"AIM Group" เปิดแผนธุรกิจและ ESG ปี 69 มุ่งเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Growth for Good
10 Mar 2026

 

“เอไอเอ็ม กรุ๊ป” หรือ AIM Group ผู้บริหารกองทรัสต์อิสระและที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้แนวคิด Growth for Good พร้อมเดินหน้ายกระดับ ESG ทุกมิติ โดยธุรกิจบริหารจัดการกองทรัสต์อิสระ เตรียมนำกองทรัสต์ AIMIRT เข้าลงทุนเพิ่มเติมและศึกษาโอกาสลงทุนในทรัพย์สินใหม่

 

 

นายจรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ็ม กรุ๊ป เปิดเผยว่า หลังจากปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้โดดเด่นและทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทรัสต์และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สู่การขยายธุรกิจด้านที่ปรึกษาทางการเงินในปีที่ผ่านมา แผนงานในปี 2569 จะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Growth for Good” โดยธุรกิจหลักทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่

1. ธุรกิจบริหารจัดการกองทรัสต์อิสระ โดยกองทรัสต์ AIMIRT ซึ่งเป็นกองทรัสต์ชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมและเป็น Flagship ของเอไอเอ็ม กรุ๊ป โดยในปี 2569 กองทรัสต์ AIMIRT เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมในคลังห้องเย็น (ส่วนต่อขยาย) ของโครงการแปซิฟิค ห้องเย็น และอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสขยายการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว ควบคู่การบริหารความเสี่ยงและโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย และ

 

2. ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างทุนและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยมีดีลอย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพและความเชื่อมั่นจากลูกค้า

ขณะเดียวกัน เอไอเอ็ม กรุ๊ปให้ความสำคัญกับการดำเนินงานและยกระดับ ESG ทุกมิติ โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปีที่ผ่านมา กองทรัสต์ AIMIRT ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ ESG100 โดยสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และในปี 2569 บริษัทเตรียมยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG ให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมิน FTSE Russel ESG Scores ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนำมาใช้

 

 

นายธนาเดช โอภาสยานนท์ กรรมการผู้จัดการ เอไอเอ็ม กรุ๊ป กล่าวว่า กองทรัสต์ AIMIRT มีเป้าหมายขยายมูลค่าทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผ่านการเติบโตแบบมีวินัยและการคัดเลือกทรัพย์สินอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว ปัจจุบันกองทรัสต์ AIMIRT มีทรัพย์สิน รวมกว่า 14,662 ล้านบาท โดยกว่า 70% เป็นทรัพย์สินประเภทกรรมสิทธิ์ โดยในปี 2568 ได้ลงทุนเพิ่มเติม 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1,430 ล้านบาท ได้แก่ โครงการพรีซิชั่น วาล์ว โครงการปิ่นทองครั้งที่ 3 และโครงการแอลฟา บางนา กม.22 ซึ่งช่วยเสริมคุณภาพพอร์ตการลงทุน กระจายฐานผู้เช่า และเพิ่มเสถียรภาพของรายได้และผลตอบแทนจากการลงทุน

 

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนมีความผันผวนจากผลกระทบมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกาและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้ายังคงอยู่ในระดับที่ดี โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงปัจจุบัน ภาพรวมการเช่าพื้นที่มีแนวโน้มคึกคักมากขึ้น ทั้งนี้ กองทรัสต์ AIMIRT ซึ่งเป็นกองทรัสต์อิสระที่มีมูลค่าทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยังคงมีอัตราการเช่าพื้นที่มากกว่า 90% สะท้อนถึงคุณภาพของทรัพย์สินและศักยภาพของทำเลในพอร์ตการลงทุน

 

 

นางสาวญาณิชศา ชาติวุฒิกอบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เอไอเอ็ม กรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 ของกองทรัสต์ AIMIRT เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 1,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 13% จากปีก่อนหน้า จากการรับรู้รายได้เต็มปีของทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา กองทรัสต์สามารถจ่ายผลตอบแทนรวม 0.83 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 8% (คำนวณจากราคาปิด ณ 30 ธันวาคม 2568)

 

นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กองทรัสต์ AIMIRT สามารถจ่ายผลตอบแทนในระดับประมาณ 0.80 บาทต่อหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้กองทรัสต์รักษาระดับผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงอย่างต่อเนื่อง คือการบริหารจัดการด้วยผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ ซึ่งทำให้สามารถคัดเลือกทรัพย์สินที่มีศักยภาพได้อย่างโปร่งใส พร้อมบริหารจัดการกองทรัสต์อย่างเข้มงวด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทรัสต์และผู้ถือหน่วยเป็นสำคัญ ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนมีความแข็งแกร่งจากการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และสามารถสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพการบริหารงานมืออาชีพที่มุ่งสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่นักลงทุนในระยะยาว

[อ่าน 2,310]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อ “Thailand Pavilion” ต้องมากกว่าความสวย MaxiMICE ใช้ Design สร้าง Experience พาไอเดียไทยสู่เวทีโลก
ทีเส็บ เปิดตัว 6 พื้นที่ใหม่ “ไมซ์ซิตี้” ดันยอดทั่วไทยทะลุ 16 เมือง ต่อยอดกระจายจัดงานไมซ์ทุกภูมิภาคทั่วไทย
HONOR MagicPad 4 และแกดเจ็ต AIoT คู่ใจ ไอเทมที่พร้อมไปกับทุกไลฟ์สไตล์
"เอเอเอส กรุ๊ป" แต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ร่วมกับ "ตงเฟิง" นำแบรนด์ VOYAH สู่ประเทศไทย
"SCG" ผนึก "ดอยคำ" สนับสนุนผลผลิตมังคุดไทย สร้างรายได้แก่เกษตรกร
จากบัตรเดบิตถึงศูนย์การค้า Visa ดึง BTS เชื่อมการใช้จ่ายกับประสบการณ์คอนเสิร์ต
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved