


นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“ปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของไอ-เทล และความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับลูกค้าระดับโลก แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านอัตราแลกเปลี่ยนและมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ แต่เรายังคงสามารถสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้เพิ่มขึ้นได้
เราเชื่อมั่นว่าการขยายตลาดของเราในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Chunk & Pâté จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างรากฐานให้แข็งแกร่งมากขึ้นในตลาดสหรัฐฯ
อีกทั้งเรายังได้รับปัจจัยหนุนจากกระแสสินค้าพรีเมียม โดยเฉพาะในกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มการเติบโตโดดเด่น สอดรับความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Functional & Wellness-Oriented Treats) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก”
ในไตรมาส 4 ปี 2568 ITC มียอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อยู่ที่ 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งของลูกค้ารายใหญ่ทั่วโลก โดยเมื่อเปรียบเทียบยอดขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐรายไตรมาสกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้านับตั้งแต่ปี 2566 - 2568 ITC มีการเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่วนยอดขายในสกุลเงินบาทนั้นอยู่ที่ 4,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า
ในไตรมาสนี้ บริษัทยังได้รับคำสั่งซื้อล็อตแรกสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่ม Chunk & Pâté จากพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในอนาคต บริษัทมีกำไรขั้นต้นปรับปรุง 1,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นหลังปรับปรุงที่แข็งแกร่งที่ 26% ขณะที่กำไรสุทธิหลังปรับปรุงอยู่ที่ 908 ล้านบาท
ตลาดอเมริกาคิดเป็น 58% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2568 เติบโต 17.8% จากปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง การขยายไลน์สินค้า และแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในสินค้ากลุ่มพรีเมียมและ Private Label รองลงมาคือเอเชียและโอเชียเนีย คิดเป็น 28% ของยอดขายทั้งหมด นำโดยญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย ขณะที่ตลาดยุโรปคิดเป็น 14% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ ไอ-เทลได้ลูกค้าใหม่เพิ่มรวม 42 รายในปี 2568
แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สินค้าใหม่ๆ และโภชนาการเพื่อสุขภาพ โดยยอดขายจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ราว 1,800 ล้านบาท สัดส่วนสินค้าพรีเมียมยังอยู่ในช่วงบนของกรอบเป้าหมายที่ 47–50% จากการเติบโตโดดเด่นของกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น 36.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจุบันกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงคิดเป็น 16% ของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมด สะท้อนความต้องการของผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียมและผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Products) ที่เติบโตทั่วโลก
ทั้งนี้ ITC เดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ 5 แห่งของประเทศไทย เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง และสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ในระยะยาว โดยบริษัทตั้งเป้าให้ 15% ของรายได้รวมในปี 2569 มาจากอาหารสัตว์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และโภชนาการเพื่อสุขภาพ
นายรอย ชาน กล่าวเสริมว่า
“ในปี 2569 เรายังคงมองเห็นแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเรายังคงมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียม นวัตกรรมที่ตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ และผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง ด้วยแผนงานนวัตกรรมและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในตลาดสำคัญของเรา ทำให้ไอ-เทลสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆ และขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง”





