เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โกยกำไรปกติทะลุ 600 ล้านบาท จ่อปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์
05 Mar 2026


บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts PCL.: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (Singha Estate PCL.: S) เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2568 รายงานรายได้จากการดำเนินงานรวมที่ 10,299 ล้านบาท รับแรงหนุนแกร่งจากโรงแรมในประเทศไทยที่รายได้เติบโตขึ้นกว่า 21% จากปีก่อน

โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากความสามารถในการปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย(ADR) และการดึงดูดกลุ่มลูกค้าศักยภาพที่มีกำลังใช้จ่ายสูงประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว (Normalised Net Profit) ในปี 2568 ที่จำนวน 615 ล้านบาท

 

 

ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานหลัก เป็นผลให้คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัตินำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรา 0.055 บาทต่อหุ้น โดยเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายไปก่อนหน้า คิดเป็นเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.070 บาทต่อหุ้น เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่บริษัทฯ เคยประกาศจ่ายเงินปันผลมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้บรรลุความคืบหน้าสำคัญในการปรับพอร์ตการลงทุนและดำเนินการตามแผนกลยุทธ์หมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) ผ่านการเข้าทำรายการจำหน่ายโรงแรมจำนวน 15 แห่งที่มีข้อจำกัดด้านศักยภาพการเติบโตและการทำกำไร (Non-core assets) ในสหราชอาณาจักรแม้จะส่งผลให้ต้องมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-recurring expenses) แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนของบริษัทฯ ในอนาคต

 

 

มร. ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของบริษัทฯ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ความมีวินัยทางการเงิน และความสามารถในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

นอกจากนี้ปีนี้ยังเป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทฯ ตัดสินใจครั้งสำคัญในการปรับกลยุทธ์ไปสู่การมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality) ซึ่งวัดจากการสร้างกำไรและผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอ มากกว่าปริมาณของสินทรัพย์ (Asset Quantity) ไม่ว่าจะเป็นจำนวนโรงแรม หรือห้องพักที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการ โดยการขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและศักยภาพการทำกำไรของพอร์ตโฟลิโอโดยรวมให้สูงขึ้น โดยเงินสดสุทธิที่ได้มาจากการขายในครั้งนี้จะนำไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพต่อไป

 

 

ทั้งนี้ ภายหลังการขายสินทรัพย์ดังกล่าว บริษัทฯ จะมุ่งดำเนินธุรกิจในภูมิภาคที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าการลงทุนแบบ Selective Investment โดยให้ความสำคัญกับโอกาสในการสร้างมูลค่าและผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของกำไรและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต”

ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งงบการลงทุนในโครงการใหม่จำนวน 3,000 – 3,500 ล้านบาท โดยมุ่งลงทุนในโครงการบราวน์ฟิลด์ (Brownfield) ที่มีศักยภาพในการสร้างผลกำไรหรือการเพิ่มมูลค่า (Uplift) ในอนาคต เนื่องจากสามารถขับเคลื่อนผลตอบแทนกลับมาได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น

“แนวโน้มผลประกอบการของปี 2569 คาดว่าแรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์ โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมารายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) ในประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องถึง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีแรงหนุนจากโรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต ที่เติบโตต่อเนื่องด้วย RevPAR ที่สูงขึ้นถึง 17% จากเดือนมกราคม 2568 และสามารถปรับอัตราห้องพักต่อคืน (ADR) อีกกว่า 13% ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 18,574 บาทต่อคืน ขณะที่ RevPAR ของมัลดีฟส์ ในเดือนมกราคมก็ปรับตัวสูงขึ้นที่ 19% จากปีก่อน โดยหลักเป็นผลจากราคาห้องพักของโรงแรม ทราย ลากูน มัลดีฟส์ ที่สูงขึ้นถึง 27% สู่ระดับ 512 ดอลลาร์ต่อคืน หรือประมาณ 16,016 บาท

 

 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาสนับสนุนให้อัตราการทำกำไรปรับตัวสูงขึ้น คือผลลัพธ์จากการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มสินทรัพย์ที่ถูกพิจารณาขายออกไปได้บันทึกผลขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยลบสำคัญที่กดดันความสามารถในการทำกำไร

ดังนั้น ในอนาคตบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถยกระดับคุณภาพกำไรและเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หรือ Recurring EBITDA Margin จะสูงขึ้นจากระดับ 25-26% มาอยู่ที่ระดับ 27–30%” นาย ไมเคิล กล่าวเสริม

 

[อ่าน 62]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
BLESS ผนึก “เบลล่า ราณี” เปิดโครงการ “BLESSING HER” จากลูกบ้านสู่พลังการให้ ขยายคุณค่าจากบ้านสู่คุณภาพชีวิต
"ไมเนอร์ โฮเทลส์" เปิดตัว อวานี พลัส ล้านช้าง เวียงจันทน์ เสริมแกร่งแบรนด์อวานีในประเทศลาว
เซ็นทรัลพัฒนา ปั้น “WORLD TASTE OF TEA 2026” สู่ Global Lifestyle Festival จับเมกะเทรนด์ชาเพื่อสุขภาพ
BAM เปิดเกมรุกปี 2569 “3 ฟันเฟือง” รับเศรษฐกิจผันผวน—เร่งเงินสด ลดเวลาถือครองทรัพย์ ปั้นคนให้ทันเกม
Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ดีไซน์สปอร์ต Fastback เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 69
เอพี ไทยแลนด์ เปิดตัว ‘AP RISING BLUEPRINT’ ภายใต้งบลงทุน 2,000 ลบ. เพิ่มโอกาสเติบโต
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved