"กทม." ผนึกกำลัง "เจแอลแอล ประเทศไทย" ยกระดับโครงการจัดการขยะทั่วเมือง
23 Mar 2026

เจแอลแอล ประเทศไทย (NYSE:JLL) เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการขยะทั่วเมืองของ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนอย่างเป็นทางการ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาสนับสนุนการดำเนินงานของเมือง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเจแอลแอลในการบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน พร้อมขยายมาตรฐานการจัดการขยะไปยังอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยทั่วกรุงเทพฯ

 

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ กทม. ในการยกระดับประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ การรีไซเคิล และการลดปริมาณขยะทั่วเมือง ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ โดยการเชื่อมโยงแนวนโยบายของ กทม. เข้ากับระบบบริหารจัดการอาคารของเจแอลแอล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการจัดการขยะในอาคารเชิงพาณิชย์ที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งมักต้องรับมือกับปริมาณขยะรายวันที่มาก ความหลากหลายของผู้เช่า และความซับซ้อนในการดำเนินงาน

 

การมีส่วนร่วมของ เจแอลแอล มุ่งเน้นไปที่อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เป็นหลัก โดยเฉพาะอาคารสำนักงานภายใต้การบริหารของบริษัท ซึ่งสามารถนำกระบวนการมาตรฐาน การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เช่า และระบบติดตามผลการดำเนินงานมาใช้เพื่อลดปริมาณขยะได้อย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้าง ขณะเดียวกัน โครงการที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารของบริษัทก็รวมอยู่ในแผนการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนแนวทางการจัดการขยะที่สอดคล้องกันในทุกประเภทสินทรัพย์

 

เจแอลแอล เริ่มทำงานร่วมกับ กทม. ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เพื่อนำแนวทางการจัดการขยะที่สอดคล้องกับนโยบายของ กทม. มาใช้ในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยบางแห่งภายใต้การบริหารของบริษัท โดยระยะแรกมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอาคารสำนักงาน ซึ่งสามารถดำเนินมาตรการด้านการปฏิบัติงานและการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เช่าได้ในวงกว้าง โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานแบบเป็นระยะ เพื่อขยายมาตรฐานการจัดการขยะไปยังอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ที่เจแอลแอลบริหารในอนาคต

 

การดำเนินงานในระยะแรกในกลุ่มอาคารที่เข้าร่วมโครงการมุ่งเน้นการปรับปรุงการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ผ่านระบบคัดแยก คู่มือการปฏิบัติงาน และโครงการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เช่าที่ชัดเจนขึ้น มาตรการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนด้วยกระบวนการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการจัดเก็บขยะในภาคธุรกิจ จากการดำเนินงานเบื้องต้นพบว่า การมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบของผู้เช่าและการกำหนดมาตรฐานการจัดการขยะที่ชัดเจนมีบทบาทสำคัญต่อการปรับปรุงผลลัพธ์ด้านการจัดการขยะในอาคารสำนักงานที่มีความหนาแน่นสูง

 

โครงการนี้สอดรับกับนโยบายการบริหารจัดการขยะในภาพรวมของกรุงเทพฯ โดยในปีงบประมาณ 2568 กรุงเทพมหานครมีการจัดเก็บขยะมูลฝอยเฉลี่ยประมาณ 9,560 ตันต่อวัน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นขยะอาหาร ทั้งนี้ การปนเปื้อนของขยะอาหารกับวัสดุประเภทอื่นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากทำให้มูลค่าของวัสดุรีไซเคิลลดลงและเพิ่มความซับซ้อนในกระบวนการจัดการปลายทาง

 

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว กทม.ได้ขยายโครงการคัดแยกขยะทั่วเมืองให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต พร้อมปรับแนวทางการบริหารจัดการขยะจากการมีส่วนร่วมโดยสมัครใจ ไปสู่มาตรการจูงใจตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) โดยข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ ครัวเรือนที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน จะเสียค่าธรรมเนียมรายเดือนในอัตรา 60 บาท และสามารถลดเหลือ 20 บาท หากลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ขณะที่ผู้ก่อให้เกิดขยะในปริมาณมากจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณขยะภายใต้แนวทาง Pay-As-You-Throw (PAYT) ซึ่งสะท้อนหลักการว่าผู้ที่สร้างขยะมากกว่าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในสัดส่วนที่มากกว่า

 

สำหรับอาคารสูง โดยเฉพาะอาคารเชิงพาณิชย์และโครงการมิกซ์ยูส ถือเป็นความท้าทายสำคัญด้านการดำเนินงาน เนื่องจากมีปริมาณขยะรายวันที่สูงและการคัดแยกขยะที่ยังไม่สม่ำเสมอ เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว กทม. จึงได้เริ่มโครงการนำร่องในเขตคลองเตยและเขตวัฒนา เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการขยะที่เหมาะสมกับอาคารที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การขยายผลในระดับเมืองต่อไป

 

“ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ความรับผิดชอบของเราคือการถ่ายทอดเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นมาตรฐานการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอาคาร โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมของอาคารเชิงพาณิชย์ที่มีความซับซ้อน” นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าว

 

“อาคารสำนักงานสร้างปริมาณขยะจำนวนมากในแต่ละวัน และการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการจำเป็นต้องอาศัยระบบที่มีความสม่ำเสมอ สามารถวัดผลได้ และขยายผลได้ในวงกว้าง การเข้าร่วมโครงการของ กทม. ในครั้งนี้จึงเป็นการปรับการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของเราให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเมือง พร้อมกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในการให้อาคารเชิงพาณิชย์ในพอร์ตการบริหารของเราเข้าร่วมโครงการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2569”

 

 

นายจักรพันธ์ ภวังคะรัตน์ หัวหน้าฝ่ายบริหารอาคาร เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ผู้บริหารอาคารมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการยกระดับการจัดการขยะของเมือง “อาคารเชิงพาณิชย์เป็นจุดเชื่อมระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริง ผ่านกระบวนการมาตรฐาน การติดตามข้อมูล และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เช่า ผู้บริหารอาคารสามารถช่วยลดปริมาณขยะได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงาน เป้าหมายของเราคือการพัฒนาแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับอาคารสำนักงานที่หลากหลาย และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว”

 

“การบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากนโยบายภาครัฐเพียงอย่างเดียว” นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “อาคารเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน เป็นแหล่งกำเนิดขยะรายวันในปริมาณมากของกรุงเทพฯ ความร่วมมือกับผู้บริหารอาคารอย่างเจแอลแอล ช่วยให้เมืองสามารถยกระดับประสิทธิภาพการจัดการขยะในพื้นที่ที่มีปริมาณการดำเนินงานขนาดใหญ่ และต้องอาศัยมาตรฐานการดำเนินงานที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ ในภาพรวม”

 

กรุงเทพมหานครยังดำเนินการเสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการขยะในระยะยาวผ่านการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการภาคเอกชนให้มีความทันสมัยและมีมาตรฐานที่สอดคล้องกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในระบบการจัดการขยะของกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น

 

โครงการนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของเจแอลแอล ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบในการดำเนินงาน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทรัพย์สินภายใต้การบริหารของบริษัท โดยการนำมาตรฐานการจัดการขยะที่สามารถขยายผลได้ไปใช้ในอาคารเชิงพาณิชย์ พร้อมต่อยอดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศไปสู่ชุมชนที่อยู่อาศัย เจแอลแอลมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในระดับเมือง และส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการจัดการขยะของ กทม. รวมถึงแนวทางการเข้าร่วมโครงการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://greener.bangkok.go.th/waste-recycle/

 

 

[อ่าน 709]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ชูห้องประชุมใหญ่ที่สุดในเชียงราย พร้อม LED Ballroom สุดทันสมัย
ซิตี้กรุ๊ปชูเครือข่ายโลก ขับเคลื่อนโตระยะยาว ปักหมุดไทยตลาดยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิก
"วัน แบงค็อก" แต่งตั้ง "ไนท์แฟรงค์" ร่วมทัพตัวแทนจัดหาผู้เช่า เสริมความแข็งแกร่งระบบนิเวศสำนักงานของโครงการ
สสว. เดินหน้าช่วย SME ลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ยกระดับมาตรฐาน SME ไทยก้าวทันเวทีการค้าโลก
เริ่มใหม่ด้วยความ “โง่” นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก ในวัย 66 ของ ‘สาธิต กาลวันตวานิช’ ที่ไม่ควรพลาด
ไทยยูเนี่ยน ปลื้ม JCR คงอันดับความน่าเชื่อถือระดับ ‘A’ สะท้อนศักยภาพธุรกิจแข็งแกร่ง
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved