

ศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในปี 2569 ยังมีดีมานด์จากกลุ่มลูกค้าระดับบน แม้การแข่งขันในตลาดจะเข้มข้นขึ้น แต่บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ การเลือกทำเลศักยภาพ และการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มกำลังซื้อสูง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในระยะยาว
สำหรับทิศทางธุรกิจปีนี้ A5 วางน้ำหนักไปที่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” มากกว่าการเร่งขยายขนาดธุรกิจ โดยต่อยอดจากแกนหลักเดิมผ่านแนวคิด 5-Pillar Expansion Strategy ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ธุรกิจออกแบบและก่อสร้าง A5 Design ธุรกิจบริการและโซลูชันสำหรับลูกค้าระดับบน Upper Class Solution รวมถึงแผนลงทุนในอีก 2 ธุรกิจใหม่ในอนาคต เพื่อกระจายแหล่งรายได้ เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ และเสริมความมั่นคงของกระแสเงินสดในระยะยาว

ศุภโชค กล่าวว่า “บริษัทต้องการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่พึ่งพารายได้จากธุรกิจเพียงช่องทางเดียว แต่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ระบบธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาโครงการ ไปจนถึงการดูแลประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้าในระยะยาว”
สาระสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ จึงไม่ใช่เพียงการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ แต่เป็นการยกระดับบทบาทของ A5 จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ผู้สร้าง Luxury Living Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาโครงการ ไปจนถึงบริการดูแลประสบการณ์อยู่อาศัยหลังส่งมอบ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคระดับบนที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” มากพอ ๆ กับตัวสินค้า

ในเชิงผลประกอบการ A5 ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 1,600 ล้านบาท และมี ยอดขายรอโอน (Backlog) 967 ล้านบาท ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 จากโครงการ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7, VANA Ratchapruek-Westville, CINQUIÈME Krungthep Kreetha และ Rachaya ซึ่งจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า บริษัทมีฐานรายได้รองรับในระดับหนึ่งแล้ว ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนพัฒนา 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 5,140 ล้านบาท ภายในปี 2572 ในทำเลศักยภาพอย่าง กรุงเทพกรีฑา ราชพฤกษ์ พัฒนาการ และรามอินทรา–วัชรพล เพื่อรองรับดีมานด์ของตลาดบ้านระดับลักชัวรี และขยายศักยภาพธุรกิจในระยะยาว

หนึ่งในหมากสำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว A5 Design บริษัทในเครือที่ให้บริการ Design & Build สำหรับบ้านระดับลักชัวรีแบบครบวงจร ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ สถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน ไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นการนำองค์ความรู้จากการพัฒนาโครงการของ A5 มาต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ที่สามารถให้บริการทั้งภายในและภายนอกกลุ่มบริษัท

ณัฐพล ผลเอนก Head of Business Unit A5 Design กล่าวว่า “A5 Design เกิดจากประสบการณ์ของ Asset Five ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีมากกว่า 10 ปี เราเชื่อว่าบ้านที่ดีไม่ได้เกิดจากดีไซน์ที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความเข้าใจผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง เพื่อสร้างบ้านที่มีทั้งคุณภาพ ความงดงาม และคุณค่าในระยะยาว”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนชัดว่า A5 Design ไม่ได้ถูกวางให้เป็นเพียงธุรกิจสนับสนุนภายในองค์กร แต่เป็นกลไกใหม่ในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากความเชี่ยวชาญเดิม โดยเฉพาะในตลาดบ้านลักชัวรีที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับรายละเอียด คุณภาพงานก่อสร้าง และการออกแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น
อีกหนึ่งธุรกิจใหม่คือ Upper Class Solution บริษัทในเครือ Asset Five Development ที่ให้บริการด้าน Property Management ควบคู่กับ Home Expert & Lifestyle Services เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในโครงการลักชัวรี และเพิ่มคุณค่าให้โครงการในระยะยาว

ณัฐวัฒน์ หลวงวิเศษ Head of Business Unit Upper Class Solution กล่าวว่า
“การบริหารโครงการที่ดีไม่ได้เป็นเพียงการดูแลระบบและสถานที่เท่านั้น แต่คือการรักษามาตรฐานของโครงการ และยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว”
มุมมองนี้สะท้อนว่า เกมการแข่งขันในตลาดลักชัวรีวันนี้ไม่ได้จบลงเมื่อปิดการขาย แต่ยังต่อเนื่องไปถึงการบริหารจัดการหลังส่งมอบ การรักษามาตรฐานโครงการ และการสร้างความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษามูลค่าแบรนด์และความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ การเดินเกมของ A5 ในปี 2569 มีนัยสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การรักษาความแข็งแรงของธุรกิจหลักในตลาดลักชัวรี การสร้างรายได้ใหม่จากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และการเพิ่มน้ำหนักไปสู่รายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้นเพื่อลดความผันผวนจากรอบการเปิดขายและโอนโครงการ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการอสังหาฯ ในยุคที่ตลาดไม่ได้เติบโตแบบหวือหวาเหมือนในอดีต





