
เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 หรือ Bangkok Design Week 2026 (BKKDW2026) ภายใต้ธีม “DESIGN S/O/S” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เครือข่ายนักสร้างสรรค์ และพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในฐานะเวทีที่ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่ “Creative Hub of Asia” ส่งออก “Power of Thai Design” ให้เป็นพลังใหม่ของเศรษฐกิจไทย
ตลอด 11 วันของการจัดเทศกาลฯ ได้พิสูจน์แล้วว่าความร่วมมือจากนักสร้างสรรค์ นักพัฒนาเมือง ผู้ประกอบการ ภาคการศึกษา และชุมชน ทำให้เทศกาลฯ เป็นมากกว่าเทศกาลงานออกแบบทั่วไป แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจระดับย่าน ที่ใช้ “เมืองเป็นเวที” และ “นักสร้างสรรค์เป็นผู้ร่วมสร้าง” มีโปรแกรมที่เข้าร่วม 626 โปรแกรม และผู้ร่วมจัดเทศกาลฯ จำนวน 1,905 คน พร้อมด้วยเครือข่ายนักสร้างสรรค์ต่างประเทศกว่า 17 ประเทศ ผลลัพธ์ที่กล่าวมานี้เป็นบทพิสูจน์ที่สะท้อนบทบาทของ “การออกแบบ” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองและธุรกิจให้เติบโตและเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

Beyond the Festival: เทศกาลสร้างสรรค์ที่ท้าทายเวทีโลก
ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวถึงพัฒนาการที่น่าสนใจของเทศกาลฯ ว่า “Bangkok Design Week ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเวทีแสดงศักยภาพของเหล่านักสร้างสรรค์จากหลากหลายสาขา ควบคู่ไปกับการเป็นเวทีแสดงศักยภาพของพื้นที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เทศกาลฯ มีความสำคัญในการสร้างการรับรู้ใหม่ ๆ ให้กับเมือง ซึ่งสามารถกระตุ้นและดึงดูดการลงทุน ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เข้ามา ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คงหนีไม่พ้น “ย่านเจริญกรุง - ตลาดน้อย” ย่านต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านหลักของการจัดเทศกาลฯ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ TCDC กรุงเทพฯ จากเดิมที่ย่านเคยมีอาคารร้างกว่า 134 แห่ง ปัจจุบันลดเหลือเพียง 24 แห่ง พื้นที่ว่างนับร้อยถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นด้วยธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งคาเฟ่แกลเลอรี และโฮสเทล หลังจากผู้ประกอบการเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่จากช่วงเทศกาลฯ สิ่งเหล่านี้คือร่องรอยความสำเร็จที่ยืนยันได้ว่าเทศกาลงานออกแบบสามารถพลิกย่านที่เงียบเหงาสู่ย่านเศรษฐกิจใหม่ ๆ ได้ และ CEA จะยังคงใช้งานออกแบบเป็นเครื่องมือยกระดับเศรษฐกิจในย่านหรือพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี”
Bangkok Design Week 2026 ยังคงมีอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญ นั่นคือ โครงการพัฒนาย่านหนังสือกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Book District เป็นครั้งแรก บนถนนสายประวัติศาสตร์หนังสือบริเวณย่านผ่านฟ้า - วังบูรพา – เฟื่องนคร - นครเขษม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA กรุงเทพมหานคร OKMD ผู้ประกอบการร้านหนังสืออิสระ และผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมหนังสือ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมพื้นที่เมืองผ่านธุรกิจในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมร้านหนังสืออิสระ เพื่อให้หนังสือเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจร้านหนังสือ ผู้ผลิตและพื้นที่ สู่การเป็นต้นแบบ “ย่านหนังสือ” ของเมือง
ความสำเร็จของเทศกาลฯ ในปีที่ 9 นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวต่อไปที่จะต้องเดินหน้าต่อได้ไกลยิ่งขึ้น Bangkok Design Week ได้ปักธงการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็น Creative Hub of Asia โดยมีนักสร้างสรรค์จากทั่วประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 17 ประเทศ ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็น “จุดหมายปลายทางสำคัญ” ที่ดึงดูดทั้งเม็ดเงิน นักท่องเที่ยว นักลงทุน และนักสร้างสรรค์ ให้ไหลเวียนเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไม่ขาดสาย สำหรับเป้าหมายต่อไปในการก้าวสู่ปีที่ 10 คือการยกระดับมาตรฐานของ Bangkok Design Week ไปสู่นานาชาติมากขึ้น โดยมี Milan Design Week ของอิตาลี เป็นโมเดลสำคัญในการยกระดับเทศกาลฯ ต่อไปในอนาคต
“ปัจจุบันกล่าวได้ว่า Bangkok Design Week มีศักยภาพโดดเด่นในฐานะเทศกาลสร้างสรรค์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในมิติของผลงาน โปรแกรม และการมีส่วนร่วมของนักสร้างสรรค์และผู้คนในชุมชน CEA ยังคงมุ่งขยายบทบาทของเทศกาลฯ สู่เวทีระดับนานาชาติ โดยปีหน้าซึ่งเป็นวาระครบรอบ 10 ปี ที่จะยกระดับเทศกาลฯ ให้เชื่อมต่อกับตลาดโลกมากขึ้น มุ่งสู่การเป็น Creative Hub of Asia อย่างเต็มรูปแบบ” ดร. ชาคริต กล่าวทิ้งท้าย
Made in Bangpho: โมเดลธุรกิจฟื้น “ลมหายใจ” ถนนสายไม้ ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิด “DESIGN S/O/S” ได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ “ย่านบางโพ” หรือที่รู้จักในชื่อชุมชนประชานฤมิตร ถนนสายไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันของเฟอร์นิเจอร์นำเข้าราคาถูกและการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมซื้อใหม่มากกว่าการซ่อม ปีนี้ Primary Workshop บริษัทสถาปัตยกรรม และเครือข่ายผู้ประกอบการในชุมชน ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการ “Made in Bangpho: จากขี้เลื่อยสู่ทองคำ” ที่นำเสนอโมเดลธุรกิจใหม่ด้วยการต่อยอดผลงานจาก “วัสดุเหลือใช้จากชุมชน” ที่เป็นต้นทุนของผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยร่วมกับ Wastematters สตูดิโอวิจัยด้านวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม และ Sun and Moon Bangkok สตูดิโอโปรดักชันร่วมสมัย ใช้เศษขี้เลื่อยมาผสมกับเศษอาหาร เช่น เปลือกไข่และเปลือกกุ้ง พัฒนาเป็นต้นแบบวัสดุกรุผิวชีวภาพชื่อ “Sawdust Pavilion” ที่ช่วยลดภาระต้นทุนด้านการจัดการวัสดุเหลือใช้ ทั้งยังเปิดโอกาสการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ให้ผู้ประกอบการในย่านนำไปใช้งานได้จริง และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
ตัวแทนจาก Primary Workshop ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการ กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงเวลาการจัดเทศกาลฯ ว่า “วันนี้คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าช่างไม้บางโพมีศักยภาพมากเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าเราจะพาธุรกิจชุมชน ‘รอด’ ในกระแสโลกที่เปลี่ยนไปได้อย่างไร นิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์ผลงานจัดแสดง แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับคำว่า Made in Bangpho โดยเรากำลังสร้าง Brand Identity ของย่านที่ไม่ได้ขายแค่ไม้ แต่ขาย ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ ที่จับต้องได้จริง โดยผสานจุดแข็งดั้งเดิมด้านงานไม้ ทั้งงานฝีมือ การซ่อมแซม และบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟอร์นิเจอร์นำเข้าไม่สามารถทดแทนได้ นี่จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการในบางโพแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ และรักษาลมหายใจของชุมชนไว้ได้ต่อไป” สิ่งที่ชุมชนบางโพจะได้กลับไปจึงไม่ใช่แค่ยอดขายระยะสั้น แต่คือ “แบรนดิ้งของชุมชน” ที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมด้วยองค์ความรู้ใหม่ในการจัดการวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญในการทำธุรกิจยุคใหม่ที่โลกกำลังมองหาความยั่งยืน”
D/Objects: “ดีไซน์แฟร์” สู่แพลตฟอร์มส่งออกดีไซน์ไทยในเวทีโลก
ทางด้านธุรกิจและตลาดโลก D/Objects ภายใต้ Thailand Creative House ของ CEA เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA และสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ (Design & Objects Association) สู่การเป็นงานแฟร์ด้านดีไซน์ในรูปแบบ Global Sourcing Hub แพลตฟอร์มเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดสากลสำหรับสินค้าออกแบบ โดยคัดเลือกแบรนด์ไทยกว่า 60 แบรนด์ ที่มีศักยภาพด้านการผลิต การออกแบบ และการต่อยอดเชิงธุรกิจ มานำเสนอภายใต้แนวคิด “Reinvent the Origin” หรือ “การชุบชีวิตต้นกำเนิด” ด้วยการนำรากเหง้า วัตถุดิบ และบริบทดั้งเดิมของไทย มาตีความใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตร่วมสมัยของคนเอเชียและยุโรปในยุคปัจจุบัน

อมรเทพ คัชชานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ (Design & Objects Association) ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีแพลตฟอร์มรูปแบบนี้ว่า “ที่ผ่านมา เรามักเจอปัญหาว่างานแฟร์ทั่วไปไม่สามารถตอบโจทย์การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ไทยในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง การเกิดขึ้นของ D/Objects ใน Bangkok Design Week 2026 จึงเป็น Game Changer สำคัญ โดยเป็นการคัดเลือกแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การวิเคราะห์ ไปจนถึงการแก้ไขโจทย์ทางธุรกิจเพื่อยกระดับขีดความสามารถในระดับสากล
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายให้ Bangkok Design Week เป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้ซื้อและผู้ประกอบการต่างชาติ ต้องเดินทางมาเพื่อสัมผัสเทศกาลงานออกแบบในช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ ทั้งหมดเพื่อเป็นการสร้างอำนาจการต่อรองในตลาดโลก และเป็นการเปลี่ยนงานโชว์เคสธรรมดา ให้เป็น ‘Business Platform’ ที่เกิดการจับคู่ธุรกิจได้จริง อีกทั้งสะท้อนกลยุทธ์การสร้าง Brand Export ยุคใหม่ ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงมิติความงามหรือความประณีตของงานออกแบบ แต่ตอบโจทย์ด้วย ‘โซลูชัน’ และ ‘ประสบการณ์การใช้ชีวิต’ ที่สามารถเป็นที่ยอมรับและตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดโลก” คุณอมรเทพ กล่าวเสริม
D/Objects คือ การปูทางให้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสัญชาติไทย ก้าวข้ามจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) หรือผู้ขายรายย่อย สู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลที่มีเอกลักษณ์และเติบโตอย่างสง่างามในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ข้ามพรมแดน
ทั้งหมดนี้ คือ บทสรุปของ Bangkok Design Week 2026 ที่ได้ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า “การออกแบบทำอะไรได้บ้าง” ต่อ “คน ธุรกิจ และเมือง” ปรับตัว เติบโต และรับมือกับความท้าทายของโลก พร้อมก้าวสู่ปีที่ 10 “Bangkok Design Week 2027”





