
บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับองค์กร (Digital Enterprise Transformation) เผยผลประกอบการปี 2568 นิวไฮ กำไรสุทธิอยู่ที่ 347 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 341 ล้านบาท เติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่ 301 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,545 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 1,506 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในหลายอุตสาหกรรม อาทิ การเงิน ประกันภัย พลังงาน การผลิต และกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร รวมถึงการขยายฐานลูกค้าภาครัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2567 มั่นใจผลการดำเนินงานปีนี้ยังโตแกร่ง
บลูบิค ยังได้ทำการเปิดตัวบริษัทลูก ‘บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด’ ซึ่งเป็นการรวมตัวของทีมงาน บริษัท บลูบิค วัลแคน จำกัด และหน่วยธุรกิจ Digital Excellence & Delivery หรือ DX ของบลูบิค เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการด้าน DX (พัฒนาระบบดิจิทัล แอปพลิเคชันและโซลูชัน) รองรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง รับดีมานด์การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและการปรับใช้เทคโนโลยีในระดับองค์กรขาขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของบริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 127 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 80% (QoQ) ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 19% (QoQ) อยู่ที่ 451 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและการใช้โมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจตลอดปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งปีเพิ่มขึ้นจาก 48% ในปี 2567 เป็น 50% ในปี 2568 ในส่วนของมูลค่างานคงเหลือ (Backlog) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ของบริษัทฯ (รวมแบ็กล็อกของกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมทุน) อยู่ที่ 952 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้มากกว่า 777 ล้านบาทภายในปีนี้ และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570 - 2573

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้บลูบิคขับเคลื่อนโครงการสำคัญระดับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการทำธุรกิจยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวชี้วัดขีดความสามารถทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุด ส่งผลให้ความต้องการขององค์กรธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น และการส่งมอบงานที่รวดเร็วแม่นยำกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ ‘บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด’ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างการทำงาน (Structure Transformation) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน Digital Excellence & Delivery ให้พร้อมรองรับเทรนด์เทคโนโลยีในทุกมิติ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับองค์กร และ AI Transformation ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการส่งมอบนวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
“บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการขยายตัวจากกระแสการปรับใช้เทคโนโลยีในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละองค์กรมีความต้องการที่แตกต่างกันไปตามบริบทของตนเอง ดังนั้นทิศทางการดำเนินงานในระยะถัดไป บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการขยายการให้บริการที่ครอบคลุมและลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Digital Ecosystem ของลูกค้าในระยะยาวด้วยนวัตกรรมและกลยุทธ์ที่แม่นยำ เพื่อปลดล็อกศักยภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรลูกค้า” นายพชร กล่าว
นายปัญญา พรขจรกิจกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า การบริหารจัดการกำลังพลภายใต้ บลูบิค ดิจิทัล มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากกว่าเดิม เนื่องจากการทำงานแบบรวมศูนย์ (Centralization) ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำ Research & Development รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ (Innovation) จากเดิมที่เคยกระจัดกระจาย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อีกทั้งการทำงานภายใต้แนวคิด “We don't deliver systems. We deliver outcomes.” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพงานและกรอบเวลาการส่งมอบ จะทำให้บริษัทสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด และส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง
“ปัจจุบัน บลูบิค กรุ๊ป มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคฯ มากกว่า 1,000 คน ขณะที่ บลูบิค ดิจิทัล มีกว่า 500 ราย และมีแผนเพิ่มกำลังพล 10% ภายในปีนี้ เพื่อรองรับแผนการเติบโตและโครงการขนาดใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนยกระดับสู่การเป็น Strategic Tech Enabler ผ่านการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และโอกาสในการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ รวมถึงการดึงดูดพันธมิตรระดับโลก และบรรลุเป้าหมายการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ในอนาคตอีกด้วย” นายปัญญา กล่าวปิดท้าย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทฯ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Website : www.bluebik.com หรือติดตามข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดียได้ที่ Facebook Page : Bluebik Group และ LinkedIn : Bluebik Group




