่ายแล้ว OPPO A7 Pro Series 5G ราคาเริ่มต้น 13,999 บาท ชูเซลฟี่มุมกว้าง 50MP พร้อม AI ปรับเฟรม
Gother ขยับจากเว็บจองเที่ยว สู่แพลตฟอร์มขาย “ประสบการณ์” ตั้งเป้ายอดจอง 3,700 ล้านบาทในปี 2570
แสนสิริ เผยโฉม “SHUSH Ratchathewi” ลักซ์ชัวรี่ลอฟต์ดีไซน์คอนโดพร้อมอยู่ ใจกลางราชเทวี
ปันบุญ โดย ทีทีบี หนุนมูลนิธิใช้ AI และ Data เพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุน พร้อมยกระดับการบริจาคให้โปร่งใส
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved