
จากกรณีดังกล่าว AIS ขอเน้นย้ำเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าว่า

ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่า คนร้ายติดต่อผู้เสียหายโดยอ้างเป็น “เจ้าหน้าที่ AIS” แจ้งว่ามีการนำบัตรประชาชนไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ในจังหวัดเลย และอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ก่อนสร้างสถานการณ์ให้เกิดความหวาดกลัว และหลอกให้ต่อสายไปยังผู้ที่อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งยังแอดไลน์และวิดีโอคอลเพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย
โดยแสดงภาพบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และจำเป็นต้องโอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนดเพื่อ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน ก่อนภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นขบวนการมิจฉาชีพ
ภายหลังได้รับการร้องเรียน AIS ได้เร่งประสานข้อมูลเชิงเทคนิคและรายละเอียดเส้นทางการติดต่อกับตำรวจ CIB เพื่อสนับสนุนการสืบสวน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นและหมายจับ และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชนโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น” รวมถึงความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ข้อแนะนำประชาชน
AIS ยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิคแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัล และปกป้องประชาชนจากภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างต่อเนื่อง





