
1. ผงวุ้นจากสาหร่ายสีแดง (Gracilaria): มาตรฐานของความกรอบเด้ง
หากถามว่าผงวุ้นมีกี่แบบ นี่คือประเภทแรกที่หลายคนนึกถึง พบเห็นได้ทั่วไปในท้องตลาด มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาวนวล ให้เนื้อสัมผัสที่กรอบและเด้ง เมื่อเซตตัวแล้วจะมีความคงตัวสูง ทนความร้อนในสภาพอากาศเมืองไทยได้ดีโดยไม่ละลายที่อุณหภูมิห้อง
เหมาะสำหรับขนมไทยดั้งเดิม เช่น วุ้นกะทิ วุ้นแฟนซี หรือวุ้นตัดที่ต้องการขอบคมชัด รวมทั้งผู้ประกอบการที่ทำขนมจัดเบรก เพราะขนมจะคงรูปสวยงามตลอดการขนส่ง
2. ผงวุ้นผสมคาราจีแนน (Carrageenan Blend): มิติแห่งความนุ่มหนึบ
หากต้องการเนื้อสัมผัสที่อยู่กึ่งกลางระหว่างวุ้นกับเจลาติน ผงวุ้นประเภทที่มีส่วนผสมของคาราจีแนนคือคำตอบ วุ้นชนิดนี้จะให้ความยืดหยุ่นและนุ่มละมุน ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป นิยมนำไปใช้ในกลุ่มขนมสมัยใหม่หรือเบเกอรี่ เช่น เยลลี่ผลไม้สไตล์ญี่ปุ่น พุดดิ้งเนื้อเด้ง หรือใช้เป็นส่วนประกอบในมูสเค้กเพื่อช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้นแต่ยังคงความละเมียดละไมเวลาตักทาน
3. ผงวุ้นชนิดเส้นหรือแผ่น (Agar Strips/Sheets): เสน่ห์ของความคลาสสิก
ไม่ว่าปัจจุบันผงวุ้นจะมีกี่แบบ แต่ในเชิงพาณิชย์และการทำอาหารเฉพาะทาง ผงวุ้นชนิดเส้นหรือแผ่นยังคงมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากมีเอกลักษณ์ในเรื่องของกลิ่นที่สะอาดและเนื้อสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ โดยก่อนใช้งานต้องนำไปแช่น้ำให้นิ่มก่อนเคี่ยว มักใช้ในเมนูที่ต้องการความใสบริสุทธิ์ของตัววุ้นสูง หรือใช้ในเมนูอาหารคาว
การประยุกต์ใช้ผงวุ้นในอาหารคาว
นวัตกรรมการทำอาหารในปัจจุบันก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ส่งผลให้ผงวุ้นถูกนำมาใช้เป็น Technique Provider ในจานอาหารคาวอย่างกว้างขวาง
เคล็ดลับสำคัญสำหรับมือใหม่
รู้แล้วว่าผงวุ้นมีกี่แบบ ต้องเข้าใจด้วยว่าหัวใจของการใช้ผงวุ้นอยู่ที่ "ความร้อน" และ "ความเข้มข้น" ผงวุ้นจะละลายสมบูรณ์ที่อุณหภูมิประมาณ 85-90 องศาเซลเซียส หากเคี่ยวไม่ถึงจุดเดือด วุ้นจะไม่เซตตัวหรือเกิดการคายน้ำในภายหลัง นอกจากนี้ การใช้สารที่มีความกรดสูง จะลดประสิทธิภาพการแข็งตัว จึงควรเติมส่วนผสมที่เป็นกรดหลังจากยกหม้อลงจากเตาแล้วเท่านั้น





