BKIH โชว์แกร่งปี'68 กำไรนิวไฮทะลุ 3.1 พันล้าน จ่ายปันผล 17.50 บาท กางแผนปี 2569 ปักธงเบี้ย 3.2 หมื่นล้าน รุกโปรดักต์ไลฟ์สไตล์-AI
19 Mar 2026


บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH เปิดผลดำเนินงานปี 2568 อย่างแข็งแกร่ง โดยทำกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อน พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท สะท้อนฐานะการเงินและศักยภาพการบริหารธุรกิจของกลุ่มที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่องท่ามกลางภาวะเสี่ยงรอบด้าน

 

 

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร BKIH และ BKI กล่าวว่า

ผลการดำเนินงานดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโต การบริหารความเสี่ยง และการคงวินัยทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ในปีที่ผ่านมา บริษัทต้องเผชิญทั้งเหตุแผ่นดินไหว น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ และต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย แต่กรุงเทพประกันภัยซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลัก ยังสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% และทำสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัทอีกครั้ง

ภาพสะท้อนสำคัญจากผลประกอบการปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขกำไรที่ขยับขึ้น แต่ยังสะท้อนความสามารถในการยืนระยะของธุรกิจประกันวินาศภัยไทยในช่วงที่ความเสี่ยงซับซ้อนขึ้น ทั้งจากภัยธรรมชาติ ความผันผวนของเศรษฐกิจ และต้นทุนการบริหารความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดย BKIH ยังรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินระดับ A- แนวโน้มคงที่ จาก S&P ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นอีกสัญญาณยืนยันความแข็งแรงขององค์กร

สำหรับปี 2569 BKIH ประเมินว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยยังมีโอกาสเติบโตต่อ โดยมีแรงหนุนจากเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น การเดินหน้าโครงการลงทุนภาครัฐ และการตื่นตัวของประชาชนต่อการทำประกันภัยทรัพย์สินหลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันประกันสุขภาพยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อจากค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น และประกันเดินทางต่างประเทศยังได้แรงหนุนจากกระแสท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ท่าทีของบริษัทไม่ได้มองปี 2569 ในเชิงบวกเพียงด้านเดียว ดร.อภิสิทธิ์ชี้ว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เพราะอาจดันราคาพลังงานและค่าครองชีพให้สูงขึ้น กระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบางอยู่แล้วจากภาระหนี้ครัวเรือนสูง อีกทั้งความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อยังส่งผลต่อยอดขายบ้านและรถยนต์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการเติบโตของเบี้ยประกันภัย นอกจากนี้ ภาคส่งออกและประกันภัยทางทะเลยังมีแนวโน้มรับแรงกดดันจากต้นทุนขนส่งและเบี้ยคุ้มครองภัยสงครามที่อาจปรับสูงขึ้นด้วย

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว บริษัทประกาศใช้แนวคิด “Fast and Flexible Mindset” เป็นแกนหลักของการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 โดยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมไว้ที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% แนวคิดนี้สะท้อนการปรับองค์กรให้ทำงานได้รวดเร็ว คล่องตัว และยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า คู่ค้า และกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้ทันท่วงที ทั้งในด้านการรับประกันภัย การขาย และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน

อย่างไรก็ตาม ความเร็วและความยืดหยุ่นที่บริษัทต้องการผลักดัน ไม่ได้หมายถึงการเร่งเติบโตโดยลดมาตรฐานลง เพราะ BKIH ยังย้ำชัดว่าการขับเคลื่อนองค์กรจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของวินัยในการรับประกันภัยและความสมเหตุสมผลทางธุรกิจ เพื่อรักษาระดับผลกำไรให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

ต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
 

 

นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างต่อเนื่องผ่านกลยุทธ์ Lifestyle Insurance โดยออกแบบความคุ้มครองให้สอดรับกับพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถบริหารความเสี่ยงและรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวคือ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ Super Special ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นจากกระแสตอบรับที่ดีของประกันประเภท 2+ และจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจเปราะบางมากขึ้น โดยเน้นความคุ้มครองที่จำเป็นในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมเสริมความคุ้มครองน้ำท่วม โจรกรรมทรัพย์สินในรถ และความเสียหายสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุบางกรณี เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น

อีกตลาดที่บริษัทมองเห็นโอกาสชัดคือประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ซึ่งปี 2568 เติบโตสูงถึง 42% นางสาวลสาชี้ว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมต่อเหตุไม่คาดคิดระหว่างเดินทางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคติดต่อ หรือภัยพิบัติ ขณะเดียวกันบริษัทยังต่อยอดเทรนด์ Pet Humanization ด้วยการเพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยง ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ตลอดจนค่าใช้จ่ายกรณีเที่ยวบินล่าช้าและต้องฝากสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ BKIH ยังเร่งพัฒนาประกันภัยโรคร้ายแรงให้ครอบคลุม 11 โรคสำคัญ รวมถึงโรคเบาหวาน เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากทั้งสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ควบคู่กับการขยายช่องทางขายประกันภัยนักดำน้ำผ่านระบบออนไลน์ เพื่อรับกระแสท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมที่เติบโตขึ้นและตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

อีกมิติที่น่าสนใจคือการผลักดัน “ประกันภัยเพื่อสังคม” ซึ่งมุ่งขยายการเข้าถึงระบบประกันภัยให้ประชาชนวงกว้างมากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่าย เงื่อนไขไม่ซับซ้อน และมีเบี้ยประกันภัยที่เหมาะกับกำลังซื้อ เช่น ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย 599 บาท ประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้ดูแลคนพิการหรือผู้ป่วยติดเตียง และประกันค่าชดเชยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หรือไรเดอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงแต่เข้าถึงความคุ้มครองได้ยาก

 


โดยมีไฮไลต์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนี้

  • ประกันภัยรถยนต์ 3+ Super Special: เบี้ยเริ่มต้น 6,180 บาท คุ้มครองครอบคลุมทั้งรถชนรถ น้ำท่วม โจรกรรม และรถพลิกคว่ำ (ทุนประกันสูงสุด 100,000 บาท)

  • ประกันเดินทางต่างประเทศ (พ่วงสัตว์เลี้ยง): คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง และชดเชยค่าฝากเลี้ยงกรณีเที่ยวบินล่าช้า

  • ประกันภัยโรคร้ายแรง: คุ้มครอง 11 โรคร้ายแรงและเบาหวาน แบบเจอจ่ายจบ 100% ทุกระยะ พร้อมเงินชดเชยรายวัน 1,000 บาท

  • ประกันภัยเพื่อกลุ่มเปราะบางและอาชีพเสี่ยง: เช่น ประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้ดูแลคนพิการ และประกันชดเชยรายได้สำหรับไรเดอร์ เบี้ยเริ่มต้นเพียง 190 บาท รวมถึงประกันอัคคีภัยไมโครอินชัวรันส์ เบี้ย 599 บาท


     

 

 

ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการ - เดินหน้าขับเคลื่อน ESG

นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทมุ่งพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันเข้ามาสนับสนุนการให้บริการ พร้อมพัฒนารูปแบบการดูแลที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย หรือ Personalized Experience เพื่อเพิ่มทั้งความสะดวก ความรวดเร็ว และความพึงพอใจของลูกค้าในทุกจุดสัมผัส

ในปี 2569 บริษัทจึงเดินหน้าประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหลายด้าน ทั้งการอัปเกรดระบบแจ้งเคลมรถยนต์ผ่าน LINE OA ให้ติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ การใช้ AI Claims ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและเร่งกระบวนการพิจารณาสินไหม รวมถึงการใช้ AI Voice Analytics เพื่อวิเคราะห์บทสนทนาระหว่างลูกค้าและเจ้าหน้าที่ นำข้อมูลไปปรับปรุงคุณภาพบริการและประเมินประสบการณ์ของลูกค้าได้ลึกขึ้น ขณะเดียวกันยังเตรียมยกระดับเว็บไซต์ bangkokinsurance.com ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่นำเสนอคอนเทนต์ แผนประกัน และบริการที่สอดคล้องกับความสนใจของลูกค้าแต่ละกลุ่มโดยอัตโนมัติ

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่า BKIH กำลังขยับจากบทบาทผู้รับประกันภัยแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นองค์กรประกันภัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึกมากขึ้น โดยใช้ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ การบริการดิจิทัล และความยืดหยุ่นขององค์กร เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตในรอบใหม่ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องไม่ทิ้งวินัยทางธุรกิจและคุณภาพของผลกำไร

ในเวลาเดียวกัน บริษัทยังย้ำบทบาทด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านทั้งโครงการลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ การพัฒนาประกันภัยสำหรับกลุ่มเปราะบาง การส่งเสริมพฤติกรรมดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมคิดนวัตกรรมด้าน ESG ผ่านโครงการ ESG Idea Challenge สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า แผนปี 2569 ของ BKIH ไม่ได้มุ่งเพียงการขยายรายได้หรือเพิ่มเบี้ยประกันภัยเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างการเติบโตที่เชื่อมโยงกับคุณค่าต่อสังคม ลูกค้า และสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย
 

สำหรับ BKIH ปี 2568 จึงเป็นมากกว่าปีแห่งกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่คือปีที่พิสูจน์ความแข็งแกร่งขององค์กรท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน และเป็นจุดเริ่มต้นของการวางเกมปี 2569 อย่างชัดเจนขึ้น ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ คือ การรักษาวินัยทางธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป และการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยี เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดประกันวินาศภัยไทยท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกขณะ

[อ่าน 2,154]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรุงเทพประกันชีวิต กระตุกต่อมคิด ชวนสำรวจ 4 บัญชีชีวิต เพื่อออกแบบชีวิตระยะยาว
"BAM" ผนึก "มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ" ลงนาม MOU พลิก NPA 33 ไร่ เป็นพื้นที่แห่งคุณค่า สู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ครั้งแรกของโลก! ‘Giant CRYBABY’ ริมชายหาด ขับเคลื่อน Pop Culture Economy รับเทรนด์ท่องเที่ยวโลก
iHERB GROUP จัดงาน INZENT Elite Voyage with Partners ฉลองความสำเร็จครึ่งปีแรก รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท
เพราะ “ความแตกต่าง” คือ พลัง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ฉลอง Pride Month เปิดพื้นที่ให้ “เป็นตัวเองและเติบโตไปด้วยกัน”
ศุภาลัย เปิดตัว “คราม ศรีสุนทร ภูเก็ต” ฉีกกรอบคอนโดฯ เดิม สู่การออกแบบที่เข้าใจคนภูเก็ต ตอบโจทย์ Pet Lover เริ่ม 1.79 ล้านบาท
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved